ประกัน
กลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล แถลงผลประกอบการปี 2568 เติบโตแข็งแกร่งด้วยตัวเลขสองหลัก พร้อมประกาศคืนกำไรให้ผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


 

กลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล (Prudential plc) แถลงผลการดำเนินงานปีที่ผ่านมา (สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.2568) แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่องตลอดทั้ง 4 ไตรมาส ครอบคลุมทุกตลาดและทุกช่องทางการจำหน่าย ตอกย้ำความแข็งแกร่งของกลยุทธ์ในภูมิภาคเอเชียและแอฟริกา สำหรับผลการดำเนินงานทางการเงินในปีที่ผ่านมา (คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนคงที่) ของกลุ่มบริษัทฯ มีการเติบโตที่แสดงตัวชี้วัดสำคัญดังนี้
 
• กำไรจากธุรกิจใหม่ (New Business Profit) ด้วยวิธีการคำนวณแบบ “Traditional Embedded Value” (TEV) เติบโตเพิ่มขึ้น 12% อยู่ที่ 2,782 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีอัตรากำไรธุรกิจใหม่ (New Business Margin) ที่เพิ่มขึ้น 2 จุดเปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 42%
 
• เงินกองทุนส่วนเกินจากการดำเนินงาน (OFSG) จากธุรกิจประกันและบริหารสินทรัพย์ เพิ่มขึ้น 15% อยู่ที่ 3,059 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
 
• กำไรต่อหุ้น (Earnings per Share: EPS) ที่คำนวณจากกำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้ว เพิ่มขึ้น 12% มาอยู่ที่ 101.4 เซนต์ต่อหุ้น ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักภาษีที่ปรับปรุงแล้ว เพิ่มขึ้น 5% เป็น 3,306 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
 
• เงินปันผลรวม อยู่ที่ 26.60 เซนต์ต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 15% โดยเงินปันผลระหว่างกาลครั้งที่สองสำหรับปี 2568 อยู่ที่ 18.89 เซนต์ต่อหุ้น
 
ที่ผ่านมา พรูเด็นเชียล มุ่งยกระดับการบริหารเงินทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่องและคาดการณ์ว่าจะสามารถคืนเงินทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นได้มากกว่า 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงปี 2567-2570 ผ่านการดำเนินงานที่สำคัญ อาทิ ความสำเร็จในการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และการนำบริษัท ICICI Prudential Asset Management (IPAMC) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ในปี 2568 และ เริ่มดำเนินการซื้อหุ้นคืนเพิ่มเติมอีก 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2569 และคาดว่าจะคืนเงินทุนอีก 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2570
 
จากฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและระดับเงินกองทุนที่มั่นคง ส่งผลให้ S&P Global Ratings ประกาศปรับเพิ่มอันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน (Financial Strength Rating) ของกลุ่มพรูเด็นเชียลขึ้นเป็น AA (จากเดิม AA-)
 
นายอนิล วัธวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล (Prudential plc) กล่าวว่า "ปี 2568 เป็นปีที่สะท้อนผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและสม่ำเสมอ ด้วยการเติบโตของตัวเลขสองหลัก โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจาก การที่ผู้คนยังต้องการผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความคุ้มครองชีวิต การวางแผนการเงินเมื่อเกษียณอายุ รวมถึงการบริหารและส่งต่อความมั่งคั่ง ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในเอเชียและแอฟริกา"
 
"นอกจากนี้ พรูเด็นเชียล ยังได้เดินหน้ายกระดับการให้บริการผ่านระบบดิจิทัล ทั้งในส่วนของการขยายฐานลูกค้าและการบริการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ตัวแทนในการสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นแก่ลูกค้า ควบคู่ไปกับการบริหารช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลาย ทั้งช่องทางตัวแทนและพันธมิตรธนาคารที่แข็งแกร่ง เรามีความมั่นใจอย่างยิ่งในการรักษาทิศทางการเติบโตระดับสองหลัก และเชื่อมั่นว่าจะบรรลุเป้าหมายทางการเงินปี 2570 ตามที่วางไว้" นายอนิล กล่าวเสริม
 
