เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
Special Report : ถอดบทเรียนสงครามตะวันออกกลาง ทำไมราคาทองร่วงในช่วงต้น แต่พุ่งขึ้นหลังคำประกาศสงครามใกล้ยุติ


โดยทั่วไปแล้ว ทุกครั้งที่เกิดความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ราคาทองคำมักปรับตัวขึ้นทันที เพราะทองคำถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่นักลงทุนใช้ป้องกันความเสี่ยงจากสงครามและความไม่แน่นอนของระบบเศรษฐกิจโลก แต่จากเหตุการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางรอบล่าสุด กลับสร้างภาพที่ดูเหมือนสวนทางกับความเชื่อนี้ เมื่อในช่วงแรกของความขัดแย้ง ราคาทองคำกลับปรับตัวลดลง ก่อนจะดีดตัวกลับขึ้นอย่างรวดเร็วหลังคำกล่าวของทรัมป์ ที่ระบุว่าปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐในอิหร่านอาจยุติลงในเร็ว ๆ นี้

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ได้กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมประเด็นปัญหาของสมาชิกพรรครีพับลิกันว่า สงครามในอิหร่านจะจบลงในเร็ววัน และถ้ามันเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง พวกเขาจะได้รับผลกระทบหนักกว่าเดิม ทำเอาตลาดทองคำใน Gold Spot ยืนเหนือ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐได้อีกครั้ง (ปัจจุบันอยู่ที่แถว ๆ 5,200 ดอลลาร์สหรัฐ) จากที่ดิ่งลงไปจากช่วงเริ่มต้นของความขัดแย้งในปลายกุมภาพันธ์ของปีเดียวกัน ซึ่งการเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนว่า ตลาดทองคำไม่ได้ตอบสนองต่อ “ข่าวสงคราม” เพียงอย่างเดียว แต่ถูกกำหนดโดยโครงสร้างของตลาดการเงินโลก กระแสเงินทุนระหว่างประเทศ และบทบาทของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ

โดยสาเหตุที่แท้จริงว่าทำไมตอนช่วงต้นสงครามนั้น ราคาทองคำกลับปรับลดลง เป็นเพราะเมื่อความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มปะทุ ตลาดการเงินโลกเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า “Risk-off” นักลงทุนทั่วโลกเริ่มลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น หรือสินทรัพย์ในตลาดเกิดใหม่ แล้วโยกเงินไปยังสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่า ซึ่งแม้ว่าทองคำจะเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ในความเป็นจริงแล้ว “ดอลลาร์สหรัฐ” มักเป็นจุดหมายแรกของเงินทุนในช่วงวิกฤต เหตุผลสำคัญคือระบบการเงินโลกยังคงยึดโยงกับดอลลาร์เป็นหลัก ตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐมีขนาดใหญ่ที่สุดและมีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก นักลงทุนสถาบันจำนวนมากจึงเลือกพักเงินไว้ในพันธบัตรสหรัฐหรือเงินสดดอลลาร์ก่อน

เมื่อเงินทุนไหลเข้าสู่ดอลลาร์ ตามกลไกแล้ว ดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้น และกดดันราคาทองคำโดยตรง เนื่องจากทองคำในตลาดโลกซื้อขายกันในหน่วยดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ เมื่อดอลลาร์แข็งค่า นักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่นจะต้องใช้เงินมากขึ้นในการซื้อทองคำ ทำให้ความต้องการในตลาดลดลงและราคาทองคำปรับตัวลง ปรากฏการณ์นี้จึงทำให้ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวลดลงแม้ความตึงเครียดทางทหารจะเพิ่มสูงขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าในช่วงแรกของวิกฤต นักลงทุนให้ความสำคัญกับ “สภาพคล่อง” มากกว่าการป้องกันความเสี่ยงระยะยาว

แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไป จากสัญญาณว่าความขัดแย้งอาจไม่ลุกลามต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังคำกล่าวของทรัมป์ที่ระบุว่าปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐในอิหร่านจะยุติลงในเร็ว ๆ นี้ คำประกาศดังกล่าวทำให้ตลาดเริ่มลดการถือครองดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์พักเงินระยะสั้น และเงินทุนบางส่วนเริ่มหมุนกลับไปยังสินทรัพย์ที่ใช้ป้องกันความเสี่ยงในระยะยาวอย่าง “ทองคำ” โดยในทางการเงิน กระบวนการนี้เรียกว่า “Position Unwinding” หรือการปิดสถานะการลงทุนเดิม เมื่อความตื่นตระหนกในตลาดลดลง นักลงทุนที่เคยถือดอลลาร์เพื่อหลบความเสี่ยงจึงเริ่มทยอยปล่อยสถานะดังกล่าว ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ขณะที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้น

