เอสเอ็มอี
Special Report : ทางออกด้านการเงินของ SME ปี 2026 ท่ามกลางเศรษฐกิจโตต่ำ - ภาระหนี้สูง


ธุรกิจ SME กระดูกสันหลังของเศรษฐกิจไทย ที่เป็นแหล่งการจ้างงานหลักในประเทศสูงถึงประมาณ 70% ของการจ้างงานทั้งหมด และมีส่วนสำคัญในการสร้างรายได้ คิดเป็น 35-40% ของ GDP แต่ในตอนนี้ SME จำนวนมากกำลังเผชิญกับปัญหาของรายได้โตไม่ทันค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังติดอยู่ในวงจรหนี้ที่ยากจะถอนตัว ซึ่งด้วยในสภาวะเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองแบบนี้ กับ SME ที่มีความสามารถในการแข่งขันต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีความเสี่ยงอย่างมาก ที่ SME จะตกชั้นทั้งระบบ หากไม่เร่งพลิกโครงสร้างธุรกิจอย่างจริงจัง
 
เศรษฐกิจไทยในปี 2026 กำลังเผชิญจุดเปราะบางครั้งสำคัญ จากการคาดการณ์การเติบโตว่าในปีนี้จะขยายตัวเพียง 1.8% ต่ำกว่า 2% เป็นครั้งแรกรอบกว่า 30 ปี และยังต่ำสุดในภูมิภาคอีกด้วย สะท้อนถึงหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทยอย่างธุรกิจ SME ว่า กำลังเผชิญเข้ากับภาวะ “ติดหล่ม” ทางเศรษฐกิจ ที่แม้ว่าช่วงโควิดจะผ่านไปแล้ว แต่ธุรกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ เนื่องจากขาดเครื่องยนต์ใหม่ และปัญหาเรื้อรัง ได้แก่ ปัญหาเรื่องอัตรากำไร (Margin) ต่ำ อันเป็นจุดอ่อนที่สำคัญที่สุด เพราะการที่กำไรต่ำ เท่ากับธุรกิจไม่มีเกราะป้องกันต่อความเสี่ยง เมื่อเกิดปัญหาไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ที่ทำให้เกิดการขาดทุน ผู้ประกอบการ SME จึงจำเป็นต้องก่อหนี้เพื่อนำเงินมาหมุนเวียน แต่เพราะเหตุนี้ ทำให้ภาระดอกเบี้ยสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเมื่อรายได้หรือกำไรที่โตไม่ทัน แต่ต้องแบ่งไปจ่ายดอกเบี้ยในสัดส่วนที่สูงขึ้นๆ ธุรกิจ SME ส่วนมากเลยติดอยู่ในวงจรหนี้ที่ทั้งพอกพูนสะสม และสภาพคล่องต่ำ กดดันให้ความสามารถในการแข่งขันลดลงไปอีก
 
สอดคล้องกับที่ทาง Krungthai Compass มีการรายงานว่า สัดส่วนของธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มผลประกอบการแย่ และแย่มากเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในรอบ 15 ปี จากเดิมที่เคยมีอยู่ 20% ปัจจุบันกลับเพิ่มสูงขึ้นจนครอบคลุมกว่าครึ่งหนึ่งของธุรกิจทั้งหมดในปี 2567 สะท้อนว่าปัญหาที่ SME เผชิญอยู่ อาจไม่ใช่เพียงปัญหาเฉพาะตัวของบริษัท แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่กดดันความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจให้ลดลงทั้งระบบ
 
