คริปโตเคอเรนซี่
Tokenized Bonds: บนเทคโนโลยีใหม่ ช่วย 'ลดต้นทุน' และ 'เพิ่มสภาพคล่อง' ในตลาดทุน ได้จริง?


 

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาแนวคิดเรื่อง "tokenization" หรือการแปลงสินทรัพย์ให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลหรือโทเคน ที่สามารถย้าย จัดเก็บ หรือบันทึกบนระบบบล็อกเชน (Blockchain) หรือระบบบันทึกข้อมูลแบบกระจายศูนย์ (Distributed Ledger Technology: DLT) ได้รับความสนใจจากตลาดทุนทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และถูกนำมาทดลองใช้กับกิจกรรมในตลาดทุน ตั้งแต่การออกและเสนอขาย การซื้อขายทั้งในตลาดแรกและตลาดรอง การบันทึกทะเบียนผู้ถือ ไปจนถึงการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ โดยแนวคิดสำคัญของเทคโนโลยีนี้ คือ การทำให้ข้อมูลและกระบวนการทำงานอยู่บนระบบดิจิทัลที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสามารถทำงานอัตโนมัติได้มากขึ้น ซึ่งอาจช่วยลดความซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพ และขยายโอกาสในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์การลงทุน

หนึ่งในตัวอย่างการใช้งานที่ได้รับความสนใจ คือ พันธบัตรหรือหุ้นกู้ในรูปแบบโทเคน (tokenized bonds) ซึ่งข้อมูลจากสมาคมอุตสาหกรรมตลาดการเงินยุโรป (Association for Financial Markets in Europe: AFME) องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development: OECD) และ Citi Institute รายงานว่าในปี 2568 ทั่วโลกมีการออก tokenized bonds รวมประมาณ 4,710 ล้าน ยูโร1 แม้คิดเป็นสัดส่วนราว 0.02% ของการออกพันธบัตรหรือหุ้นกู้ในรูปแบบเดิม2 แต่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง3 อย่างไรก็ดี เมื่อ tokenized bonds เริ่มถูกนำมาใช้งานจริง คำถามสำคัญจะอยู่ที่ว่าเทคโนโลยีดังกล่าวสร้างประโยชน์ที่จับต้องได้แก่ผู้ออกตราสารและผู้ลงทุนได้จริงหรือไม่

จากงานศึกษาของสถาบันการเงิน 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกลางฮ่องกง (Hong Kong Monetary Authority: HKMA) ในปี 25664 ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (Bank for International Settlements: BIS) ในปี 25685

และธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank: ECB) ในปี 25696 ได้เปรียบเทียบ tokenized bonds กับการออกพันธบัตรหรือหุ้นกู้ในรูปแบบเดิมที่มีคุณลักษณะใกล้เคียงกัน แม้งานศึกษาจะมีกลุ่มตัวอย่างที่ค่อนข้างจำกัด แต่งานศึกษาดังกล่าวพยายามตอบ 2 คำถามหลักที่คล้ายกัน ประการแรก คือ tokenized bonds ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ (efficiency gain) ให้แก่ผู้ออกตราสารหนี้ผ่านการลดต้นทุนในการออกและการกู้ยืมได้จริงหรือไม่ และประการที่สอง คือ tokenized bonds ช่วยเพิ่มสภาพคล่อง (liquidity gain) ในการซื้อขายตราสารหนี้หรือไม่

ผลการศึกษาประการแรกพบว่า tokenized bonds สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการออกและการกู้ยืมให้แก่ผู้ออกพันธบัตรหรือหุ้นกู้ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดย HKMA พบว่าต้นทุนในการออกในส่วนของค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่าย (underwriting fees) ของ tokenized bonds ลดลงเฉลี่ย 0.22 percentage point (ppt) (25.8% เมื่อเทียบกับพันธบัตรหรือหุ้นกู้ในรูปแบบเดิม) ขณะที่ BIS พบว่าส่วนต่างค่าจัดจำหน่าย (underwriting spread) ของ tokenized bonds ต่ำกว่าประมาณ 0.05 ppt (8.3% เมื่อเทียบกับพันธบัตรหรือหุ้นกู้ในรูปแบบเดิม)7 เนื่องจาก tokenization เข้ามาปรับให้กระบวนการเป็นดิจิทัล ลดขั้นตอนและตัวกลางหลายฝ่าย เช่น ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ นายทะเบียน และผู้ดูแลระบบชำระราคา ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนั้น HKMA ยังพบว่าต้นทุนการกู้ยืมที่วัดจากส่วนต่างของผลตอบแทน (yield spread) ลดลงเฉลี่ย 0.78 ppt (23.9% เมื่อเทียบกับพันธบัตรหรือหุ้นกู้ในรูปแบบเดิม) สอดคล้องกับ ECB ที่ลดลงเฉลี่ย 0.14 ppt (40.0% เมื่อเทียบกับพันธบัตรหรือหุ้นกู้ในรูปแบบเดิม) เนื่องจากมีข้อสันนิษฐานที่สัมพันธ์กับผลการศึกษาประการที่สองว่าผู้ลงทุนสามารถยอมรับผลตอบแทนที่ลดลงหากเชื่อว่า tokenized bond มีสภาพคล่องสูงกว่าหรือผู้ลงทุนอยู่ในช่วงสนใจ ที่จะลงทุนในเทคโนโลยีใหม่

