เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ธปท.ปรับมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ จูงใจจ่ายขั้นต่ำเกิน 8% รับเครดิตเงินคืน เทียบเท่าลดดบ. 0.50% ในช่วงครึ่งแรก 68 และ 0.25% ช่วงครึ่งปีหลัง


นายสมชาย เลิศลาภวศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การปรับมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ในส่วนของการผ่อนชำระขั้นต่ำ (Minimum payment) ของบัตรเครดิต โดยให้คงอัตราอยู่ที่ 8% ออกไปอีก 1 ปีจนถึงปี 2568 จากเดิมที่จะปรับเพิ่มเป็น 10% ตั้งแต่ 1 ม.ค.68 นั้น มีเป้าหมายเพื่อช่วยลดภาระการจ่ายหนี้ และช่วยรักษาสภาพคล่องให้กับครัวเรือนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง
 
 
ซึ่งปัจจุบัน พบว่า ระดับหนี้ครัวเรือนในไตรมาส 1/67 อยู่ที่ 90.8% ของ GDP แยกตามประเภทสินเชื่อได้เป็นดังนี้ สินเชื่อบ้าน คิดเป็นสัดส่วน 34% รองลงมา เป็นสินเชื่อส่วนบุคคล 25% สินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพ 18% สินเชื่อรถยนต์ 11% สินเชื่อบัตรเครดิต 3% และสินเชื่ออื่นๆ 9%

ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่ผ่อนชำระขั้นต่ำมากกว่าหรือเท่ากับ 8% จะได้รับเครดิตเงินคืนเทียบเท่าการลดดอกเบี้ย 0.50% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 (ม.ค.-มิ.ย.68) และอีก 0.25% ในช่วงครึ่งหลังของปี (ก.ค.-ธ.ค.68) โดยลูกหนี้จะได้รับเครดิตเงินคืนทุก 3 เดือน เพื่อจูงใจให้ลูกหนี้ปิดจบหนี้เร็วขึ้น และมีภาระดอกเบี้ยทั้งสัญญาลดลง

 
นายสมชาย ประเมินว่า จากมาตรการจูงใจเพื่อให้ลูกค้าผ่อนชำระขั้นต่ำมากกว่า 8% ด้วยการให้เครดิตเงินคืนดังกล่าวที่เทียบเท่าการลดดอกเบี้ยนี้ คาดว่าจะกระทบรายได้ของธนาคารพาณิชย์ และผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต ประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อปี ส่วนกลุ่มลูกหนี้ที่ชำระเต็ม (Transactor) จะไม่ได้รับการลดดอกเบี้ย แต่จะได้รับในเรื่องของสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ แทน เช่น คะแนะสะสม

ส่วนกลุ่มลูกหนี้ที่สามารถชำระขั้นต่ำได้ตั้งแต่ 5% แต่ไม่ถึง 8% สามารถใช้สิทธิปรับโครงสร้างหนี้ก่อนเป็นหนี้เสียได้ โดยเปลี่ยนประเภทหนี้ของบัตรเครดิตไปเป็นสินเชื่อระยะยาว (term loan) เพื่อจ่ายชำระเป็นงวด โดยลูกหนี้จะยังมีโอกาสได้สภาพคล่องจากวงเงินบัตรเครดิตส่วนที่เหลือ

 
“เช่น ลูกค้ามีวงเงิน 30,000 บาท ใช้ไป 18,000 บาท เหลือวงเงิน 12,000 บาท ซึ่ง ธปท.ได้ผ่อนคลายจากเดิมที่จะต้องปิดวงเงินลูกหนี้ โดยให้ธนาคารพาณิชย์พิจารณาคงวงเงินให้กับลูกหนี้ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับวินัยการเงินของลูกหนี้ หรือพฤติกรรมชำระหนี้ของลูกหนี้เป็นหลัก” นายสมชาย กล่าว

อย่างไรก็ดี หากดูตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) และสินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษ (SM) ในช่วงก่อนปรับมาตรการชำระขั้นต่ำ 8% พบว่า ในไตรมาสที่ 1/67 หนี้ NPL อยู่ที่ 3.5% เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1/66 ซึ่งอยู่ที่ 2.8% และตัวเลข SM ไตรมาส 1/67 อยู่ที่ 5.5% เพิ่มจากไตรมาส 1/66 ซึ่งอยู่ที่ 5.3%

