เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาดหวังสงครามใกล้ยุติ หนุน SET รีบาวด์"


คาด SET รีบาวด์ หนุนจาก ปธน. ทรัมป์ส่งสัญญาณสงครามใกล้ยุติ-ยกเลิกคว่ำบาตรน้ำมัน ส่งผลราคาน้ำมันดิบหลุด $90/bbl คลายกังวลเงินเฟ้อ วันนี้จับตาการประชุม G7 หาข้อสรุปการระบายน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉิน ส่วนในประเทศติดตามการประชุม ครม. พิจารณามาตรการรับมือวิกฤตพลังงาน ทางเทคนิคดัชนีลงมาทดสอบโซนจุดต่ำเดิมบริเวณ 1335 แล้วดีดกลับ มองว่าหากไม่หลุดโซนดังกล่าวน่าจะเห็นการฟื้นตัวต่อเนื่อง แนวรับ 1370/1360 แนวต้าน 1410/1430

ประเด็นสำคัญ

• วานนี้ (9 มี.ค.) กลุ่มประเทศ G7 และ IEA หารือร่วมกันเกี่ยวกับการปล่อยน้ำมันดิบจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกันซึ่งมีมากถึง 1.2 พันล้านบาร์เรล หลังราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งสู่ระดับ US$120 ต่อบาร์เรล ประเด็นดังกล่าวช่วยผ่อนคลายความกังวลอุปทานน้ำมันชะงักและทำให้ราคา Brent ผ่อนคลายลงสู่ระดับต่ำกว่า US$100 ต่อบาร์เรล แต่ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

• ปธน. ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่าสงครามกับอิหร่านอาจจบลงในไม่ช้า และพิจารณาผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน เพื่อช่วยลดความผันผวนของตลาดพลังงาน ประเด็นดังกล่าวช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดบรรยากาศการลงทุน ทำให้ราคาน้ำมันดิบลดลงต่อเนื่องและตลาดหุ้นสหรัฐฯ เริ่มฟื้นตัว

• รัฐบาลเตรียมมาตรการรับมือวิกฤตพลังงาน เช่น การจูงใจใช้ E20 แทน E10 โดยการลดราคาและทยอยปรับขึ้นราคาเบนซินแบบขั้นบันได, ขยายเวลาตรึง LPG อีก 2 เดือน จากเดิมที่จะสิ้นสุดใน มี.ค. 2569, เตรียมกู้เงินสำหรับกองทุนน้ำมันฯ เพื่ออุดหนุนราคาน้ำมัน และ การปรับสัดส่วนไบโอดีเซลเป็น B7 แทน B5 เริ่ม 14 มี.ค. นี้ ซึ่งมองเป็นบวกต่อผู้ผลิตไบโอดีเซล เช่น GGC BBGI EA และ PTG

• ฐานะกองทุนน้ำมันฯ ล่าสุดพลิกขาดดุล 786 ลบ. จากสัปดาห์ก่อน เป็นผลจากการอุดหนุนราคาดีเซลเพื่อตรึงราคาขายปลีกที่ 29.94 บาท/ลิตร โดยกองทุนน้ำมันฯ ต้องอุดหนุนลิตรละ 11.73 บาท/ลิตร และมีรายจ่ายเฉลี่ยประมาณ 700 บาท/วัน ประเด็นดังกล่าวคงเป็นปัจจัยกดดันต่อค่าการตลาดและธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน

• นายกฯ เผยได้รับแจ้งว่าในวันที่ 14 มี.ค. 2569 จะมีรัฐพิธีเปิดรัฐสภาฯ และจะมีการประชุมสภาวันแรกในวันที่ 15 มี.ค. เพื่อเลือกประธานและรองประธานสภา และคาดว่าจะโหวตเลือกนายกฯ ได้ในช่วงวันที่ 18-19 มี.ค. และตามด้วยการจัดตั้ง ครม. ส่วนแหล่งข่าวจากพรรคภูมิใจไทยเผยว่าโผ ครม. เริ่มมีความชัดเจน

