แบงก์-นอนแบงก์
ไทยพาณิชย์แนะเคล็ดลับเตรียมพร้อมทายาทรับช่วงกิจการ สร้างโอกาสธุรกิจครอบครัวเพื่ออนาคตยั่งยืน


 

ธุรกิจเอสเอ็มอีซึ่งส่วนใหญ่ดำเนินงานธุรกิจลักษณะครอบครัว กำลังเผชิญกับความท้าทายในการวางแผนสืบทอดธุรกิจ ทั้งช่องว่างระหว่างวัย จำนวนทายาทที่ลดลง และการขาดความเข้าใจด้านการเงินและการลงทุนอย่างเป็นระบบ หากไม่มีการเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้ ความมั่งคั่งที่สร้างมาอาจกลายเป็นต้นเหตุของความขัดแย้ง มากกว่าจะเป็นพลังในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตในระยะยาว ธนาคารไทยพาณิชย์จึงยังคงเดินหน้าสานต่อ หลักสูตร The DOTs 5th Family Power: Legacy to the Future ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน ให้แก่ทายาทธุรกิจครอบครัวกว่า 100 บริษัททั่วประเทศ ครอบคลุมทุกกลุ่มอุตสาหกรรม โดยมุ่งหวังให้ทายาทได้ลงมือปฏิบัติจริง ผ่านกระบวนการเรียนรู้ การทดลองแนวคิด และการนำเสนอแผนธุรกิจอย่างมืออาชีพ เพื่อสร้าง “ความไว้วางใจ” จากผู้ประกอบการรุ่นก่อน และเตรียมความพร้อมการก้าวขึ้นมารับช่วงกิจการได้อย่างมั่นใจ และขับเคลื่อนธุรกิจครอบครัวไปสู่อนาคตอย่างยั่งยืน 

 
ไทยพาณิชย์แนะ 3 เคล็ดลับลดความขัดแย้งและต่อยอดความมั่งคั่งแก่ธุรกิจครอบครัว
 
ดร.นิติ เนื่องจำนงค์ ผู้อำนวยการอาวุโส Wealth Planning and Family Office ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ความขัดแย้งในธุรกิจครอบครัวมักเกิดจาก 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) การขาดแผนการส่งต่อมรดกที่ชัดเจน ซึ่งรวมถึงการทำพินัยกรรมที่ไม่รัดกุมอาจนำไปสู่ข้อพิพาทและการฟ้องร้องภายในครอบครัว ซึ่งบั่นทอนทั้งความสัมพันธ์และความมั่นคงของธุรกิจ 2) การไม่มีแผนการสืบทอดธุรกิจครอบครัวที่ชัดเจน ทำให้เกิดความไม่เข้าใจในบทบาทและความคาดหวังระหว่างรุ่น และความสัมพันธ์ในครอบครัวอาจถูกกระทบจากความคลุมเครือในการสืบทอด 3) การหล่อหลอมทายาทในเรื่องการออมและการลงทุน โดยพบว่า หลายครอบครัวให้ลูกใช้เงินบริษัทเพื่อซื้อของส่วนตัว หรือการให้เงินเดือนต่ำกว่ามาตรฐานตลาดซึ่งอาจส่งผลให้ทายาทขาดประสบการณ์ในการออมและเข้าใจกลไกการลงทุนที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนธุรกิจในระยะยาว และ 4) จำนวนทายาทที่ลดลงและช่องว่างอายุมากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อความต่อเนื่องในการบริหารกิจการในอนาคต

ธนาคารจึงแนะ 3 เคล็ดลับสำคัญเพื่อลดความขัดแย้งระหว่างรุ่น ได้แก่ 1.จัดทำบัญชีทรัพย์สินและโครงสร้างธุรกิจให้ชัดเจน โดยการจัดทำบัญชีทรัพย์สิน กำหนดโครงสร้างผู้ถือหุ้น และการจัดทำพินัยกรรมอย่างมืออาชีพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการลดข้อพิพาท และเตรียมความพร้อมสำหรับการรับช่วงต่อธุรกิจ รวมถึงการทำสัญญาก่อนสมรส สัญญาผู้ถือหุ้น และธรรมนูญครอบครัว ซึ่งจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยกำหนดข้อตกลงร่วมกันในครอบครัวอย่างมีระบบ พร้อมทั้งวางแผนภาษีการรับให้และภาษีการรับมรดกอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาความมั่งคั่งและลดภาระภาษีในอนาคต 2.การเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของครอบครัว การบริหารครอบครัวและธุรกิจให้มั่นคง ต้องเริ่มจากการฝึกฟังอย่างเข้าใจ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเส้นทางธุรกิจครอบครัวให้แข็งแรงและยั่งยืน จากนั้นจึงเป็นการฟังอย่างลึกซึ้ง เพื่อค้นหาความต้องการของแต่ละคนในครอบครัว เพื่อการออกแบบการบริหารความมั่งคั่งสำหรับธุรกิจ 3.มีคนกลางที่ปรึกษาในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท?ทั้งนี้ การระงับข้อขัดแย้งโดยไม่ต้องพึ่งศาลเป็นทางเลือกที่ช่วยรักษาความสามัคคี โดยอาจใช้คนกลางจากภายในครอบครัวที่ได้รับความไว้วางใจจากคนในครอบครัว หรือคนกลางจากสถาบันภายนอก ซึ่งธนาคารไทยพาณิชย์ มีหน่วยงาน Wealth Planning and Family Office ที่มีความเชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำการจัดการข้อพิพาทอย่างเป็นระบบและมีผลทางกฎหมายรองรับ