“ประเทศไทยเราใช้ Min Pay อยู่ที่ 10% มาตั้งแต่ปี 47 และมาผ่อนผันในช่วงโควิด-19 เหลือ 5% เป็นเวลา 4 ปี ก่อนจะมาปรับเป็น 8% ตั้งแต่ม.ค. 67 ซึ่งหากดูตัวเลขภายหลังปรับขึ้น จะเห็นว่าตัวเลขที่จ่ายน้อยกว่า 8% ในเดือน ม.ค.67 อยู่ที่ 18% แต่มาในเดือนพ.ค.ลดลงเหลือ 7% แม้ว่าจะปรับลดลง แต่ยอมรับว่าใน 7% มีที่เป็นหนี้เสีย และยังชำระได้ เราจึงยกเลิกการปิดวงเงิน เพื่อให้ลูกหนี้มีสภาพคล่อง” นายสมชาย กล่าว

นายสมชาย กล่าวต่อไปว่า สำหรับมาตรการช่วยลูกหนี้ที่มีปัญหาหนี้เรื้อรัง (Persistent Debt) ภายใต้หลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) ธปท. ได้ขยายระยะเวลาการปิดจบหนี้จากภายใน 5 ปี เป็น 7 ปี อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ต่อปีเท่าเดิม เพื่อให้ค่างวดที่ลูกหนี้ต้องชำระปรับลดลง และลูกหนี้จะยังมีโอกาสได้สภาพคล่องจากวงเงินสินเชื่อส่วนที่เหลือ โดยมาตรการจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค.68 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ธปท. พยายามปรับมาตรการเพื่อให้ช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบางได้ตรงจุด ซึ่งจากเดิม ลูกหนี้ยังกังวลในเรื่องของการปิดวงเงิน และระยะเวลาการปิดจบหนี้ ทำให้ความสามารถในการผ่อนชำระค่อนข้างตึง ส่งผลให้มีลูกหนี้เข้าโครงการค่อนข้างน้อยประมาณ 1-2% ของยอดจำนวนบัญชี 5 แสนบัญชี วงเงินรวม 1.44 หมื่นล้านบาท ภายหลังจากการปรับเกณฑ์ครั้งนี้ คาดว่าจะมีลูกหนี้เข้าโครงการเพิ่มเป็น 20% ของ 5 แสนบัญชี

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 05 ส.ค. 2567 เวลา : 20:26:27
01-10-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (30 ก.ย.2569) ลบ 35.29 จุด ดัชนี 1,559.01 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (30 ก.ย.69) ลบ 31.47 จุดดัชนี 1,562.83 จุด

3. เพจ ที ลมฟ้าอากาศ แจ้งเตือน !!ด่วนที่สุด!!

4. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (29 ก.ย.69) ร่วง 131.59 จุด กังวลบอนด์ยีลด์พุ่ง จับตาเงินเฟ้อ-จ้างงานสหรัฐฯ

5. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (29 ก.ย.69) บวก 11.30 ดอลลาร์ จับตาเงินเฟ้อ-จ้างงาน ประเมินทิศทางดอกเบี้ยเฟด

6. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (30 ก.ย.69) บวก 2.38 จุด ดัชนี 1,596.68 จุด

7. พยากรณ์อากาศวันนี้ (30 ก.ย.69) ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง "กรุงเทพปริมณฑล และภาคอื่นๆ ฝน 30%" ส่วนภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่ 60%

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.45 - 33.70 บาท/ดอลลาร์

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (30 ก.ย.69) ทรงตัว ที่ระดับ 33.55 บาทต่อดอลลาร์

10. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (29 ก.ย.69) ลบ 8.07 จุด ดัชนี 1,594.30 จุด

11. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้าวันนี้ (29 ก.ย.69) ลบ 6.10 จุด ดัชนี 1,596.27 จุด

12. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (28 ก.ย.69) ร่วง 347.11 จุด ราคาน้ำมัน-บอนด์ยีลด์พุ่งฉุดตลาด

13. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (28 ก.ย.69) ร่วง 152.80 ดอลลาร์ หวั่นราคาน้ำมันสูงหนุนเงินเฟ้อ-กดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย

14. พยากรณ์อากาศวันนี้ (29 ก.ย.69) ประเทศไทยเริ่มมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้" ฝนฟ้าคะนอง 60% ภาคอีสาน 40%

15. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (29 ก.ย.69) ทรงตัว ที่ระดับ 33.61 บาทต่อดอลลาร์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 1, 2026, 2:51 am