ดังนั้น แม้ว่าคำประกาศเกี่ยวกับการยุติปฏิบัติการทางทหารจะดูเหมือนลดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ในเชิงกลไกตลาดกลับทำให้ราคาทองคำเพิ่มขึ้น เนื่องจากเงินทุนเริ่มไหลออกจากดอลลาร์ นอกจากนี้แล้วตลาดทองคำในช่วงนี้ยังได้รับแรงสนับสนุนจากแนวโน้มเชิงโครงสร้างที่สำคัญ ซึ่งก็คือการเพิ่มสัดส่วนการถือครองทองคำของธนาคารกลางหลายประเทศ โดยเฉพาะหนึ่งในผู้ซื้อรายใหญ่อย่างธนาคารกลางจีน หรือ People’s Bank of China ที่เพิ่มการถือครองทองคำอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 โดยมีปริมาณรวมประมาณ 74.2 ล้านออนซ์ อันเป็นปริมาณมหาศาลที่มีผลต่อราคาทองคำปรับตัวขึ้นในตลาดโลก โดยการสะสมทองของบรรดาธนาคารกลางที่เกิดขึ้นนี้ จะเป็นแนวโน้มที่สำคัญในระบบการเงินโลกในระยะต่อไป ซึ่งก็คือความพยายามในการกระจายความเสี่ยงจากการถือเงินสำรองระหว่างประเทศในรูปของดอลลาร์สหรัฐ หลังจากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์คว่ำบาตรทางการเงินต่อบางประเทศจากฝีมือของสหรัฐ ทำให้หลาย ๆ รัฐบาลเริ่มตระหนักว่าเงินสำรองที่ถือเป็นสกุลเงินต่างประเทศอาจถูกจำกัดหรืออายัดได้

สำหรับในบริบทของประเทศไทย แม้ราคาทองคำในตลาดโลกจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ราคาทองคำในประเทศอาจไม่ได้เพิ่มขึ้นในระดับเดียวกัน เนื่องจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน (ปัจจุบันอยู่ที่ราว 31.60 บาทต่อดอลลาร์) ค่าเงินบาทที่แข็งทำให้ราคาทองคำเมื่อแปลงเป็นเงินบาทถูกกดลง ส่งผลให้การปรับขึ้นของทองคำไทยอยู่ในกรอบจำกัดมากกว่าการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลก ดังนั้นการประเมินแนวโน้มราคาทองคำสำหรับนักลงทุนไทยจึงจำเป็นต้องมองทั้งสองมิติพร้อมกัน คือแนวโน้มราคาทองคำในตลาดโลก และทิศทางของค่าเงินบาท ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดราคาทองคำในประเทศไม่แพ้กัน

LastUpdate 11/03/2569 20:48:29 โดย : Admin
11-03-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิด (11 มี.ค.69) บวก 1.58 จุด ดัชนี 1,407.34 จุด

2. MTS Gold คาด ราคาทองคำสามารถ Breakout ระดับ 5,200 เหรียญ ขึ้นมาได้ ซึ่งถือเป็นแนวต้านสำคัญในระยะสั้น

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (11 มี.ค.69) บวก 18.32 จุด ดัชนี 1,424.08 จุด

4. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (10 มี.ค.69) บวก 22.79 จุด ดัชนี 1,405.76 จุด

5. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (10 มี.ค.69) บวก 21.20 จุด ดัชนี 1,404.17 จุด

6. MTS Gold คาด ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway กรอบกว้าง 5,020 - 5,180 เหรียญ

7. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.50-31.80 บาท/ดอลลาร์

8. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (9 มี.ค.69) บวก 239.25 จุด หลังทรัมป์ส่งสัญญาณสงครามอิหร่านใกล้ยุติ

9. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (9 มี.ค.69) ร่วง 55 เหรียญ เหตุดอลลาร์แข็งค่า-กังวลเงินเฟ้อพุ่งหนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ย

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (10 มี.ค.69) แข็งค่าขึ้นมากที่ระดับ 31.77 บาทต่อดอลลาร์

11. ตลาดหุ้นไทยเปิด (10 มี.ค.69) บวก 24.06 จุดดัชนี 1,407.03 จุด

12. ทองเปิดตลาดวันนี้ (10 มี.ค.69) ปรับขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 78,500 บาท

13. พยากรณ์อากาศวันนี้ (10 มี.ค.69) อากาศร้อนตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงบางแห่งในภาคเหนือ-ภาคใต้ 20% ภาคกลาง-ภาคตะวันออก 10%

14. พรุ่งนี้น้ำมันขึ้นราคา เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 50 สต. E20-E85 ลด 50 สต./ลิตร

15. ประกาศ กปน.: ด่วน!!! คืนวันพรุ่งนี้ 10 มี.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนบรมราชชนนี

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ March 11, 2026, 9:28 pm