
ทิศทางราคาทองคำ
ภาพรวมราคาทองคำตลาดโลกเผชิญแรงขายรุนแรงในช่วงตลาด COMEX คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยร่วงลงกว่า 140 เหรียญ หรือราว 3.5% หลังหลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 3,950 เหรียญ และทำจุดต่ำสุดใหม่ของปีบริเวณ 3,870 เหรียญ ขณะที่ทองคำไทยปรับลดลงมาบริเวณ 62,200 บาท สะท้อนแรงขายที่รุนแรงขึ้นหลังราคาหลุดฐานสำคัญ
แรงกดดันหลักมาจากภาวะ Risk-Off ในตลาดการเงิน หลังหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีเผชิญแรงขายหนัก ท่ามกลางความกังวลต่อการลงทุนด้าน AI ประกอบกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และความเสี่ยงที่ความขัดแย้งอาจกลับมายกระดับเป็นสงครามรอบใหม่หลังการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ส่งผลให้นักลงทุนเร่งลดความเสี่ยงและขายสินทรัพย์หลายประเภทเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง รวมถึงทองคำและ Silver ที่ปรับตัวลงพร้อมกัน ขณะที่การหลุดจุดต่ำสุดเดิมของปี ยังกระตุ้นคำสั่ง Stop Loss และเร่งแรงขายทางเทคนิคในลักษณะ Panic Selling
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันยังทรงตัวในระดับสูง โดย WTI อยู่บริเวณ 102 เหรียญ และ Brent ใกล้ 115 เหรียญต่อบาร์เรล เพิ่มความกังวลด้านเงินเฟ้อและแนวโน้มดอกเบี้ยของเฟด ขณะที่ US 10Y Yield เริ่มปรับลดลงมาบริเวณ 4.93% สะท้อนแรงซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ท่ามกลางภาวะ Risk-Off
ประเมินว่า ระยะสั้นทองคำยังเผชิญความเสี่ยงจากแรงขายต่อเนื่องและความผันผวนในตลาดการเงิน โดยสัปดาห์นี้ต้องจับตาการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ วันที่ 3 พ.ย. รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญอย่าง ISM PMI, JOLTS, ADP และ Nonfarm Payrolls ซึ่งอาจส่งผลต่อคาดการณ์ดอกเบี้ยของเฟดและทิศทางตลาดทองคำ
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำเข้าสู่แนวโน้มขาลงทั้งระยะสั้นและระยะกลาง หลังหลุดฐานสำคัญบริเวณ 3,950 เหรียญ และทำ New Low ของปีที่ระดับ 3,870 เหรียญ ส่งผลให้โครงสร้างราคาเสียทรงอย่างชัดเจน พร้อมกระตุ้นแรงขายทางเทคนิค Panic Selling
ประเมินว่า หากราคายังไม่สามารถฟื้นกลับขึ้นเหนือบริเวณ 4,000 เหรียญได้ ยังมีความเสี่ยงที่ราคาจะปรับตัวลงต่อ จึงควรระมัดระวังการเปิด Long Position และเน้นบริหารความเสี่ยง ลดขนาดสถานะ รวมถึงควบคุม Margin ให้เหมาะสมกับภาวะตลาดขาลง
ประเมินกรอบระยะสั้นของราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 3,850 เหรียญ และ 3,800 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 3,950 เหรียญ และ 3,980 เหรียญ ส่วนทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 61,800 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 63,000 บาท
สำหรับ Gold COMEX (GCZ26) แนวรับอยู่ที่ 3,860 เหรียญ และ 3,810 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 3,960 เหรียญ และ 3,990 เหรียญ ด้าน Gold Online Futures (GOZ26) แนวรับอยู่ที่ 3,885 เหรียญ และ 3,835 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 3,985 เหรียญ และ 4,015 เหรียญ ส่วน Gold Futures 10 บาท (GF10Z26) แนวรับอยู่ที่ระดับ 62,400 บาท และ 62,100 บาท ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 63,600 บาท และ 63,900 บาท
โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้
แนะนำเน้นบริหารความเสี่ยงในช่วงที่ราคาทองคำเข้าสู่แนวโน้มขาลง "Downtrend" โดยลดน้ำหนักการถือ Long Position รอให้ราคาสร้างฐานและมีสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจนก่อนเพิ่มสถานะลงทุน พร้อมกำหนดจุด Stop Loss เพื่อบริหารความเสี่ยงทุกครั้ง
- นักลงทุนที่ถือ Long Position
แนะนำทยอยลดสถานะเพื่อลดความเสี่ยงจากแรงขายต่อเนื่อง โดยใช้จังหวะ Technical Rebound พิจารณาปรับลดพอร์ต และรอสัญญาณกลับตัวบริเวณแนวรับสำคัญก่อนเปิดสถานะใหม่
- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำทยอยปิดทำกำไรตามกรอบแนวรับ หากต้องการเปิดสถานะใหม่ ควรรอจังหวะราคารีบาวด์ขึ้นทดสอบแนวต้านและเริ่มมีแรงขายกลับเข้ามา พร้อมกำหนดจุด Stop Loss
ข่าวเด่น