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมองวิกฤติในตะวันออกกลางกำลังยกระดับเข้าสู่ Scenario 3 (สงครามยืดเยื้อและขยายตัวระดับภูมิภาค) ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลก รวมทั้ง SET จะเข้าสู่ภาวะ Bear Market และเสี่ยงเกิดแรงเทขายหนัก (Forced Sell) เพื่อโยกเงินไปพักในสินทรัพย์ปลอดภัยแทน (Safe Haven) อาทิ ทองคำ, USD และตราสารหนี้ระยะสั้น ส่วน GDP ไทยและ EPS SET ที่เดิมคาด 1.7% และ 95.7 บาท จะลดลงเป็น 1.1% และ 91 บาท ตามลำดับ ซึ่งหากอิง PER 14 เท่า ซึ่งเป็นระดับก่อนเงินทุนไหลเข้ารอบใหญ่ จะได้ SET ที่ระดับ 1275 จุด อย่างไรก็ดี มีโอกาสค่า Equity Risk Premium  จะสูงขึ้น (Yield Gap แคบลง) จนทำให้ Valuation ถูก De-rating ลงไปเทรดที่ PER 12 เท่าในกรณีเลวร้ายที่สุด (Worst-case) ที่ระดับ 1100 จุด เพื่อสะท้อนเงินทุนที่ไหลออกอย่างรุนแรงได้ (ในอดีต SET เคยลงไปแตะระดับ 12 เท่าในช่วงวิกฤตหนักๆ เช่น COVID-19)

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

ช่วงสั้นมอง SET เกิดภาวะ Extreme Risk off จากวิกฤติในตะวันออกกลาง ดังนั้นหากนักลงทุนรับความเสี่ยงได้ต่ำและกังวลสงครามยืดเยื้อ แนะนำ 

1. ถือเงินสดมากขึ้น (Cash is King) และลดน้ำหนักลงทุนในหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ 1) หุ้นที่อ่อนไหวง่ายต่อต้นทุนน้ำมัน อาทิ กลุ่มปิโตรเคมี สายการบิน ยานยนต์ ท่องเที่ยว โรงไฟฟ้า SPP อิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้ง รพ. ระดับบนที่มีฐานลูกค้าตะวันออกกลาง และ 2) หุ้นที่หนี้ต่างประเทศสูงจากบาทอ่อนค่า อาทิ สายการบิน

2. Strategic Hedging โดยมองบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ ได้แก่ PTTEP PTT เพื่อ Hedging พอร์ตตามราคาน้ำมันที่ทรงตัวสูง (ควรตั้งจุด Trailing Stop หรือจุดล็อคกำไร เพราะหากสถานการณ์คลี่คลายจะเกิด sell on fact)

ส่วนนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการเก็งกำไรโดยมอง “วิกฤตคือโอกาส" ควรใช้ 'Strategic Layering' โดยแบ่งไม้สะสมที่แนวรับสำคัญ 1320-1350/1275/1100 ใน 3 กลุ่ม ดังนี้

1. หุ้น High Dividend เพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความเสี่ยงให้แก่พอร์ตลงทุนระยะสั้น (สะสมก่อนขึ้น XD ใน มี.ค.-พ.ค. นี้) โดยเลือกหุ้นที่จ่ายเงินปันผลจากกำไรปี 2568 (หักเงินปันผลจ่ายระหว่างกาลแล้ว) ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5% และราคาหุ้นผันผวนต่ำ (Beta < 1) อีกทั้งมีกำไรและฐานะการเงินที่มั่นคง ได้แก่ SIRI KTB KTC KBANK KKP TISCO BAM AP TLI 

2. หุ้น Fast Rebound เพื่อดักเด้งหุ้นคุณภาพที่ลงแรงเกินเหตุ (Panic Sell) จากวิกฤติในอิหร่าน โดยเลือกหุ้น SET50 ที่มีค่า Beta > 1 ซึ่งหลังเกิดเหตุราคาหุ้นปรับลงแรงกว่า SET ขณะที่กำไรได้รับผลกระทบโดยตรงจำกัดจากต้นทุนน้ำมันขึ้น ซึ่งคาดหวังตลาดฟื้นตัวจะมีเม็ดเงินไหลกลับ ได้แก่ GULF DELTA BJC HMPRO OSP CBG SAWAD MTC TIDLOR 