โดยหากพิจารณา 6 อุตสาหกรรมในโครงการ Reinvent Thailand (โครงการที่ผนึกพลังของภาคเอกชน ภาครัฐ และภาคการเงิน ร่วมกันคิดและลงมือแก้ไขโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง) ที่มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจสูง อย่าง กลุ่มอาหารและเกษตร, ยานยนต์, การแพทย์และสุขภาพ, อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ, การท่องเที่ยว การค้าส่งและค้าปลีก ซึ่งมีผลต่อเศรษฐกิจวงกว้างที่มีรายได้รวมกันถึง 38 ล้านล้านบาทต่อปี หรือ 64% ของรายได้ธุรกิจทั้งหมด ประกอบด้วย SME ทั้งสิ้น 230,000 ราย และจ้างงานสูงถึง 10.6 ล้านคน ดังนั้นหากจะหาทางออกให้กับเศรษฐกิจไทยที่เคียงคู่กับธุรกิจ SME ไปด้วยกัน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง Reinvent SME กลุ่มเหล่านี้เป็นลำดับแรก ซึ่งโอกาสในการขยับเข้าช่วยเหลือจริง แน่นอนว่ามันผูกกับรัฐบาลโดยตรง ดังนั้นจากโครงการที่มีอยู่ ที่ช่วยให้ SME “รู้” มากขึ้น แต่ยังไม่ช่วยให้ “รอด” มากขึ้น จำเป็นต้องขยับการช่วยเหลือเพื่อการประคับประคอง เช่น มาตรการเฉพาะกิจ, เงินอุดหนุนระยะสั้น ไปจนถึงการที่รัฐบาลชุดใหม่ กล้าแตะปัญหาโครงสร้างเพื่อขยายทางรอดให้กว้างขึ้น อย่างการปรับบทบาทรัฐจาก “ผู้คุมกติกา” → “ผู้ร่วมเสี่ยง”,  การปฏิรูประบบสินเชื่อที่ไม่มอง SME เป็นลูกหนี้ชั้นสอง, การเชื่อม SME เข้ากับอุตสาหกรรมอนาคตจริง ไปจนถึงการลดการเอื้อรายใหญ่ที่กิน margin SME ทำลายโครงสร้างตลาดในหลายอุตสาหกรรมที่ถูกผูกขาดโดยทุนใหญ่ และกำลังถูกรุกคืบโดยทุนต่างชาติ เป็นต้น

ส่วนในภาคของ SME เอง ที่ความสามารถในการแข่งขันลดลงเมื่อเทียบบริบทโลกยุคใหม่ อาจต้องมีการปรับตัวเข้าสู่เทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะ AI และระบบอัตโนมัติ ที่จะเพิ่มแต้มต่อให้ เช่น การช่วยเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุนแฝง และยกระดับคุณภาพการตัดสินใจ รวมถึงการไม่นั่งรอเฉย ๆ ให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาเปลี่ยนแปลง แต่คือการเพิ่มความยืดหยุ่นให้ธุรกิจ เช่น ขยายฐานลูกค้า ปรับสินค้าให้ตอบโจทย์หลายกลุ่ม หรือสร้างรายได้จากช่องทางอื่น เพื่อตั้งรับกับสภาพเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนในปัจจุบัน

LastUpdate 08/02/2569 21:20:48 โดย : Admin
09-02-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิด (6 ก.พ. 69) บวก 7.78 จุด ดัชนี 1,354.01 จุด

2. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้า (6 ก.พ.69) บวก 10.21 จุด ดัชนี 1,356.44 จุด

3. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (5 ก.พ.69) ร่วง 61.30 เหรียญ เหตุดอลลาร์แข็งค่าฉุดตลาด

4. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (5 ก.พ.69) ร่วง 592.58 จุด หวั่นการแข่งขัน AI รุนแรง ฉุดกำไรบริษัทกลุ่มเทคฯ

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (6 ก.พ.69) ประเทศไทยตอนบน อุณหภูมิสูงขึ้น 1-2 องศา, 8-11 ก.พ. ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง

6. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway ซึ่งการปรับฐานอาจใช้เวลาประมาณ 1 เดือน เคลื่อนไหวระยะยาว ที่ค่อนข้างกว้างบริเวณ 4,650-4,950 เหรียญ

7. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (6 ก.พ.69) ลบ 2.47 จุด ดัชนี 1,343.76 จุด

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.70-31.95บาท/ดอลลาร์

9. ราคาทองวันนี้ (6 ก.พ. 69) เปิดตลาด ร่วงลง 1,300 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 72,800 บาท

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (6 ก.พ.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 31.85 บาทต่อดอลลาร์

11. ประกาศ กปน.: 9 ก.พ. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหลถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล

12. ประกาศ กปน.: 9 ก.พ. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนพระรามที่ 3

13. ตลาดหุ้นไทยปิด (5 ก.พ. 69) ลบ 0.31 จุด ดัชนี 1,346.23 จุด

14. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (5 ก.พ.69) ลบ 7.63 จุด ดัชนี 1,338.91 จุด

15. MTS Gold คาดราคาทองคำในระยะสั้นประเมินว่าเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways โดยนักลงทุนควรระมัดระวังความผันผวนของราคาประเมินแนวรับของราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot)อยู่ที่บริเวณ 5,000-5,100 เหรียญ

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ February 9, 2026, 6:20 am