เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "SET คาดไปต่อ สถานการณ์ผ่อนคลายขึ้น"


คาด SET แกว่งขึ้นได้ต่อ คาดหวังความพยายามยุติขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทั้งจากจีนที่เข้ามาไกล่เกลี่ย และสหรัฐฯ ส่งสัญญาณเจรจา พร้อมส่งแผนสันติภาพ 15 ข้อให้กับอิหร่าน แม้อิหร่านจะปฏิเสธว่าไม่มีการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ ก็ตาม ขณะที่ราคาน้ำมันย่อตัวลงช่วยคลายกังวลระยะสั้น ประเด็นในประเทศวันนี้ติดตามบอร์ด กกพ. พิจารณาค่าไฟงวดใหม่ (พ.ค. - ส.ค.69) ทางเทคนิคดัชนีดีดขึ้นในกรอบ sideways แนวต้าน 1435 หากผ่านคาดไปต่อถึง 1455 แนวรับ 1400/1390

ประเด็นสำคัญ

• เช้านี้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับลงราว 2%DoD ขณะที่ DJIA Futures ปรับขึ้นราว 0.8%DoD พร้อมค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง สะท้อนความเชื่อมั่นมากขึ้นต่อความพยายามของสหรัฐฯ ในการยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางซึ่งยืดเยื้อมาราวหนึ่งเดือน มองบวกต่อการลงทุนในตลาดหุ้น EM รวมถึงไทย โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มที่อ่อนไหวต่อต้นทุนน้ำมันและอิงภาวะเศรษฐกิจโลก

• รมว. ต่างประเทศเผยผลเจรจาทูตอิหร่าน อนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ตามปกติ โดยระบุชื่อเรือของ BCP (อยู่ระหว่างมุ่งหน้ากลับไทย) และ SCG Chemicals (SCC) (อยู่ระหว่างประสานงาน) มองบวกต่อ BCP และ SCC  

• จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยสัปดาห์ฟื้นตัว 4.7%WoW ที่ 675,407 คน หนุนจากชาวมาเลเซียที่ฟื้นตัวกว่า 74%WoW หลังจบเทศกาลถือศีลอด ขณะที่ นักท่องเที่ยวอินเดียและจีนลดลง WoW เล็กน้อย ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง หากความตึงเครียดเริ่มคลี่คลายลง มองบวกต่อ CENTEL ERW และ MINT

• ส.อ.ท. เผยยอดผลิตรถยนต์ ก.พ. 69 ที่ 117,952 คัน (+3.4% YoY) แต่ยอดขายในประเทศยังอ่อนแอ (-2.2% YoY) ที่ 48,242 คัน จากการเข้มงวดสินเชื่อของสถาบันการเงินและความเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น มองกลุ่มยานยนต์ (SAT, AH) ยังขาดปัจจัยหนุนที่ชัดเจนในระยะสั้น จนกว่ากำลังซื้อในประเทศจะกลับมาฟื้นตัว

• ฟิลิปปินส์ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานซึ่งเป็นประเทศแรกของโลก (มีผล 1 ปี) เพื่อเร่งกระจายทรัพยากรหลังมีสำรองเพียง 45 วัน ท่ามกลางการนำเข้าจากตะวันออกกลางถึง 26% มองประเด็นนี้เป็นสัญญาณเตือนต่อต้นทุนพลังงานในอาเซียน หากสถานการณ์รุนแรงขึ้นจะเป็นลบต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP ที่มีสัดส่วนก๊าซธรรมชาติสูง

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวไซด์เวย์และผันผวนสูง โดยตลาดยังอยู่ในภาวะ Risk-off และให้น้ำหนักกับวิกฤตในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซและการยกระดับโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานภายในกลุ่มประเทศ GCC  ส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent พุ่งทะลุ $100 ต่อบาร์เรล ซึ่งสถานการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของราคาน้ำมัน แต่กำลังสร้างความกังวลเรื่อง Supply Shortage และอาจจุดชนวนให้เกิดภาวะเงินเฟ้อสูงรอบใหม่ทั่วโลก ซึ่งจะบีบให้ธนาคารกลางคงอัตราดอกเบี้ยสูงไว้นานกว่าที่คาดและจะส่งผลกดดันต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียนโดยตรง ส่วนประเด็นการเมืองในประเทศ กรณีศาล รธน. มีมติ 6:3 รับคำร้องปมบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด มองตลาดให้น้ำหนักลดลงเพราะกลไกการบริหารจัดการภาครัฐยังคงเดินหน้าต่อได้ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET ยังอยู่ในภาวะ Risk-off จากกังวลวิกฤติพลังงานและ Supply Shortage ซึ่งอาจกดดันให้เงินเฟ้อทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นจนนำไปสู่ภาวะ Stagflation ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำแบ่งตามระดับความเสี่ยงของนักลงทุน ดังนี้
 
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ เน้นถือเงินสดเพิ่มขึ้น และลดสัดส่วนหุ้นที่อ่อนไหวสูงต่อต้นทุนพลังงาน มีฐานลูกค้าตะวันออกกลาง หรือ ค่าเงินบาทอ่อน อาทิ ปิโตรเคมี สายการบิน ยานยนต์ โรงไฟฟ้า SPP อิเล็กทรอนิกส์ ท่องเที่ยว และรพ. ระดับบน ขณะที่ทำ Strategic Hedging ป้องกันพอร์ตด้วยหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันขาขึ้น (PTTEP) โดยตั้งจุด Trailing Stop หรือจุดล็อคกำไรไว้เสมอ หากสถานการณ์ดูเริ่มคลี่คลาย
 