 
สองทายาทธุรกิจถอดประสบการณ์ตรงการบริหารกิจการแบบฉบับคนรุ่นใหม่

นายกิตติศักดิ์ คงคา ทายาทธุรกิจ บริษัท สมุนไพรคงคา จำกัด และผู้ก่อตั้งเพจลงทุนศาสตร์ กล่าวว่า เขาเริ่มต้นเส้นทางชีวิตตามแผนของครอบครัว ด้วยการเรียนเภสัชศาสตร์เพื่อกลับมาสานต่อกิจการ แต่เมื่อเข้าสู่การทำงานจริง กลับพบว่าความคิดและวิธีการทำงานของคนรุ่นพ่อแม่ไม่สอดคล้องกับตัวเอง แทนที่จะฝืนเดินตามเส้นทางเดิม จึงเลือกใช้เวลาวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ออกไปค้นหาตัวตน ผ่านการลงเรียนพิเศษในหลายแขนงและค้นพบว่า “การลงทุน” คือสิ่งที่ทำแล้วมีความสุขที่สุด  ด้วยเงินทุนก้อนแรก 1 ล้านบาทที่ได้จากครอบครัว จึงนำไปลงทุนในตลาดหุ้นและเติบโตเป็นพอร์ตมูลค่ากว่า 120 ล้านบาทในระยะเวลาไม่กี่ปี

ทายาทธุรกิจเอสเอ็มอีที่ต้องการสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเองและธุรกิจครอบครัวในระยะยาว จึงควรเริ่มต้นจากการเข้าใจ 3 สิ่งสำคัญ ได้แก่ 1.การเข้าใจรากฐานทางการเงินของตัวเองและของบริษัทอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน โดยต้องแยกให้ชัดเจนระหว่างทรัพย์สินส่วนบุคคลกับทรัพย์สินของครอบครัว เพราะความมั่งคั่งของธุรกิจครอบครัวไม่ใช่ความมั่งคั่งส่วนบุคคล การทำความเข้าใจงบแสดงสถานะทางการเงิน งบกำไรขาดทุน และงบกระแสเงินสดของตัวเองและธุรกิจ จะช่วยให้เห็นภาพรวมที่แท้จริงของทรัพย์สินและศักยภาพทางการเงิน การแยกทรัพย์สินออกจากกันไม่ใช่เพื่อแบ่งแยก แต่เพื่อสร้างความชัดเจนและความรับผิดชอบในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่ต้องการต่อยอดจากรากฐานเดิมอย่างมั่นคงและมีทิศทาง 2. ต่อยอดทรัพย์สินของตัวเองและครอบครัวให้เติบโตอย่างมั่งคั่ง เริ่มจากตั้งเป้าหมายการลงทุนให้ชัดเจน เช่น เพื่อรักษาสภาพคล่อง หรือสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว แล้วเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่เหมาะสมกับผลตอบแทนและความเสี่ยงที่รับได้ เช่น ตราสารเงิน ตราสารหนี้ ตราสารทุน ตราสารอนุพันธ์ อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ และกองทุนรวม และ 3.กระจายความเสี่ยงจากรายได้หลายช่องทาง การมีรายได้จากธุรกิจครอบครัว ธุรกิจส่วนตัว และพอร์ตการลงทุน ช่วยให้ทายาทยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง พร้อมบริหารทรัพย์สินอย่างมีอิสระและมั่นคงในระยะยาว

