เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET รีบาวด์ สู้รบ ตอ.กลางผ่อนคลาย"


คาด SET รีบาวด์ฟื้นตัว ราคาน้ำมันร่วงลงแตะระดับ $100/bbl หลัง ปธน. ทรัมป์ระบุหารือกับอิหร่านและจะชะลอการโจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไป 5 วัน แม้อิหร่านออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้มีการเจรจาใดๆ แต่ก็ช่วยให้สถานการณ์ ตะวันออกกลางผ่อนคลายขึ้น ส่วนประเด็นในประเทศวันนี้ติดตามตัวเลขส่งออก-นำเข้า ก.พ. ของไทย ทางเทคนิคคาดดัชนีดีดขึ้นจากกรอบล่าง sideways แนวรับ 1395/1385 แนวต้าน 1425/1435

ประเด็นสำคัญ

• ปธน. ทรัมป์เผยว่าได้หารือกับอิหร่านและจะชะลอการโจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไป 5 วัน จากเดิมที่ครบกำหนดในวานนี้ (23 มี.ค.) แม้อิหร่านออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้มีการเจรจาใดๆ ประเด็นดังกล่าวช่วยผ่อนคลายความกังวล ส่วนราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับลง 10% สู่ระดับ US97/bbl

• Saudi Aramco ประกาศลดปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบสู่เอเชียใน เม.ย. 2569 ลงติดต่อกันเป็นเดือนที่สอง เนื่องจากปัญหาการลำเลียงผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงอยู่ แม้มีความพยายามเพิ่มกำลังการส่งออกผ่านท่าเรือ Yanbu ที่ติดทะเลแดงแทนแล้ว สะท้อนว่าปัญหาห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงานยังไม่มีท่าทีคลี่คลาย

• กกพ. เสนอค่าไฟฟ้างวด พ.ค. - ส.ค. 2569 3 กรณี โดยกรณีต่ำสุดจะเพิ่มขึ้นจากงวดปัจจุบัน 0.07 บาท/หน่วย เป็น 3.95 บาท/หน่วย ซึ่งได้รวมการตรึงด้วยเงิน Claw Back มูลค่า 9.4 พันลบ. และการชะลอการชำระหนี้แก่ กฟผ. แล้ว แนะนำ Wait & See ตัวเลขค่าไฟฟ้าสุดท้ายเนื่องจากต้องรอการประเมินราคา LNG รอบใหม่ คาดจะรู้ผลภายในสิ้น มี.ค. นี้

• นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติเผยสาเหตุที่ราคาหมูปรับขึ้นสู่ 68-72 บาท/กก. เนื่องจากสภาพอากาศร้อนที่ส่งผลให้ผลผลิตลดลงและต้นทุนสูงขึ้น ขณะที่ความต้องการคงเดิม เช่นเดียวกับนายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ที่เผยว่าผลผลิตไข่ไก่ลดลง 3-5% จากสภาพอากาศร้อน มองเป็นบวกต่อกลุ่มผู้ผลิตเนื้อสัตว์ CPF BTG GFPT

• รัฐบาลเผยจะเร่งรัดการใช้ B20 ในภาคอุตสาหกรรมภายในสุดสัปดาห์นี้ ด้านกรมการค้าภายในเผยมีสต็อกน้ำมันปาล์มดิบ ราว 3.5 แสนตัน และใน เม.ย. - ก.ค. 2569 จะมีผลผลิตฤดูกาลใหม่ทยอยเข้าสู่ระบบราว 4 แสนตัน/เดือน มองกลุ่มน้ำมันปาล์มสามารถเก็งกำไรได้เนื่องจากมีอุปสงค์ในฐานะเป็นพลังงานทางเลือก แต่ในระยะสั้นระมัดระวังอุปทานใหม่เข้ามากดดันราคา

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวไซด์เวย์และผันผวนสูง โดยตลาดยังอยู่ในภาวะ Risk-off และให้น้ำหนักกับวิกฤตในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซและการยกระดับโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานภายในกลุ่มประเทศ GCC  ส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent พุ่งทะลุ $100 ต่อบาร์เรล ซึ่งสถานการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของราคาน้ำมัน แต่กำลังสร้างความกังวลเรื่อง Supply Shortage และอาจจุดชนวนให้เกิดภาวะเงินเฟ้อสูงรอบใหม่ทั่วโลก ซึ่งจะบีบให้ธนาคารกลางคงอัตราดอกเบี้ยสูงไว้นานกว่าที่คาดและจะส่งผลกดดันต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียนโดยตรง ส่วนประเด็นการเมืองในประเทศ กรณีศาล รธน. มีมติ 6:3 รับคำร้องปมบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด มองตลาดให้น้ำหนักลดลงเพราะกลไกการบริหารจัดการภาครัฐยังคงเดินหน้าต่อได้ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET ยังอยู่ในภาวะ Risk-off จากกังวลวิกฤติพลังงานและ Supply Shortage ซึ่งอาจกดดันให้เงินเฟ้อทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นจนนำไปสู่ภาวะ Stagflation ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำแบ่งตามระดับความเสี่ยงของนักลงทุน ดังนี้
 
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ เน้นถือเงินสดเพิ่มขึ้น และลดสัดส่วนหุ้นที่อ่อนไหวสูงต่อต้นทุนพลังงาน มีฐานลูกค้าตะวันออกกลาง หรือ ค่าเงินบาทอ่อน อาทิ ปิโตรเคมี สายการบิน ยานยนต์ โรงไฟฟ้า SPP อิเล็กทรอนิกส์ ท่องเที่ยว และรพ. ระดับบน ขณะที่ทำ Strategic Hedging ป้องกันพอร์ตด้วยหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันขาขึ้น (PTTEP) โดยตั้งจุด Trailing Stop หรือจุดล็อคกำไรไว้เสมอ หากสถานการณ์ดูเริ่มคลี่คลาย
 