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง แนะนำ Selective Buy โดยแบ่งไม้สะสม (No Single Entry) ที่แนวรับสำคัญ 1320-1350/1275/1100 โดยเน้น 3 ธีมหลัก ดังนี้

1. หุ้น High Dividend เพื่อสร้างกระแสเงินสดให้แก่พอร์ตลงทุนระยะสั้น (สะสมก่อนขึ้น XD ใน เม.ย.-พ.ค. นี้) โดยเลือกหุ้นที่จ่ายเงินปันผลงวดนี้จากกำไรปี 2568 ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5% และราคาหุ้นผันผวนต่ำ อีกทั้งมีฐานะการเงินมั่นคง ได้แก่ KTB KTC KBANK KKP TISCO BAM AP TLI

2. หุ้น High Pricing Power ซึ่งสามารถส่งผ่านต้นทุนหรือปรับราคาขายให้กับลูกค้าได้เร็วเพราะเป็นสินค้าจำเป็น (Defensive) หรือมีคู่แข่งน้อยราย ทำให้มีความเสี่ยงจำกัดต่อปัจจัยภายนอก ได้แก่ ADVANC TRUE CPALL CPAXT BJC BEM CHG BCH PTTEP

3. หุ้นส่งออกที่ได้อานิสงส์จากบาทอ่อนค่า หรือ/และ มาตรการภาษีศุลกากรชั่วคราวของสหรัฐลดลงเหลือ 10% จากเดิม 19% ทำให้มีต้นทุนภาษีลดลง ช่วยหนุนมาร์จิ้นให้กว้างขึ้น ได้แก่ TU ITC DELTA HANA

Trading Idea: เก็งกำไรหุ้นที่คาดได้รับอานิสงส์จากการขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (BBL, KTB, KBANK), กลุ่มสื่อสาร (ADVANC, TRUE), กลุ่มพลังงาน (PTT), กลุ่มรับเหมา (STECON, CK) รวมถึงกลุ่มพลังงานทางเลือกอย่างไบโอดีเซล เอทานอล ปาล์ม (BBGI, GGC, UBE, UVAN, VPO, CPI)

Daily Top Picks

MINT: ระยะสั้นมองได้ Sentiment บวกจากคาดหวังสถานการณ์ตะวันออกลางคลี่คลาย กระตุ้นแรงซื้อคืน (Short Covering) และท่องเที่ยวไทยยังส่งสัญญาณฟื้นตัว โดยคาดกำไรผ่านจุดต่ำสุดใน 1Q69 และทำจุดสูงสุดใน 2Q69 พร้อมมีปัจจัยบวกจากจัดตั้งกอง REIT และโครงการซื้อหุ้นคืนพยุงราคาหุ้น เป้าหมายระยะสั้น 22.60 บาท

BBL: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากเป็นหุ้นธนาคารที่จ่ายปันผลสูงและมีกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 22 เม.ย. 69 ที่ 8 บาท/หุ้น หรือคิดเป็น Div. Yield ที่ 4.8% ธนาคารตั้งเป้าหมายสินเชื่อปี 69 เติบโต 2-3% หนุนจากกลุ่มสินเชื่อรายใหญ่และต่างประเทศ คาดได้ประโยชน์จาก FDI ในอาเซียนที่เพิ่มขึ้น เป้าหมายระยะสั้นที่ 171 บาท
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 25 มี.ค. 2569 เวลา : 12:04:41
25-03-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิด (25 มี.ค.69) บวก 47.52 จุด ดัชนี 1,457.91 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (25 มี.ค.69) บวก 32.96 จุด ดัชนี 1,443.35 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นมายืนบริเวณ 4,580 เหรียญ หลังจากก่อนหน้านี้ร่วงแรงจากภาวะ Panic Sell ลงไปบริเวณ 4,100 เหรียญ

4. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (24 มี.ค.69) ร่วง 84.41 จุด กังวลสงครามทำเงินเฟ้อพุ่ง ลดโอกาสเฟดลดดอกเบี้ย

5. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (24 มี.ค.69) ลบ 5.30 ดอลลาร์ กังวลเงินเฟ้อสูงหนุนดอกเบี้ยขาขึ้น

6. พยากรณ์อากาศวันนี้ (25 มี.ค.69) ภาคตะวัน ออก-ภาคอีสาน ฝนฟ้าคะนอง 20% กรุงเทพปริมณฑล และภาคอื่น 10%

7. ทองเปิดตลาดวันนี้ (25 มี.ค.69) พุ่งแรง 2,400 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 71,500 บาท

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.30-32.60 บาท/ดอลลาร์

9. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (25 มี.ค.69) บวก 24.58 จุด ดัชนี 1,434.97 จุด

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (25 มี.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 32.47 บาทต่อดอลลาร์

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (24 มี.ค.69) บวก 13.05 จุด ดัชนี 1,410.39 จุด

12. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงกว่า 9% โดยลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,100 เหรียญ ก่อนดีดตัวกลับขึ้นมาปิดที่ระดับ 4,406 เหรียญ

13. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (23 มี.ค.69) พุ่ง 631 จุด ขานรับทรัมป์เลื่อนโจมตีโรงไฟฟ้าอิหร่าน

14. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (23 มี.ค.69) ร่วง 167.60 ดอลลาร์ กังวลสงครามกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ

15. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (24 มี.ค.69) บวก 12.05 จุด ดัชนี 1,409.39 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ March 25, 2026, 9:04 pm