เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิเคราะห์ "มูลค่าการส่งออกชิป ปี 2569 มีทิศทางเติบโตต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะขยายตัว 22% จากปีก่อนหน้า"


· มูลค่าการส่งออกชิปของไทยในปี 2026 คาดว่าจะขยายตัว 22% จากแรงหนุนของการลงทุนด้าน AI และ Data Center ที่เร่งตัวทั่วโลก แม้ไทยไม่ได้ผลิตชิป AI ขั้นสูงโดยตรง แต่ความต้องการชิปทั่วไปที่เพิ่มขึ้นตลอดห่วงโซ่อุปทานยังสนับสนุนให้การส่งออกขยายตัวต่อเนื่อง

· ชิปที่ไทยผลิตและส่งออกไม่ได้รับผลกระทบจากมาตราการภาษีของสหรัฐฯ ทั้งมาตรา 232 และ มาตรา 122 ที่มีการประกาศเพิ่มเติม ทำให้ปัจจุบันแรงกดดันด้านภาษีต่อการส่งออกชิปของไทยยังอยู่ในวงจำกัด

· มูลค่าการส่งออกของชิปที่ไทยเป็นฐานการผลิตมีทิศทางขยายตัวในทุกประเภท ทั้ง Power Management, Microcontroller และ Memory แต่เติบโตในอัตราที่ชะลอลงเนื่องจากฐานที่สูงในปีก่อนหน้า

มูลค่าส่งออกชิปของไทยในปี 2026 คาดว่าจะขยายตัว 22%

เนื่องจากกระแส AI และ Data Center ที่ยังคงมีการลงทุนต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า รวมถึงผลกระทบที่จำกัดจากภาษีทรัมป์ (รูปที่ 1) โดยมีรายละเอียดดังนี้
 


 
1. กระแสลงทุนด้าน Data Center และการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยี AI ที่ขยายตัวทั่วโลก

ทิศทางการลงทุนด้าน Data Center มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยในช่วงปี 2025-2030 คาดว่าจะขยายตัวราว 8.4% ต่อปี (CAGR) ตามแรงหนุนของการนำ AI มาใช้งาน (รูปที่ 2)

 
 
ทั้งนี้ AI Server ที่ติดตั้งใน Data Center จำเป็นต้องใช้ ชิป เป็นส่วนประกอบสำคัญ แม้ไทยจะไม่ได้เป็นฐานการผลิต AI ชิป1 ขั้นสูง แต่ก็เป็นผู้ผลิตและส่งออก ชิป General-purpose2 (รูปที่ 3) ซึ่งก็เป็นส่วนประกอบที่ขาดไม่ได้ในวงจรอิเล็กทรอนิกส์ โดยชิปที่ไทยส่งออกกว่า 64% จะเป็นชิป Power Management ซึ่งใช้คุมกระแสไฟในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ (รูปที่ 4)

นอกจากนี้ การพัฒนาด้าน AI ยังเร่งให้เกิดการขยายตัวของ Smart Appliance (รูปที่ 5) หรือการนำ AI ไปประยุกต์ใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปมากขึ้น การเพิ่มจำนวนของอุปกรณ์เหล่านี้ทำให้ความต้องการชิป General-purpose ขยายตัวและหนุนการส่งออกของไทย

 
 
2. ชิปไทยไม่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายหลักที่ได้รับผลกระทบจากมาตรา 232 ของสหรัฐฯ

แม้สหรัฐฯ จะมีการตั้งภาษีภายใต้มาตรา 2323 ต่ออุตสาหกรรม Semiconductor แต่ขอบเขตของมาตรการดังกล่าวในปัจจุบัน มุ่งเน้นเฉพาะอุปกรณ์ที่มีชิป AI ขั้นสูงเป็นองค์ประกอบ เช่น Nvidia H200 และ AMD MI325X เนื่องจากถูกมองว่าเป็นสินค้าที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ และห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีขั้นสูง

3. ไม่ได้รับผลกระทบด้านภาษีจากมาตรา 122 ซึ่งมาแทนที่ภาษี Reciprocal ที่ถูกยกเลิกไป

ชิปที่ไทยเป็นผู้ส่งออกหลักอยู่ในกลุ่มสินค้าที่ได้รับการยกเว้นจากการจัดเก็บภาษี Reciprocal ของสหรัฐฯ และภายหลังเมื่อมีการประกาศใช้ภาษีมาตรา 122 เพื่อแทนภาษี Reciprocal ที่ถูกยกเลิก กลุ่มชิปที่ไทยส่งออกก็ยังคงอยู่ในรายการยกเว้นเช่นเดิม ทำให้ปัจจุบันแรงกดดันด้านภาษีต่อการส่งออกชิปของไทยยังอยู่ในวงจำกัด

อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงเชิงนโยบายในระยะถัดไปยังคงต้องติดตาม โดยเฉพาะความเป็นไปได้ของการขยายขอบเขตมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ในอนาคต

