
คาด SET ปรับขึ้น หลังสหรัฐฯ ตอบรับข้อเสนอจากปากีสถานให้หยุดโจมตีอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ พร้อมเรียกร้องให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิหร่านออกแถลงการณ์หยุดยิงเช่นกันพร้อมเงื่อนไขเจรจา สร้างความคาดหวังสงครามยุติ หนุนบรรยากาศลงทุนเป็น risk on แม้หุ้นพลังงานต้นน้ำคาดจะปรับลงตามราคาน้ำมันที่ร่วงลง แต่หุ้นที่ถูกกดดันจากต้นทุนพลังงานในช่วงก่อนหน้าน่าจะปรับขึ้นโดดเด่น ทางเทคนิคประเมินแนวต้าน 1490 หากผ่านได้คาดไปต่อถึง 1500 แนวรับ 1465-1455
ประเด็นสำคัญ
• ปธน. ทรัมป์ เลื่อนโจมตีอิหร่านออกไปอีก 2 สัปดาห์ ขณะที่อิหร่านรับรองความปลอดภัยในฮอร์มุซตลอดช่วงหยุดยิงและเตรียมหารือกับสหรัฐฯที่ปากีสถาน มองบวกต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก โดยเฉพาะหุ้นที่มีน้ำมันเป็นต้นทุน โดยเช้านี้ DJIA Future +1.9%DoD และราคาน้ำมัน Brent -14%DoD สู่ระดับราว US$93.5/bbl
• รมว. พลังงานแถลงมติ กบง. กำหนดราคาดีเซล B7 และ B20 หน้าโรงกลั่นลดลง 2 บาท/ลิตร (จาก 17.50 บาท/ลิตร) ส่วนราคาหน้าสถานีบริการจะให้ กบน. พิจารณา ติดตามวันที่จะประกาศลงราชกิจจาฯ และมีผลบังคับใช้ มองลบต่อกำไรของโรงกลั่นในระยะสั้น ยังคงแนะนำให้ระมัดระวังการลงทุนในกลุ่มโรงกลั่นจนกว่าจะเห็นความชัดเจนของนโยบายรัฐ
• รมว. คมนาคมเผยรัฐบาลเดินหน้าลงทุนเมกะโปรเจกต์ ตั้งเป้าแลนบริดจ์เริ่มเฟส 1 ปี 71, หนุนนิคมฯ จะนะเป็นพื้นที่ใหม่ลงทุนดาต้าเซนเตอร์ รวมทั้งดันโครงการ Mixed-Use ในพื้นที่ EEC พร้อมย้ำไม่แก้สัญญาไฮสปีดเชื่อมสามสนามบิน และเตรียมเสนอ 13 โครงการวงเงิน 3 แสน ลบ. เข้า ครม. มองบวกต่อกลุ่มรับเหมาและนิคม (STECON CK AMATA WHA)
• เงินเฟ้อไทย มี.ค. 69 หดตัว 0.08%YoY หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 แม้เผชิญผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางแต่ยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการตรึงราคาพลังงาน ด้าน สนค. ประเมินเงินเฟ้อเฉลี่ยใน 2Q69 จะพลิกเป็นบวกตามราคาพลังงานที่ปรับขึ้นอย่างมีนัย และปรับเป้าเงินเฟ้อปี 2569 เป็น 1.5-2.5% (เดิม 0-1%)
• จำนวน นทท. ต่างชาติเดินทางเข้าไทยในสัปดาห์ก่อนที่ 569,593 คน ชะลอลง 9.6%WoW กดดันจากชาวมาเลเซียที่ลดลง 40%WoW จากการยกเลิกการเดินทาง เนื่องจากกังวลต่อประเด็นน้ำมันในสถานีบริการขาดแคลน ขณะที่ นทท. รัสเซีย จีน และอินเดียชะลอตัวเช่นกัน
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะผันผวนตามสถานการณ์ตะวันออกกลางเป็นสำคัญ โดยหากการเจรจาได้ข้อตกลงสันติภาพถาวรคาดดัชนีมีโอกาสปรับขึ้นไปทดสอบที่ 1,500-1,530 จุด สะท้อนการกลับมาของความเชื่อมั่นลงทุน แต่หากการเจรจาล้มเหลวหรือมีการเผชิญหน้าทางทหารคาดดัชนีจะเผชิญแรงขายลดความเสี่ยงลงไปทดสอบจุดต่ำสุดเดิมหรือต่ำกว่าที่ 1,320-1350 จุด อย่างไรก็ดี จับตามูลค่าซื้อขายใน SET อาจเริ่มเบาบางในช่วงปลายสัปดาห์ก่อนเข้าสู่ช่วงหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์ ทำให้ดัชนีอาจผันผวนแรงกว่าปกติหากมีแรงขายออกมา กลยุทธ์ลงทุนจึงแบ่งตามระดับความเสี่ยงของนักลงทุน
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET ยังผันผวนตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง กลยุทธ์ลงทุนจึงต้องเน้นความยืดหยุ่น โดยแบ่งตามระดับความเสี่ยงและความคาดหวังของนักลงทุน ดังนี้
