
นายสรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้าโครงการ JUMP+ ภายใต้วิสัยทัศน์ "The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities" หรือเส้นทางแห่งความเชื่อมั่นสู่โอกาสของทุกคน เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือของตลาดทุน เพิ่มโอกาสการลงทุนอย่างทั่วถึง มุ่งเสริมศักยภาพบริษัทจดทะเบียนให้เติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุน เสริมความแข็งแกร่งของตลาดทุนไทยในระยะยาว
โครงการ JUMP+ เป็นโครงการหลักของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่กำหนดให้ บจ. จัดทำแผน 3 ปี (2569–2571) ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ ครอบคลุมแผนด้านธุรกิจ ด้านธรรมาภิบาล และแผนจัดการก๊าซเรือนกระจก พร้อมตั้งเป้าการเติบโตทั้งรายได้ กำไร และประสิทธิภาพการดำเนินงาน
สำหรับ 143 บจ. ที่เข้าร่วมโครงการ JUMP+ ถือว่าเกินเป้าหมายที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งไว้ 100 บริษัท แบ่งเป็น บจ. ใน SET 87 บริษัท และ mai 56 บริษัท โดยครอบคลุม บจ. หลากหลายขนาดและอุตสาหกรรม ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของภาคธุรกิจในการให้ความสำคัญกับการเพิ่มมูลค่าบริษัทเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
สำหรับแผนด้านธุรกิจของทั้ง 143 บริษัทที่นำส่งเข้ามา มี บจ. ตั้งเป้าหมายการเติบโตทั้งด้านรายได้และกำไรสูงถึง 138 บริษัท หรือคิดเป็น 96% และมีแผนกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนเป้าหมาย 278 แผนงาน ครอบคลุมทั้งมิติการเติบโต (Growth) มิติประสิทธิภาพ (Profitability and Efficiency) และเสถียรภาพ (Financial Stability)
นายสรวิศกล่าวเพิ่มเติมว่า ในด้านแผน Growth พบว่า 138 บริษัท ตั้งเป้าการเติบโตทั้งรายได้และกำไร โดย 114 บริษัท (79%) เน้นเพิ่ม Net Profit และ EBITDA รวมถึงการเติบโตในหลายมิติของกำไร
มี 74 บริษัท (61%) มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไร เช่น NP Margin, GP Margin และ EBITDA Margin เพื่อเสริมความสามารถการแข่งขันในระยะยาว
อีก 23 บริษัท (19%) ตั้งเป้าด้านรายได้เชิงโครงสร้าง เช่น Operating Income, EBIT, EBT และรายได้จากธุรกิจใหม่ เพื่อขยายฐานการเติบโต
ด้านผู้ถือหุ้น มี 8 บริษัทตั้งเป้าเพิ่มผลตอบแทน เช่น ROE และอัตราการจ่ายผลตอบแทนผู้ถือหุ้น สะท้อนการให้ความสำคัญต่อผู้ลงทุนควบคู่กับการเติบโตขององค์กร
สำหรับแผนด้านธรรมาภิบาล จำนวน 272 แผนงาน กว่าครึ่งเป็นแผนยกระดับการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน แผนยกระดับการแจ้งเบาะแสการกระทำผิด และแผนยกระดับการป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน ซึ่งสะท้อนถึงการให้ความสำคัญด้าน Governance
ด้านสิ่งแวดล้อม มี 114 บริษัท หรือ 80% จัดทำ แผนการจัดการก๊าซเรือนกระจก (Climate Action Plan) แบบสมัครใจ ซึ่งสะท้อนถึงการให้ความสำคัญด้าน ESG ของ บจ. และการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน
หลังจากที่ บจ. นำเสนอแผน JUMP+ ต่อผู้ลงทุนครบทุกบริษัทภายใน 17 เม.ย. นี้แล้ว บจ. จะต้องรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานตามแผน JUMP+ และสื่อสารให้ผู้ลงทุนทราบ อย่างน้อยทุก 6 เดือน โดยผู้ลงทุนสามารถถามคำถามกับผู้บริหารได้โดยตรงระหว่างการนำเสนอความคืบหน้าการดำเนินงาน รวมถึงสามารถติดตามข้อมูลที่เกี่ยวกับแผนงาน JUMP+ ของบริษัท ผ่านเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใต้เมนู JUMP+