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง แนะนำ Selective Buy โดยแบ่งไม้สะสม (No Single Entry) ที่แนวรับสำคัญ 1320-1350/1275/1100 โดยเน้น 3 ธีมหลัก ดังนี้

1. หุ้น High Dividend เพื่อสร้างกระแสเงินสดให้แก่พอร์ตลงทุนระยะสั้น (สะสมก่อนขึ้น XD ใน เม.ย.-พ.ค. นี้) โดยเลือกหุ้นที่จ่ายเงินปันผลงวดนี้จากกำไรปี 2568 ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5% และราคาหุ้นผันผวนต่ำ อีกทั้งมีฐานะการเงินมั่นคง ได้แก่ KTB KTC KBANK KKP TISCO BAM AP TLI

2. หุ้น High Pricing Power ซึ่งสามารถส่งผ่านต้นทุนหรือปรับราคาขายให้กับลูกค้าได้เร็วเพราะเป็นสินค้าจำเป็น (Defensive) หรือมีคู่แข่งน้อยราย ทำให้มีความเสี่ยงจำกัดต่อปัจจัยภายนอก ได้แก่ ADVANC TRUE CPALL CPAXT BJC BEM CHG BCH PTTEP

3. หุ้นส่งออกที่ได้อานิสงส์จากบาทอ่อนค่า หรือ/และ มาตรการภาษีศุลกากรชั่วคราวของสหรัฐลดลงเหลือ 10% จากเดิม 19% ทำให้มีต้นทุนภาษีลดลง ช่วยหนุนมาร์จิ้นให้กว้างขึ้น ได้แก่ TU ITC DELTA HANA

Trading Idea: เก็งกำไรหุ้นที่คาดได้รับอานิสงส์จากการขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (BBL, KTB, KBANK), กลุ่มสื่อสาร (ADVANC, TRUE), กลุ่มพลังงาน (PTT), กลุ่มรับเหมา (STECON, CK) รวมถึงกลุ่มพลังงานทางเลือกอย่างไบโอดีเซล เอทานอล ปาล์ม (BBGI, GGC, UBE, UVAN, VPO, CPI)

Daily Top Picks

GULF: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากสงครามตะวันออกกลางที่เริ่มเห็นสัญญาณผ่อนคลาย ทำให้ราคาเชื้อเพลิง LNG และ Bond Yield เริ่มปรับลงและบาทเริ่มแข็งค่า และความคาดหวังรัฐบาลใหม่จะเดินหน้ามาตรการ Direct PPA และ PDP2026 ส่วนผลประกอบการปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เป้าหมายระยะสั้นที่ 56.50 บาท

DELTA: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากการฟื้นตัวของกลุ่มหุ้นเทคฯ โลก หลังสงครามตะวันออกกลางเริ่มมีสัญญาณผ่อนคลาย ด้านผลประกอบการปี 2569 จะมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการผลิตภัณฑ์เกี่ยวข้องกับ AI ที่คาดจะเติบโตเลขสองหลัก และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Liquid Cooling ใน 2H69 เป้าหมายระยะสั้นที่ 269 บาท
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 24 มี.ค. 2569 เวลา : 15:22:30
25-03-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิด (25 มี.ค.69) บวก 47.52 จุด ดัชนี 1,457.91 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (25 มี.ค.69) บวก 32.96 จุด ดัชนี 1,443.35 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นมายืนบริเวณ 4,580 เหรียญ หลังจากก่อนหน้านี้ร่วงแรงจากภาวะ Panic Sell ลงไปบริเวณ 4,100 เหรียญ

4. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (24 มี.ค.69) ร่วง 84.41 จุด กังวลสงครามทำเงินเฟ้อพุ่ง ลดโอกาสเฟดลดดอกเบี้ย

5. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (24 มี.ค.69) ลบ 5.30 ดอลลาร์ กังวลเงินเฟ้อสูงหนุนดอกเบี้ยขาขึ้น

6. พยากรณ์อากาศวันนี้ (25 มี.ค.69) ภาคตะวัน ออก-ภาคอีสาน ฝนฟ้าคะนอง 20% กรุงเทพปริมณฑล และภาคอื่น 10%

7. ทองเปิดตลาดวันนี้ (25 มี.ค.69) พุ่งแรง 2,400 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 71,500 บาท

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.30-32.60 บาท/ดอลลาร์

9. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (25 มี.ค.69) บวก 24.58 จุด ดัชนี 1,434.97 จุด

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (25 มี.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 32.47 บาทต่อดอลลาร์

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (24 มี.ค.69) บวก 13.05 จุด ดัชนี 1,410.39 จุด

12. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงกว่า 9% โดยลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,100 เหรียญ ก่อนดีดตัวกลับขึ้นมาปิดที่ระดับ 4,406 เหรียญ

13. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (23 มี.ค.69) พุ่ง 631 จุด ขานรับทรัมป์เลื่อนโจมตีโรงไฟฟ้าอิหร่าน

14. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (23 มี.ค.69) ร่วง 167.60 ดอลลาร์ กังวลสงครามกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ

15. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (24 มี.ค.69) บวก 12.05 จุด ดัชนี 1,409.39 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ March 25, 2026, 8:58 pm