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงต่ำและกังวลการเจรจาล้มเหลว แนะนำให้ถือเงินสดหรือตราสารหนี้ระยะสั้นเพื่อรักษาความคล่องตัวและลดผลกระทบจากการปรับขึ้นของ Bond Yield พร้อมรอจังหวะเข้าซื้อสินทรัพย์พื้นฐานดีเมื่อสถานการณ์ชัดเจนและราคาย่อตัวลงในระยะถัดไป ขณะที่ทำ Strategic Hedging ป้องกันพอร์ตด้วยหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันขาขึ้นอย่าง PTTEP รวมทั้ง PTTGC จากส่วนต่างสเปรดกว้างขึ้นและไม่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบ โดยตั้งจุด Trailing Stop ไว้เสมอหากสถานการณ์ดูเริ่มคลี่คลาย นอกจากนี้ยังสามารถสะสมหุ้น High Dividend (Div. Yield > 5%) เพื่อสร้างกระแสเงินสดให้แก่พอร์ตระยะสั้น (สะสมก่อน XD ใน เม.ย.-พ.ค. นี้) ได้แก่ KTB KTC KBANK KKP TISCO BAM AP TLI
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และคาดหวังเชิงบวกต่อการเจรจา แนะนำให้ปรับพอร์ตตามกรอบเวลาและความผันผวน ดังนี้
1. ระยะสั้น (1-4 สัปดาห์): เน้นเล่นเก็งกำไรดีดสั้นในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันปรับฐานและ Supply Chain ฟื้น อาทิ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) ท่องเที่ยว (CENTEL ERW MINT) รพ. ระดับบน (BH BDMS) ยานยนต์ (AH SAT) รวมทั้งหุ้น SET50 ที่เป็นเป้าหมาย Short Covering โดยราคาหุ้นปรับลงแรงกว่า SET ตั้งแต่เกิดวิกฤต ได้แก่ BTS LH MINT AWC BDMS HMPRO OR CPALL
2. ระยะกลาง (3-6 เดือน): เน้นทยอยสะสมหุ้น Defensive ที่มี High Pricing Power รับมือภาวะเงินเฟ้อสูงจากฐานราคาน้ำมันใหม่ที่ยังทรงตัวสูงกว่าในอดีต ได้แก่ สื่อสาร (ADVANC TRUE) การแพทย์ (BDMS BH CHG BCH) และพาณิชย์ (CPALL CPAXT BJC CPN)
3. ระยะยาว (6-12 เดือน+): เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดและนิคมฯ ที่ตอบโจทย์การลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ ได้แก่ GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHA AMATA
Trading Idea: ธีม Summer Play ซึ่งได้อานิสงส์จากการบริโภคที่จะสูงขึ้นตามอุณหภูมิที่ร้อนจัด นำโดย 1) กลุ่มเครื่องดื่ม โดยเลือกหุ้นที่มีสัดส่วนรายได้ในประเทศเป็นหลักเพื่อลดความผันผวนจากภายนอก ได้แก่ ICHI HTC และ 2) กลุ่มพาณิชย์ โดยเลือกหุ้นได้ประโยชน์จากเป็นช่องทางจำหน่ายเครื่องดื่มและสินค้าคลายร้อน ได้แก่ CPALL HMPRO GLOBAL
Daily Top Picks
MINT: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากสหรัฐฯ และอิหร่านสามารถร่วมกันตกลงหยุดยิงชั่วคราวได้ และคาดเป็นเป้าหมาย Short Covering การท่องเที่ยวในไทยและยุโรปมีแนวโน้มเป็นบวก ผลประกอบการคาดจะผ่านจุดต่ำสุดใน 1Q69 การจัดตั้งกอง REIT จะเสริมแกร่งแก่งบดุล และลดภาระหนี้และดอกเบี้ย เป้าหมายระยะสั้นที่ 22.50 บาท
GPSC: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากความคาดหวังราคาเชื้อเพลิงจะปรับลงหลังสหรัฐฯ-อิหร่านหยุดยิงชั่วคราวได้ ขณะที่ Bond Yield ปรับลงและบาทแข็งค่า แนวโน้มกำไรปกติปี 2569 คาดจะเติบโตต่อเนื่องตามความต้องการไฟฟ้าจาก Data Center และแผน Asset Monetization ของกลุ่ม PTT เป้าหมายระยะสั้นที่ 35.50 บาท
ข่าวเด่น