ทั้งนี้ ในกรณีที่มีปัจจัยต่าง ๆ มากระทบการดำเนินงานตามแผน JUMP+ ของบริษัท บจ. สามารถปรับเปลี่ยนเป้าหมาย แผนงาน หรือข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับแผน JUMP+ ได้ โดยต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท และต้องเปิดเผยและสื่อสารข้อมูลดังกล่าวแก่ผู้ลงทุน ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้กำกับดูแลการเปิดเผยข้อมูลและกำกับการซื้อขาย บจ. ในโครงการ JUMP+ ให้เป็นไปตามเกณฑ์เช่นเดียวกับ บจ. ทุกราย
ต่อจากนี้ บจ. ที่เข้าร่วมโครงการจะไปดำเนินการตามแผนงานที่ได้วางไว้พร้อมกับสื่อสารกับผู้ลงทุนอย่างสม่ำเสมอ โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ มีการสนับสนุนผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้บริษัทเป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้ลงทุน (Corporate Visibility) ที่เป็นไฮไลท์คือ JUMP+ Investor Day รวมไปถึงการร่วมใน flagship event อื่น ๆ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ นอกจากนี้ ยังจัดให้มีการอบรมต่าง ๆ เพื่อเสริมองค์ความรู้ให้บริษัทสามารถดำเนินการตามแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงความสามารถในการสื่อสารกับผู้ลงทุน โดยเป็นการทำงานด้วยความร่วมมือจากเครือข่ายพันธมิตรในภาคตลาดทุน

”143 บจ. ที่เข้าร่วมโครงการ JUMP+ ถือเป็นหัวหอก ให้บริษัทที่เหลือในตลาดฯ อยากจะเข้ามาร่วมโครงการด้วย ซึ่งคาดว่าระยะต่อไปจะมี บจ.อื่นๆ เข้าร่วมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ที่ครั้งแรกที่เข้ามาแค่ 143 บจ. หลายบริษัทอาจกังวลใจเรื่องการกำหนดเป้า Growth เพราะต้องเข้าบอร์ดและต้องมีมติรองรับ และต้องมีการเปิดเผยต่อผู้ลงทุน หากทำไม่ได้จริงตามแผนก็ต้องมีการปรับแผนและเปิดเผยต่อผู้ลงทุน นอกจากนี้ ยังมีสมาคมนักวิเคราะห์ ซึ่งจะมีการวิเคราะห์แผนแต่ละ บจ. มีความเป็นไปได้ตามแผน Growth มากน้อยแค่ไหน และจะเปิดเผยสู่สาธารณะให้ผู้ลงทุนได้รับทราบ แต่เชื่อว่าในระยะยาว บจ.จะเห็นประโยชน์จากการเข้าร่วมโครงการ และเมื่อเปิดใหม่จะเข้ามาร่วมโครงการมากขึ้น“นายสรวิศ กล่าว

ด้าน นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า โครงการ JUMP+ นับเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่สะท้อนพันธกิจการสร้างตลาดที่น่าเชื่อถือ (Trusted Marketplace) มีสินค้าคุณภาพ มีธรรมาภิบาลที่ดี ตอบโจทย์การลงทุน รวมถึงการให้ข้อมูลแก่ผู้ลงทุนตัดสินใจลงทุนบนพื้นฐานข้อมูลที่ครบถ้วน พร้อมเสริมศักยภาพผู้ร่วมตลาด (Empowering Market Participants) ผ่านการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับ บจ.
โครงการ JUMP+ เป็นหนึ่งใน flagship projects ตามแผนกลยุทธ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งริเริ่มขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายของตลาดทุนไทยที่ต้องการยกระดับความน่าสนใจของ บจ. และตลาดทุนไทย โดยส่งเสริมให้ บจ. มีเป้าหมายและแผนระยะยาวในการเพิ่มมูลค่าบริษัท (Corporate Value) ควบคู่ไปกับการสื่อสารกับผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง
ข่าวเด่น