เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
Special Report : "สงกรานต์ 2569" เทศกาลแห่งความสุขที่ต้องหดตัว ตามกำลังซื้อที่ลดลง


 

ในทุก ๆ ปี "สงกรานต์" ไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง แต่ยังเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไทยเคลื่อนไหวมากที่สุด ผู้คนเดินทางกลับภูมิลำเนา ท่องเที่ยว จับจ่าย และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนจำนวนมหาศาลในระบบ แต่ภาพของสงกรานต์ในปี 2569 กำลังเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ
 
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า เม็ดเงินสะพัดในช่วงเทศกาลจะอยู่ที่ 129,649 ล้านบาท ลดลง 3.7% จากปีก่อนหน้า นับเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 4 ปี หลังจากเหตุการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยตัวเลขดังกล่าว อาจดูเหมือนเป็นเพียงการชะลอตัว แต่ในความเป็นจริง มันกำลังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของพฤติกรรมผู้บริโภคไทย ที่เริ่มเข้าสู่ยุคของ “การใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง”
 
จากผลสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยในกลุ่มตัวอย่าง 1,280 คนทั่วประเทศ พบว่า สัดส่วนผู้ที่วางแผนเดินทางในช่วงสงกรานต์ลดลงเหลือ 67% จาก 72.1% ในปีก่อน ขณะเดียวกัน ผู้คนจำนวนมากขึ้นเลือกใช้เวลาอยู่ในจังหวัดของตนเอง หรือทำกิจกรรมใกล้บ้าน การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของความสะดวก แต่เป็นผลลัพธ์ของ “ต้นทุนการเดินทาง” ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น การเดินทางแต่ละครั้งจึงไม่ใช่เพียงค่าใช้จ่ายเล็กน้อยอีกต่อไป แต่กลายเป็นภาระที่ต้องคำนวณอย่างรอบคอบ ส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนมากลดระยะทางของการเดินทาง หรือแม้กระทั่งตัดสินใจ “ไม่เดินทาง” แม้ว่าผู้ที่ยังคงออกท่องเที่ยวจะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 8,056 บาทต่อคน แต่การท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงกว่า 37,000 บาท กลับถูกลดบทบาทลงอย่างชัดเจน
 
ราคาน้ำมัน ตัวเร่งของแรงกดดันทั้งระบบ

ปัจจัยที่ผู้บริโภคกังวลมากที่สุดในช่วงสงกรานต์ปีนี้ คือ “ราคาน้ำมัน” แม้ผลสำรวจจะจัดทำก่อนที่ราคาน้ำมันจะปรับขึ้นเกิน 44 บาทต่อลิตร แต่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้เริ่มส่งแรงกระทบมายังเศรษฐกิจไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นไม่ได้กระทบเพียงต้นทุนการเดินทางของประชาชนเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อราคาสินค้า ค่าขนส่ง และต้นทุนของภาคธุรกิจโดยรวม เมื่อราคาน้ำมันขยับขึ้น สิ่งที่ตามมาคือ “แรงกดดันด้านค่าครองชีพ” ที่กระจายไปทั่วทั้งระบบเศรษฐกิจ และในที่สุด ภาระดังกล่าวจะถูกส่งต่อมายังผู้บริโภค ตรงนี้เอง คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ 38.7% ของกลุ่มตัวอย่างเลือก “ลดงบประมาณการเดินทางและค่าใช้จ่ายโดยรวม”

แต่ถึงแม้การเดินทางจะลดลง กิจกรรมภายในประเทศก็ยังคงมีบทบาทสำคัญในช่วงเทศกาล ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารนอกบ้าน การทำบุญ ไหว้พระ สรงน้ำพระ รวมถึงการรดน้ำดำหัวและเยี่ยมญาติ ค่าใช้จ่ายในกิจกรรมเหล่านี้มีแนวโน้มทรงตัวจากปีก่อน สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคไม่ได้หยุดใช้เงิน แต่กำลัง “ปรับรูปแบบการใช้จ่าย” ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ซึ่งในอีกด้านหนึ่ง ค่าใช้จ่ายบางประเภท เช่น การเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือการบริโภคสินค้าบางหมวด กลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สะท้อนว่า การใช้จ่ายไม่ได้หายไปจากระบบเศรษฐกิจ แต่กำลังถูกจัดลำดับความสำคัญใหม่

และสิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าตัวเลขการใช้จ่าย คือ “ทัศนคติ” ของผู้บริโภค เพราะการที่ผู้คนจำนวนมากเลือกใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง ไม่ได้เกิดจากรายได้ที่ลดลงทันที แต่เกิดจากความไม่มั่นใจต่ออนาคตทางเศรษฐกิจ พฤติกรรมลักษณะนี้ในทางเศรษฐศาสตร์ เรียกว่า “การใช้จ่ายเชิงระมัดระวัง” ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงที่ผู้บริโภคคาดการณ์ว่าความเสี่ยงในอนาคตกำลังเพิ่มขึ้น และเมื่อความเชื่อมั่นลดลง การใช้จ่ายก็จะชะลอตัว แม้รายได้จะยังคงอยู่ ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมอ่อนแรงลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว ข้อเสนอเชิงนโยบายที่ปรากฏในผลสำรวจ ได้แก่ การอุดหนุนราคาน้ำมัน, การลดภาษีพลังงานชั่วคราว, การควบคุมราคาสินค้า และการ กระตุ้นการใช้จ่ายผ่านมาตรการของภาครัฐ มาตรการเหล่านี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อเพิ่มเม็ดเงินในระบบ แต่มีความสำคัญในอีกมิติหนึ่ง คือ “การฟื้นฟูความเชื่อมั่นของผู้บริโภค”เพราะในสภาวะที่ผู้คนเริ่มระมัดระวัง การกระตุ้นเศรษฐกิจจะไม่เกิดขึ้น หากผู้บริโภคยังไม่รู้สึกมั่นใจเพียงพอที่จะใช้จ่าย

สงกรานต์ที่ยังคงอยู่ในปี 2569 แต่กิจกรรมทางเศรษฐกิจเบาบางลง

สงกรานต์ปี 2569 จึงไม่ใช่เทศกาลที่เงียบเหงา หากแต่เป็นเทศกาลที่สะท้อนความเป็นจริงของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันอย่างชัดเจน ผู้คนยังคงเดินทาง ยังคงพบปะญาติพี่น้องยังคงมีการเฉลิมฉลอง เพียงแต่ทุกการใช้จ่ายถูกกำกับด้วยข้อจำกัด ที่ต้องมากขึ้นก่อนใช้เงิน ในท้ายที่สุด ภาพของสงกรานต์ปีนี้อาจไม่ใช่ภาพของถนนที่ว่างเปล่า แต่เป็นภาพของผู้คนที่ยังคงใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังมากกว่าเดิม ซึ่งตรงนี้เองอาจเป็นสัญญาณสำคัญว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเคลื่อนเข้าสู่ช่วงเวลาที่ “การเติบโตทางเศรษฐกิจยังดำเนินต่อไป แต่คุณภาพการใช้ชีวิตของคนในประเทศกำลังถูกท้าทาย”

LastUpdate 08/04/2569 20:14:59 โดย : Admin
09-04-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. พรุ่งนี้ (9 เม.ย.69) น้ำมันดีเซล ลดราคา 2.14 บาท/ลิตร ตามมติ กบน.

2. ประกาศ กปน.: ด่วน!!! คืนวันพรุ่งนี้ 9 เม.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหลสถานีสูบจ่ายน้ำมหาสวัสดิ์

3. ประกาศ กปน.: ด่วน!!! คืนวันพรุ่งนี้ 9 เม.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนสามัคคี

4. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (8 เม.ย.69) บวก 20.60 จุด ดัชนี 1,485.03 จุด

5. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงกว่า 2.5% ในช่วงเช้าวันนี้สามารถกลับมายืนเหนือระดับ 4,800 เหรียญ ได้อีกครั้ง

6. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (8 เม.ย.68) บวก 20.56 จุด ดัชนี 1,484.99 จุด

7. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (7 เม.ย.69) ทรงตัว ตลาดจับตาเส้นตายทรัมป์ขู่ถล่มอิหร่าน

8. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (7 เม.ย.69) ลบเล็กน้อย 85.42 จุด, S&P500-Nasdaq ปิดบวก รับสัญญาณเจรจาอิหร่านคืบหน้า

9. พยากรณ์อากาศวันนี้ (8 เม.ย.69) ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อนและร้อนจัดบางพื้นที่ และมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (8 เม.ย.69) แข็งค่าขึ้นมาก ที่ระดับ 32.07 บาทต่อดอลลาร์

11. ทองเปิดตลาดวันนี้ (8 เม.ย.69) ปรับขึ้น 1,250 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 73,900 บาท

12. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.00-32.30 บาท/ดอลลาร์

13. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (8 เม.ย. 69) บวก 22.42 จุด ดัชนี 1,486.85 จุด

14. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (7 เม.ย.69) บวก 10.43 จุด ดัชนี 1,464.43 จุด

15. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (7 เม.ย.69) บวก 7.96 จุด ดัชนี 1,461.96 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ April 9, 2026, 1:44 am