3. หุ้น Sector Rotation (เน้นสลับเมื่อวิกฤติคลี่คลาย) เพื่อเข้ากลุ่มที่เสียประโยชน์จากต้นทุนน้ำมันขึ้นและมีฐานลูกค้าตะวันออกกลาง โดยเลือกหุ้น SET100 ที่มีค่า Beta > 1 และราคาหุ้นปรับลงแรงกว่า SET เพราะจะเป็นกลุ่มที่วิ่งแรงที่สุดในรอบถัดไป ซึ่งคาดหวังจะเกิด Short Covering ได้แก่ GPSC BGRIM AOT MINT CENTEL AWC ERW AAV IVL PTTGC IRPC TOP BH KCE

Daily Top Picks

GULF: ปัจจัยกระตุ้นสั้นจากสถานการณ์ตะวันออกกลางมีสัญญาณผ่อนคลาย และการจัดตั้งรัฐบาลที่มีความชัดเจน คาดเดินหน้ามาตรการ Direct PPA และ PDP2026 หลังจัดตั้งรัฐบาลเสร็จ ผลประกอบการปี 69 คาดโตจากกำลังการผลิตใหม่, Capacity Payment ในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น และเงินปันผลจาก KBANK เป้าหมายสั้นที่ 57.00 บาท

BBL: ปัจจัยกระตุ้นสั้นจากราคาหุ้นผันผวนต่ำกว่าตลาดในช่วงตะวันออกกลางตึงเครียด และคาดจะฟื้นตัวหลังสถานการณ์มีสัญญาณผ่อนคลาย และเพิ่มอัตราจ่ายเงินปันผลเป็น 41% (เดิม 30-40%) ทำให้การจ่ายปันผลจากผลประกอบการช่วง 2H68 ที่ 8 บาท/หุ้น หรือ Div. Yield ที่ 4.8% ขึ้น XD วันที่ 22 เม.ย. เป้าหมายสั้นที่ 171 บาท

 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 10 มี.ค. 2569 เวลา : 11:39:19
11-03-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิด (11 มี.ค.69) บวก 1.58 จุด ดัชนี 1,407.34 จุด

2. MTS Gold คาด ราคาทองคำสามารถ Breakout ระดับ 5,200 เหรียญ ขึ้นมาได้ ซึ่งถือเป็นแนวต้านสำคัญในระยะสั้น

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (11 มี.ค.69) บวก 18.32 จุด ดัชนี 1,424.08 จุด

4. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (10 มี.ค.69) บวก 22.79 จุด ดัชนี 1,405.76 จุด

5. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (10 มี.ค.69) บวก 21.20 จุด ดัชนี 1,404.17 จุด

6. MTS Gold คาด ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway กรอบกว้าง 5,020 - 5,180 เหรียญ

7. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.50-31.80 บาท/ดอลลาร์

8. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (9 มี.ค.69) บวก 239.25 จุด หลังทรัมป์ส่งสัญญาณสงครามอิหร่านใกล้ยุติ

9. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (9 มี.ค.69) ร่วง 55 เหรียญ เหตุดอลลาร์แข็งค่า-กังวลเงินเฟ้อพุ่งหนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ย

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (10 มี.ค.69) แข็งค่าขึ้นมากที่ระดับ 31.77 บาทต่อดอลลาร์

11. ตลาดหุ้นไทยเปิด (10 มี.ค.69) บวก 24.06 จุดดัชนี 1,407.03 จุด

12. ทองเปิดตลาดวันนี้ (10 มี.ค.69) ปรับขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 78,500 บาท

13. พยากรณ์อากาศวันนี้ (10 มี.ค.69) อากาศร้อนตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงบางแห่งในภาคเหนือ-ภาคใต้ 20% ภาคกลาง-ภาคตะวันออก 10%

14. พรุ่งนี้น้ำมันขึ้นราคา เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 50 สต. E20-E85 ลด 50 สต./ลิตร

15. ประกาศ กปน.: ด่วน!!! คืนวันพรุ่งนี้ 10 มี.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนบรมราชชนนี

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ March 11, 2026, 8:05 pm