
(+/-) ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับเพิ่ม หลังตลาดยังคงมีความกังวลด้านอุปทาน โดยนักวิเคราะห์หลายราย กล่าวว่าสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางมีแนวโน้มยืดเยื้อมากกว่าจะถูกแก้ไขในระยะสั้น นอกจากนี้ โรงกลั่นทั่วเอเชียและยุโรปจำเป็นต้องแข่งขันกันเพื่อแย่งน้ำมันดิบที่มีอยู่ในตลาด ซึ่งเป็นราคาที่โรงกลั่นจำเป็นต้องจ่าย ในขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดลงจากความกังวลด้านเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัวจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูง
(+/-) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ทำการขีดเส้นตายแก่อิหร่าน ในวันที่ 7 เม.ย. 69 เวลา 20.00 น. ตามเวลาวอชิงตัน หรือ 03.30 น. ตามเวลาเตหะราน เพื่อยุติการปิดล้อมน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย และเปิดช่องแคบ ฮออร์มุซอีกครั้ง โดยเมื่อใกล้ถึงเวลาที่สหรัฐฯ กำหนดไว้ สถานการณ์การโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นตลอดทั้งวัน โดยมีการโจมตีทั้งสะพานรถไฟและถนน สนามบิน โรงงานปิโตรเคมี และสายส่งไฟฟ้า ในขณะเดียวกันมีรายงานเหตุระเบิดหลายครั้งบนเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของท่าเรือส่งออกน้ำมันของอิหร่าน โดยหลังตลาดน้ำมันดิบปิด ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ตกลงที่จะหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ หากอิหร่านตกลงที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ส่งผลให้ตลาดซื้อขายล่วงหน้าของน้ำมันดิบปรับลดลงในวันที่ 8 เม.ย. 69
(+/-) นักวิเคราะห์ยังคงจับตาการประชุมของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก ที่จะมีการประชุมเกี่ยวกับวิกฤตพลังงานที่เกิดจากสงครามอิหร่าน ในวันจันทร์ที่ 13 เม.ย. 69 ในขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 69 ได้มีการประชุมของสหประชาชาติเกี่ยวกับการประสานงานกันเพื่อปกป้องการขนส่งสินค้าทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีประเทศสมาชิก 11 ประเทศจาก 15 ประเทศ ลงมติเห็นชอบตามข้อเสนอจากบาห์เรน ในขณะที่จีนและรัสเซียใช้สิทธิวีโต้ เนื่องจากกระทรวงการต่างประเทศจีน ไม่สนับสนุนการรับรองมติดังกล่าวในระหว่างที่สหรัฐฯ ยังคงมีการปฏิบัติการทางทหารเพื่อโจมตีอิหร่านอย่างต่อเนื่อง
ข่าวเด่น