สำหรับ ประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีส่วนในการสร้างการเติบโตหลักของภูมิภาคอาเซียน โดยมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรกแบบคำนวณรายปี (Annual Premium Equivalent : APE) ตามรายงานของสมาคมประกันชีวิตไทย (TLAA) เติบโตขึ้น 13% จากปีก่อนหน้า ส่งผลให้บริษัทฯ ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 5 ของธุรกิจประกันชีวิต สะท้อนถึงความสามารถในการรักษาโมเมนตัมการเติบโตของธุรกิจ ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความผันผวน โดยช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของธุรกิจ ซึ่งบริษัทฯยังคงรักษาอันดับ Top 3 ในตลาดนี้ได้อย่างต่อเนื่อง ร่วมกับช่องทางอื่นๆ อาทิ ช่องทางตัวแทน, ช่องทางการขายผ่านทางโทรศัพท์ และช่องทางดิจิทัล 
 
ในปีที่ผ่านมา พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรายการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต รวมถึงประกันชีวิตตลอดชีพแบบมีเงินปันผล (Whole Life Participating Product) ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ากลุ่ม High Net Worth (HNW) และกลุ่ม Affluent โดยเฉพาะ ในการวางแผนการส่งต่อความมั่งคั่ง (Wealth Succession) และการถ่ายโอนทรัพย์สิน (Wealth Transfer) อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว ด้วยเบี้ยฯของ APE ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับสัดส่วนช่องทางการขายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้กำไรจากธุรกิจใหม่ของบริษัทฯปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา
 
สำหรับปีนี้ พรูเด็นเชียล ยังคงไม่หยุดยั้งในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นแก่ลูกค้า รวมถึงการเป็นที่ปรึกษาด้านชีวิต สุขภาพ การออม และการลงทุนที่สร้างความมั่นใจและไว้วางใจแก่คนไทยท่ามกลางความท้าทายของโลกปัจจุบัน ด้วยเชื่อว่าชีวิตที่มีกันและกัน ทุกวันยิ่งดีกว่าเดิม 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 25 มี.ค. 2569 เวลา : 12:21:07
26-03-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิด (25 มี.ค.69) บวก 47.52 จุด ดัชนี 1,457.91 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (25 มี.ค.69) บวก 32.96 จุด ดัชนี 1,443.35 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นมายืนบริเวณ 4,580 เหรียญ หลังจากก่อนหน้านี้ร่วงแรงจากภาวะ Panic Sell ลงไปบริเวณ 4,100 เหรียญ

4. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (24 มี.ค.69) ร่วง 84.41 จุด กังวลสงครามทำเงินเฟ้อพุ่ง ลดโอกาสเฟดลดดอกเบี้ย

5. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (24 มี.ค.69) ลบ 5.30 ดอลลาร์ กังวลเงินเฟ้อสูงหนุนดอกเบี้ยขาขึ้น

6. พยากรณ์อากาศวันนี้ (25 มี.ค.69) ภาคตะวัน ออก-ภาคอีสาน ฝนฟ้าคะนอง 20% กรุงเทพปริมณฑล และภาคอื่น 10%

7. ทองเปิดตลาดวันนี้ (25 มี.ค.69) พุ่งแรง 2,400 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 71,500 บาท

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.30-32.60 บาท/ดอลลาร์

9. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (25 มี.ค.69) บวก 24.58 จุด ดัชนี 1,434.97 จุด

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (25 มี.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 32.47 บาทต่อดอลลาร์

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (24 มี.ค.69) บวก 13.05 จุด ดัชนี 1,410.39 จุด

12. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงกว่า 9% โดยลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,100 เหรียญ ก่อนดีดตัวกลับขึ้นมาปิดที่ระดับ 4,406 เหรียญ

13. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (23 มี.ค.69) พุ่ง 631 จุด ขานรับทรัมป์เลื่อนโจมตีโรงไฟฟ้าอิหร่าน

14. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (23 มี.ค.69) ร่วง 167.60 ดอลลาร์ กังวลสงครามกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ

15. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (24 มี.ค.69) บวก 12.05 จุด ดัชนี 1,409.39 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ March 26, 2026, 6:50 am