ผลการศึกษาประการที่สองพบว่า tokenized bond มีสภาพคล่องสูงกว่าพันธบัตรหรือหุ้นกู้ในรูปแบบเดิม โดยทั้ง HKMA, ECB และ BIS พบว่าส่วนต่างราคารับซื้อและราคาขาย (bid-ask spread) แคบลงเฉลี่ย 0.035 ppt, 0.05 ppt, และ 0.11 ppt คิดเป็น 5.3%, 27.0%, และ 36.7% เมื่อเทียบกับพันธบัตรหรือหุ้นกู้ในรูปแบบเดิมตามลำดับ เนื่องจาก tokenization สามารถทำให้เกิดการชำระราคา (settlement) ได้รวดเร็วและซื้อขายได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ HKMA ยังเห็นว่าการแบ่งหน่วยลงทุนเป็นสัดส่วนย่อย (fractionalization) และการที่เปิดให้นักลงทุนราย

ย่อยเข้าถึงได้มากขึ้น จะทำให้ผลด้านสภาพคล่องยิ่งชัดเจนขึ้น โดย bid-ask spread จะแคบลงได้ถึง 0.072 ppt (10.8% เมื่อเทียบกับพันธบัตรหรือหุ้นกู้ในรูปแบบเดิม) และ HKMA ยังพบว่าหลังจากเกิด tokenized bond สภาพคล่องของตลาดพันธบัตรหรือหุ้นกู้ในรูปแบบเดิมดีขึ้น โดยมี bid-ask spread ที่แคบลงเฉลี่ย 0.049 ppt (8.5% เมื่อเทียบจากการออกคราวก่อนหน้า) สะท้อนให้เห็นว่าการเกิดขึ้นของ tokenized bonds สามารถช่วยให้เกิดการค้นหาราคาที่เหมาะสม (price discovery) ของตลาดในภาพรวมด้วย

อย่างไรก็ดี ผลการศึกษาเหล่านี้ควรตีความด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากกลุ่มตัวอย่างที่นำมาศึกษายังมีจำกัด นอกจากนี้ ยังมีหลายปัจจัยที่ควรนำมาพิจารณาเพิ่มเติม แต่ข้อมูลที่มีอยู่ไม่เพียงพอสำหรับการศึกษาเปรียบเทียบอย่างรอบด้าน เนื่องจากตลาด tokenized bonds ยังเติบโตไม่เต็มที่ ซึ่งหลายประเทศอยู่ระหว่างการพัฒนา ทั้งความชัดเจนของกฎเกณฑ์ ระบบนิเวศและโครงสร้างพื้นฐานของตลาด และการเข้าถึงของผู้ลงทุนในวงกว้าง

สำหรับไทย ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยยกระดับตลาดทุนไทย พร้อมติดตามพัฒนาการของ tokenization และสนับสนุนการสร้างระบบนิเวศหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ (Digital Securities Ecosystem) มาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการเตรียมพร้อมจัดทำหลักเกณฑ์เพื่อรองรับหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์เมื่อกฎหมายมีผลใช้บังคับ โดยการดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายยกระดับโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุนไทยให้รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่โลกดิจิทัล ทั้งในด้านการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มความโปร่งใส และเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนรายย่อยเข้าถึงผลิตภัณฑ์การลงทุนได้มากขึ้น สอดคล้องกับทิศทางสากล ขณะเดียวกันผู้ลงทุนได้รับความคุ้มครองอย่างเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของตลาดทุนไทยสู่ดิจิทัลอย่างเชื่อมั่นและยั่งยืน
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 26 ส.ค. 2569 เวลา : 19:22:21
28-08-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (27 ส.ค.69) ลบ 1.22 จุด ดัชนี 1,600.70 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (27 ส.ค.69) บวก 7.11 จุด ดัชนี 1,609.03 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำอยู่ในช่วง พักฐานระยะสั้นในกรอบแนวโน้มขาขึ้น หลังแรงขายทำกำไรส่งผลให้ราคาหลุด 4,600 เหรียญ ชั่วคราวก่อนฟื้นกลับขึ้นมา

4. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (26 ส.ค.69) ลบ 41.20 ดอลลาร์ กังวลเงินเฟ้อสูงหนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ย

5. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (27 ส.ค. 69) บวก 9.62 จุด ดัชนี 1,611.54 จุด

6. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (26 ส.ค.69) ลบ 113.52 จุด กังวลเงินเฟ้อสูงกว่าคาด จับตางบ Nvidia

7. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.70 - 32.95 บาท/ดอลลาร์

8. พยากรณ์อากาศวันนี้ (27 ส.ค.69) มรสุมกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมประเทศไทย ส่งผล "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก" ฝนฟ้าคะนอง 60% ภาคอีสาน-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 40% ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 30%

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (27 ส.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 32.80 บาทต่อดอลลาร์

10. ประกาศ กปน.: ด่วน!!! คืนวันพรุ่งนี้ 27 ส.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (26 ส.ค.69) บวก 5.91 จุด ดัชนี 1,601.92 จุด

12. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (25 ส.ค.69) บวก 160.24 จุด รับบอนด์ยีลด์-น้ำมันชะลอตัว จับตาผลประกอบการ Nvidia

13. MTS Gold คาดราคาทองคำเผชิญแรงขายทำกำไรหลังทดสอบ 4,700 เหรียญ แต่การปรับลงยังจำกัด โดยเช้านี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,650 เหรียญ

14. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (25 ส.ค.69) ลบ 3.30 ดอลลาร์ จับตาดัชนี PCE-ถ้อยแถลงประธานเฟดที่แจ็กสันโฮล

15. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (26 ส.ค.69) บวก 12.36 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,608.37 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ August 28, 2026, 4:40 am