ในปี 2026 ส่งออกชิปทุกประเภทยังคงขยายตัวแต่ในอัตราที่ชะลอลง

การขยายตัวที่ชะลอเป็นผลมาจากฐานที่สูงในปีก่อนหน้า ไม่ใช่ความต้องการในตลาดโลกที่ลดลง โดยมีรายละเอียดการวิเคราะห์ ดังนี้

 
1. Power Management หรือ ชิปควบคุมกระแสไฟคาดว่าจะโต 21%

มีแรงหนุนที่เพิ่มขึ้นทั้งด้านอุปทานและอุปสงค์ โดยด้านอุปทานมาจากกำลังการผลิตในประเทศเพิ่มขึ้นจากการเปิดโรงงานใหม่และเริ่มทยอยดำเนินการผลิต ขณะที่ด้านอุปสงค์มาจากกระแส AI และ Data Center ซึ่งต้องใช้ระบบควบคุมและจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ความต้องการชิปควบคุมกระแสไฟเพิ่มขึ้น

2. Microcontroller หรือ ชิปประมวลผล คาดว่าจะโต 31%

ขยายตัวตามความต้องการจากตลาด Smart Appliance ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ ระบบควบคุมภายในบ้าน และอุปกรณ์ IoT ซึ่งล้วนต้องใช้ Microcontroller เป็นหน่วยประมวลผลหลักในการควบคุมและสั่งงานอุปกรณ์ต่างๆ

3. Memory หรือ ชิปหน่วยความจำคาดว่าจะโต 25%

จากมูลค่าการส่งออกที่เพิ่มขึ้นตามภาวะอุปทานตึงตัวในตลาดโลก โดยผู้ผลิตในต่างประเทศหลายรายปรับสายการผลิตไปสู่การผลิตชิปหน่วยความจำสำหรับ AI (AI memory) ส่งผลให้หน่วยความจำทั่วไป (Non-AI memory) มีอุปทานจำกัด สถานการณ์ดังกล่าวเอื้อประโยชน์ต่อไทยซึ่งเป็นฐานการผลิตหน่วยความจำทั่วไป ทำให้สามารถส่งออกเพิ่มขึ้นภายใต้ระดับราคาที่ปรับสูงขึ้น

อย่างไรก็ตี ราคาชิปหน่วยความจำที่เพิ่มสูงขึ้น อาจส่งผลกดดันต่อความต้องการในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางประเภท อาทิ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC) ที่ผู้ประกอบการเริ่มปรับลดปริมาณหน่วยความจำใน PC รุ่นเริ่มต้น และออกแบบให้ผู้บริโภคสามารถเพิ่มเติมหน่วยความจำได้เองในภายหลัง

โดยสรุป การส่งออกชิปยังคงเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวน อย่างไรก็ดี ทิศทางในระยะข้างหน้ายังคงมีประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงของมาตรการทางการค้า และการลงทุนใน AI ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการส่งออกชิปของไทยในระยะยาว

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 10 มี.ค. 2569 เวลา : 15:54:33
11-03-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิด (11 มี.ค.69) บวก 1.58 จุด ดัชนี 1,407.34 จุด

2. MTS Gold คาด ราคาทองคำสามารถ Breakout ระดับ 5,200 เหรียญ ขึ้นมาได้ ซึ่งถือเป็นแนวต้านสำคัญในระยะสั้น

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (11 มี.ค.69) บวก 18.32 จุด ดัชนี 1,424.08 จุด

4. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (10 มี.ค.69) บวก 22.79 จุด ดัชนี 1,405.76 จุด

5. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (10 มี.ค.69) บวก 21.20 จุด ดัชนี 1,404.17 จุด

6. MTS Gold คาด ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway กรอบกว้าง 5,020 - 5,180 เหรียญ

7. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.50-31.80 บาท/ดอลลาร์

8. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (9 มี.ค.69) บวก 239.25 จุด หลังทรัมป์ส่งสัญญาณสงครามอิหร่านใกล้ยุติ

9. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (9 มี.ค.69) ร่วง 55 เหรียญ เหตุดอลลาร์แข็งค่า-กังวลเงินเฟ้อพุ่งหนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ย

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (10 มี.ค.69) แข็งค่าขึ้นมากที่ระดับ 31.77 บาทต่อดอลลาร์

11. ตลาดหุ้นไทยเปิด (10 มี.ค.69) บวก 24.06 จุดดัชนี 1,407.03 จุด

12. ทองเปิดตลาดวันนี้ (10 มี.ค.69) ปรับขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 78,500 บาท

13. พยากรณ์อากาศวันนี้ (10 มี.ค.69) อากาศร้อนตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงบางแห่งในภาคเหนือ-ภาคใต้ 20% ภาคกลาง-ภาคตะวันออก 10%

14. พรุ่งนี้น้ำมันขึ้นราคา เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 50 สต. E20-E85 ลด 50 สต./ลิตร

15. ประกาศ กปน.: ด่วน!!! คืนวันพรุ่งนี้ 10 มี.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนบรมราชชนนี

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ March 11, 2026, 8:09 pm