
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังในฐานะประธานกรรมการในคณะกรรมการกำกับการดำเนินงานกองทุนรวมวายุภักษ์ เปิดเผยว่า กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง (กองทุนฯ) ได้เสนอขายหน่วยลงทุนประเภท ก. ให้แก่นักลงทุนทั่วไปจำนวน 150,000 ล้านบาท โดยมีระยะเวลาการลงทุนเบื้องต้น 10 ปี (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 - 30 กันยายน 2577) และมีราคาที่เสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป อัตราหน่วยละ 10 บาท ซึ่งได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี ทั้งนี้ หน่วยลงทุนประเภท ก. ได้เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2567 และเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 หน่วยลงทุนประเภท ก. ได้มีราคาปิดที่หน่วยละ 10.70 บาท

ในปี 2568 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) มีความผันผวนค่อนข้างมาก โดย ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2568 SET Index ปิดที่ 1,259.67 จุด ลดลงจากสิ้นปี 2567 ซึ่งปิดที่ 1,400.21 โดยมีจุดต่ำสุดที่ 1,053.79 จุด เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2568 ซึ่งมีสาเหตุหลักจากความผันผวนทางเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอกประเทศ อย่างไรก็ตาม กองทุนฯ ได้ลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีอัตราผลตอบแทนดี มีความมั่นคงในระยะยาว มีความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ และมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมถึงการจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation) ที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กองทุนฯ สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่นักลงทุน โดยสำหรับรอบผลการดำเนินงานวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 กองทุนฯ จะจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.4604 บาท/หน่วย ในวันที่ 22 มกราคม 2569 (กำหนดวันที่ไม่ได้สิทธิรับเงินปันผล (XD) ในวันที่ 5 มกราคม 2569) ซึ่งเมื่อรวมกับการจ่ายเงินปันผลที่จ่ายไปแล้วสำหรับครึ่งปีแรก (1 มกราคม 2568 ถึง 30 มิถุนายน 2568) ที่ 0.1488 บาท/หน่วย เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2568 ส่งผลให้อัตราเงินปันผลสำหรับปี 2568 เท่ากับ 0.6092 บาท/หน่วย หรือคิดเป็นร้อยละ 6.09 ต่อปี ทั้งนี้ กองทุนฯ จะมุ่งเน้นการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีอัตราผลตอบแทนดี มีความมั่นคง มีความยั่งยืนในการประกอบธุรกิจ และการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและสม่ำเสมอให้กับผู้ลงทุนในระยะยาว

คณะกรรมการกำกับการดำเนินงานกองทุนรวมวายุภักษ์จะกำกับติดตามผลการดำเนินงานของกองทุนฯ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้กองทุนฯ เป็นทางเลือกในการลงทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีและมั่นคงให้แก่ประชาชนผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ก. และภาครัฐซึ่งเป็นผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ข. ในระยะยาว รวมถึงเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาตลาดเงินและตลาดทุน และเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมต่อไป
ข่าวเด่น