ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวขึ้นกว่า 3% หรือกว่า 130 เหรียญ นับเป็นการปรับขึ้นรายวันที่แข็งแกร่งที่สุดตั้งแต่กลางเดือน ส.ค. โดยเช้านี้ราคาปรับขึ้นต่อแตะบริเวณ 4,135 เหรียญ


 
ทิศทางราคาทองคำ

ราคาทองคำปรับตัวขึ้นกว่า 3% หรือกว่า 130 เหรียญ นับเป็นการปรับขึ้นรายวันที่แข็งแกร่งที่สุดตั้งแต่กลางเดือน ส.ค. โดยเช้านี้ราคาปรับขึ้นต่อแตะบริเวณ 4,135 เหรียญ หลังมีรายงานผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ว่า พรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะและครองเสียงข้างมากทั้งสภาผู้แทนราษฎร 228 ที่นั่ง และวุฒิสภา 54 ที่นั่ง ส่งผลให้พรรครีพับลิกันของประธานาธิบดีทรัมป์สูญเสียอำนาจควบคุมสภาคองเกรส และอาจเผชิญข้อจำกัดในการผลักดันนโยบายสำคัญมากขึ้น

ผลการเลือกตั้งดังกล่าวสร้างความคาดหวังว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจผ่อนคลายลง ส่งผลให้ ราคาน้ำมันร่วงลงราว 10% โดย Brent อยู่บริเวณ 97 เหรียญ ช่วยลดความกังวลด้านเงินเฟ้อ ประกอบกับ ดัชนีดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 เดือน และ US 10Y Yield ลดลงสู่ 4.872% เป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำ สำหรับทองคำในประเทศปรับขึ้นจากจุดต่ำสุดบริเวณ 62,200 บาท กลับมาอยู่ที่ 65,400 บาท แม้เงินบาทจะแข็งค่าขึ้นบริเวณ 33.50 บาทต่อดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม แม้พรรคเดโมแครตจะครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา แต่ยังมีเสียงไม่ถึงเกณฑ์ 2 ใน 3 ที่จะลบล้างอำนาจ Veto ทำให้ทรัมป์ยังคงมีอำนาจยับยั้งร่างกฎหมาย และทิศทางนโยบายสหรัฐฯ ยังมีความไม่แน่นอน

ด้านกองทุนทองคำ SPDR ซื้อเพิ่ม 2.85 ตัน ทำให้ถือครองอยู่ที่ 1,040.51 ตัน ขณะที่เดือน พ.ย. ยังขายสุทธิ 1.14 ตัน และตั้งแต่ต้นปีขายสุทธิ 31.47 ตัน สะท้อนว่าเริ่มมี Fund Flow ไหลกลับเข้ากองทุนบางส่วน แม้ภาพรวมยังเป็นการขายสุทธิ

ขณะเดียวกัน นักลงทุนจับตาการประกาศอัตราดอกเบี้ยของ BoE วันนี้ เวลา 19.00 น. โดยตลาดคาดว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00% เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี ขณะที่วันศุกร์นี้จะมีการประกาศตัวเลข Nonfarm Payrolls ของสหรัฐฯ เพื่อประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของ Fed

 
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำเกิด Technical Rebound อย่างแข็งแกร่ง โดยกลับขึ้นมายืนเหนือ 4,100 เหรียญ ส่งผลให้ภาพระยะสั้นและระยะกลางเริ่มปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม แนวโน้มหลักยังไม่ยืนยันการกลับตัวเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน วิเคราะห์ว่าหากราคาสามารถรักษาระดับเหนือ 4,100 เหรียญ ได้อย่างมั่นคง จะช่วยสนับสนุน Momentum ฝั่งซื้อและเพิ่มโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ ขณะที่หากราคากลับลงมาต่ำกว่าระดับดังกล่าว ควรระมัดระวังแรงขายทำกำไรและความผันผวนในระยะสั้น

ประเมินกรอบระยะสั้นของ Gold Spot แนวรับอยู่ที่ 4,080 เหรียญ และ 4,050 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 4,150 เหรียญ และ 4,180 เหรียญสำหรับ ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ 64,800 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 65,800 บาท

ด้าน Gold COMEX (GCZ26) แนวรับอยู่ที่ 4,090 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,160 เหรียญ ส่วน Gold Online Futures (GOZ26) แนวรับอยู่ที่ 4,110 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,180 เหรียญ สำหรับ Gold Futures 10 บาท (GF10Z26) แนวรับอยู่ที่ 65,300 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 66,300 บาท

โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

 
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้
 
แนะนำให้ซื้อขายในกรอบ ตามแนวโน้ม “Sideway Up” รอย่อซื้อมาราคาย่อตัว และแบ่งขายปิดทำกำไรตามกรอบแนวต้าน ทั้งนี้ควรระมัดระวังความผันผวนของราคา

-นักลงทุนที่ถือ Long Position
ทยอยปิดทำกำไรเป็นรอบๆ เน้นเทรดระยะสั้นลง รอจังหวะเปิดสถานะใหม่เมื่อราคาย่อตัว เฝ้าติดตามราคาทองคำระหว่างวัน

- นักลงทุนที่ถือ Short Position
ยังไม่แนะนำให้ถือสถานะ Short หากเปิดสถานะใหม่ควรรอเปิดสถานะบริเวณแนวต้าน และมีจุด Stop Loss ทุกครั้ง

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 05 พ.ย. 2569 เวลา : 12:13:22

05-11-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 5, 2026, 12:19 pm