ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกยังคงเผชิญแรงกดดัน โดยเช้าวันนี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,110 เหรียญ แม้เมื่อคืนวันพุธจะปิดบวกเล็กน้อยที่ 4,141 เหรียญ


ทิศทางราคาทองคำ

ราคาทองคำตลาดโลกยังคงเผชิญแรงกดดัน โดยเช้าวันนี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,110 เหรียญ แม้เมื่อคืนวันพุธจะปิดบวกเล็กน้อยที่ 4,141 เหรียญ อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. ตามเวลาไทย ราคาทองคำผันผวนรุนแรง โดยร่วงจาก 4,140 เหรียญ ลงแตะ 4,105 เหรียญ หรือลดลงราว 35 เหรียญ สะท้อนแรงขายที่ยังคงกดดันตลาด โดยความผันผวนดังกล่าวเกิดขึ้นใกล้เคียงกับช่วงที่มีรายงานว่าสหรัฐฯ สั่งถอนเจ้าหน้าที่บางส่วนและครอบครัวออกจากซาอุดีอาระเบีย พร้อมพิจารณาขยายมาตรการไปยังประเทศอ่าวเปอร์เซียอื่น ท่ามกลางความกังวลว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจรุนแรงขึ้น ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และดัชนีดอลลาร์ยังทรงตัวในระดับสูงส่งผลให้ราคาทองคำเผชิญแรงกดดัน

ด้านความขัดแย้งรัสเซีย–ยูเครน นักลงทุนติดตามความคืบหน้าการเจรจาสันติภาพ หลังรัสเซียส่งสัญญาณพร้อมเจรจาสามฝ่ายในช่วงกลางเดือน พ.ย. ขณะที่ประธานาธิบดี Zelensky ยังคงเรียกร้องหลักประกันด้านความมั่นคง โดยหากการเจรจาบรรลุข้อตกลง อาจเปิดโอกาสให้รัสเซียเพิ่มการส่งออกน้ำมันและช่วยลดแรงกดดันด้านราคาพลังงาน

ขณะเดียวกัน ตลาดจับตาการประชุม Fed, ECB และ BOJ ในสัปดาห์หน้า โดยคาดว่า Fed และ BOJ จะคงอัตราดอกเบี้ย ขณะที่เงินเฟ้ออังกฤษเดือน ก.ย. เร่งตัวสู่ 3.5% สูงสุดในรอบเกือบ 1 ปี จากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับสูงขึ้น ส่งผลให้ตลาดประเมินโอกาส 98% ที่ BoE จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00% ในเดือน พ.ย. และอาจปรับขึ้นอีกครั้งในเดือน ธ.ค.

 
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway Down โดยยังอยู่ในช่วงปรับฐานและไม่ปรากฏสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจน หลังราคาปรับตัวลงทดสอบบริเวณ 4,100 เหรียญ แต่ยังไม่ปรากฏแรงซื้อกลับที่แข็งแกร่งเพียงพอ สะท้อนว่าแรงกดดันด้านขาลงยังคงอยู่

วิเคราะห์ว่า ราคาทองคำระยะสั้นยังมีความเสี่ยงปรับตัวลงต่อ หากไม่สามารถรักษาระดับแนวรับสำคัญได้ ขณะที่การกลับขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านอย่างมั่นคง จะช่วยลดแรงกดดันด้านขาลงและเพิ่มโอกาสเกิด Technical Rebound ในระยะสั้น

ประเมินกรอบระยะสั้นของ Gold Spot แนวรับอยู่ที่ 4,080 เหรียญ และ 4,050 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 4,150 เหรียญ และ 4,180 เหรียญ สำหรับ ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ 65,000 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 65,800 บาท

ด้าน Gold COMEX (GCZ26) แนวรับอยู่ที่ 4,100 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,170 เหรียญ ส่วน Gold Online Futures (GOZ26) แนวรับอยู่ที่ 4,125 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,195 เหรียญ สำหรับ Gold Futures 10 บาท (GF10V26) แนวรับอยู่ที่ 65,320 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 66,120 บาท

โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

 
 
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้

แนะนำพิจารณาซื้อขายตามกรอบ "Sideway Down" โดยรอซื้อเมื่อราคามีสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจน พร้อมทยอยแบ่งขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน อย่างไรก็ตามราคายังอยู่ในช่วงปรับฐานและมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวลงต่อ จึงควรระมัดระวังความผันผวนและบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม

- นักลงทุนที่ถือ Long Position
แนะนำพิจารณาซื้อเพิ่มเมื่อราคาอ่อนตัวใกล้แนวรับสำคัญ โดยรอสัญญาณแรงซื้อกลับเพื่อยืนยันการสร้างฐานราคา พร้อมกำหนดจุด Stop Loss เพื่อจำกัดความเสี่ยง

- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งปิดกำไรตามรอบ หากเปิดสถานะใหม่ควรรอเปิดสถานะบริเวณแนวต้าน และมีจุด Stop Loss ทุกครั้ง
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 22 ต.ค. 2569 เวลา : 10:28:49

22-10-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 22, 2026, 11:23 am