นายพจน์ สุพรหมจักร ผู้ก่อตั้งบริษัท เอ็น-เวสต์ เวนเจอร์ จำกัด(Nvest Venture) บริษัทลงทุนในสตาร์ทอัพ ชี้ว่า ธุรกิจครอบครัวส่วนใหญ่มักจะหยุดที่รุ่น 3 ดังนั้น ธุรกิจครอบครัวที่กำลังเดินทางมาสู่รุ่นที่ 3 จึงควรโฟกัสที่การขับเคลื่อนคุณค่าของธุรกิจที่แท้จริง ได้แก่ ฐานลูกค้า ความสามารถในการแข่งขัน หรือ คุณภาพของรายได้ เพื่อวางกลยุทธ์การเติบโตที่ตรงจุด ไม่ใช่มองแค่ยอดขายหรือกำไรระยะสั้น จากนั้นควรวางแผนการลงทุนซ้ำ (Reinvestment) อย่างต่อเนื่อง เพราะธุรกิจที่หยุดลงทุนซ้ำ คือ ธุรกิจที่หยุดเติบโต ดังนั้นคนเจน 3 จึงต้องเร่งผลักดันการนำกำไรกลับมาพัฒนาองค์กร เช่น ขยายตลาด พัฒนานวัตกรรม หรือยกระดับทีมงาน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว 

“สิ่งสำคัญต่อมา คือ การพลิกฟื้นจุดอ่อนให้เป็นโอกาส อย่าปล่อยให้ธุรกิจที่อ่อนแอถ่วงการเติบโตของทั้งองค์กร ผู้บริหารควรประเมินจุดเสี่ยง ปรับโครงสร้าง หรือยุติบางส่วน เพื่อให้ทรัพยากรถูกใช้ในจุดที่สร้างผลตอบแทนได้สูงสุด และสุดท้าย ต้องลงทุนในสิ่งที่เราสามารถควบคุมได้ ซึ่งการลงทุนที่ดีไม่ใช่แค่การกระจายเงินไปร่วมลงทุนในธุรกิจต่างๆ แต่เราต้องมีอำนาจในการควบคุมธุรกิจได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการมีสิทธิ์ตัดสินใจ หรือการมีบทบาทในการบริหาร เพื่อให้เงินลงทุนสร้างผลตอบแทนที่แท้จริงและยั่งยืน” นายพจน์ กล่าว

ทั้งหมดนี้ เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร The DOTs 5th Family Power: Legacy to the Future โดยธนาคารไทยพาณิชย์ตั้งใจนำเสนอเพื่อให้ทายาทธุรกิจร่วมค้นหาโอกาสใหม่ทางธุรกิจหรือ New S-Curve ที่นำไปสู่การต่อยอดให้ธุรกิจเติบโตท่ามกลางการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่ง และตอกย้ำเป้าประสงค์ของธนาคารในการเป็นคู่คิดทางการเงินที่พร้อมมอบความมั่นคงและส่งต่อความมั่งคั่งให้แก่ลูกค้าทุกกลุ่ม
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 22 ม.ค. 2569 เวลา : 12:59:49
22-01-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นปิด (22 ม.ค.69) ลบ 5.92 จุด ดัชนี 1,311.64 จุด

2. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้า (22 ม.ค.69) บวก 4.38 จุด ดัชนี 1,321.94 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกปิดบวกต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน ประเมินกรอบระยะสั้นแนวรับ 4,750-4,710 เหรียญแนวต้าน 4,835-4,890 เหรียญ

4. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (22 ม.ค.69) อ่อนค่าลงหนัก ที่ระดับ 31.30 บาทต่อดอลลาร์

5. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.20-31.45 บาท/ดอลลาร์

6. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (21 ม.ค.69) บวก 71.70 ดอลลาร์ นักลงทุนยังเดินหน้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

7. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (21 ม.ค.69) บวก 588.64 จุด ขานรับทรัมป์ทำข้อตกลงประเด็นกรีนแลนด์

8. พยากรณ์อากาศวันนี้ (22 ม.ค.69) ทั่วไทยอุณหภูมิลดลง 1-2 องศา เว้นภาคอีสาน ลด 1-3 องศา จากมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนแผ่ปกคลุม

9. ทองเปิดตลาดวันนี้ (22 ม.ค. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 71,850 บาท

10. ตลาดหุ้นไทยเปิด (22 ม.ค.69) บวก 2.99 จุด ดัชนี 1,320.55 จุด

11. ตลาดหุ้นปิด (21 ม.ค.69) บวก 21.19 จุด ดัชนี 1,317.56 จุด

12. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้า (21 ม.ค.69) บวก 19.00 จุด ดัชนี 1,315.37 จุด

13. MTS Gold คาดราคาทองคำโลกได้ทำจุดสูงสุดใหม่ (All-Time High) ในปีนี้แล้วเป็นครั้งที่ 5 ประเมินกรอบระยะสั้น แนวรับ 4,750-4,700 เหรียญ แนวต้าน 4,850-4,900 เหรียญ

14. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (20 ม.ค.69) พุ่ง 170.40 ดอลลาร์ ทำนิวไฮยืนเหนือ $4,700 รับแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

15. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (20 ม.ค.68) ร่วง 870.74 จุด วิตกกังวลข้อพิพาทการค้าสหรัฐ-ยุโรป

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 22, 2026, 10:11 pm