หุ้นทอง
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET แกว่งลง กังวลเงินเฟ้อ-Bond Yield พุ่ง"


คาด SET แกว่งลง นลท.อยู่ในภาวะ risk-off หลัง Bond Yield ดีดตัวขึ้น กังวลเงินเฟ้อสูงจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่สถานการณ์ ตอ.กลางยังไม่แน่นอน หลัง ปธน.ทรัมป์กลับลำขู่โจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ อาจเกิดขึ้นเร็วสุดภายในสุดสัปดาห์นี้ ก่อนที่จะประกาศเลื่อนไปอีก 2-3 วัน ขณะที่ประเด็นในประเทศ ครม. เห็นชอบมาตรการไทยช่วยไทยพลัส อาจช่วยประคองตลาดได้ช่วงสั้น ทางเทคนิคดัชนีแกว่งผันผวน แต่หากยังยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันบริเวณ 1505 ได้ ยังเป็นสัญญาณที่ดีอยู่

ประเด็นสำคัญ

• ปธน. ทรัมป์ ขู่จะกลับมาโจมตีอิหร่านอย่างเร็วที่สุดในวันศุกร์นี้หลังเลื่อนโจมตีตามคำขอของกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ส่งผลให้ Bond Yield สหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นจากกังวลเงินเฟ้อสูง กดดันบรรยากาศลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ขณะที่ราคาน้ำมันดิบยังทรงตัวสูง มองบวกต่อเก็งกำไรสั้นในหุ้นพลังงานต้นน้ำ (PTTEP)

• ครม. อนุมัติ “ไทยช่วยไทยพลัส” มูลค่า 1.76 แสนลบ. ให้ผู้รับสิทธิ์กว่า 43 ล้านคน แบ่งเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.2 ล้านคน รับ 1,000 บาท/เดือน และประชาชนทั่วไป 30 ล้านคน ผ่านคนละครึ่งพลัส (รัฐอุดหนุน 60%) มูลค่า 1,000 บาท/เดือน เป็นเวลา 4 เดือน (มิ.ย.–ก.ย. 69) เปิดให้ลงทะเบียน 25-29 พ.ค. มองบวกต่อกลุ่มพาณิชย์และสินเชื่อ

• ธปท. สรุปภาพรวมธนาคารพาณิชย์ใน 1Q69 ยังมั่นคงและมีเสถียรภาพ สินเชื่อในระบบพลิก +0.2%YoY นำโดยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่สินเชื่อ SMEs และสินเชื่ออุปโภคบริโภคยังหดตัว ส่วนคุณภาพสินเชื่อโดยรวมทรงตัวและเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นจาก New NPL ที่ชะลอลงในทุกพอร์ท มองบวกต่อกลุ่มธนาคาร

• ครม. อนุมัติมาตรการช่วยเหลือคู่สัญญาภาครัฐที่ได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง เพื่อลดภาระต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ปรับขึ้น โดยการผ่อนผันเกณฑ์การคำนวณเงินชดเชยค่าก่อสร้าง หรือ “ค่า K” ชั่วคราวระหว่างวันที่ 28 ก.พ.–30 ก.ย. 69 มองบวกต่อกลุ่มรับเหมาฯ (STECON, CK)

• จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมสัปดาห์ที่ 20 (11-17 พ.ค. 69) อยู่ที่ 469,173 คน เพิ่ม 1% YoY แต่ลดลง 1%WoW มองผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางจะชัดเจนมากขึ้นใน 2Q26 ขณะที่ ครม.อนุมัติยกเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน เป็น 30 วัน มองไม่น่ากระทบความต้องการเดินทาง เพราะค่าเฉลี่ยพำนักในไทยอยู่ที่ราว 10-15 วัน

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยมี Upside จำกัดที่แนวต้าน 1,530-1,550 จุด โดยในประเทศ แม้มีแรงหนุนจากกำไรรวมตลาด 1Q69 ที่แข็งแกร่ง และ Sentiment บวกจาก ครม. เตรียมพิจารณามาตรการไทยช่วยไทยพลัสในวันที่ 19 พ.ค. แต่มองถูกสะท้อนไปในดัชนีพอสมควรแล้ว ทำให้นักลงทุนจะกลับมาโฟกัสผลกระทบสงครามตะวันออกกลางที่จะฉุดรั้งกำไร 2Q69 ของ บจ. แทน ขณะที่การประชุม Trump–Xi แม้บรรยากาศจะเป็นบวกต่อ Sentiment การลงทุนระยะสั้น แต่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมยังจำกัดและไม่ได้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในการแข่งขันระหว่างกันในระยะยาว อีกทั้งราคาน้ำมันที่ทรงตัวสูงนาน เริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างชัดเจนผ่านภาวะเงินเฟ้อสูง ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” 

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET แกว่งตัว Sideways โดยตลาดจะเริ่มกลับมาให้น้ำหนักผลกระทบของสงครามตะวันออกกลางที่จะฉุดรั้งกำไร 2Q69 และราคาน้ำมันที่สูงนานเริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกผ่านภาวะเงินเฟ้อสูง ขณะที่การประชุม Trump–Xi ยังขาดผลลัพธ์เป็นรูปธรรมและไม่ได้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาว กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

1. หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดกำไร 2Q69 จะเติบโต YoY ส่วน 2H69 โมเมนตัมกำไรยังดีทั้ง HoH และ YoY อีกทั้งเราแนะนำ Outperform ได้แก่ ADVANC AP GULF MINT MTC SCGP TIDLOR 

2. หุ้น Defensive ที่มี High Pricing Power ซึ่งคาดกำไรสามารถทนทานต่อต้นทุนและเงินเฟ้อที่สูงกว่าในอดีต ได้แก่ สื่อสาร (ADVANC TRUE) การแพทย์ (BDMS BH CHG BCH) และพาณิชย์ (CPALL CPAXT BJC CPN) 

3. หุ้น New Normal ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรม "S-Curve" และได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว เช่น ลดพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM) นิคม (WHA AMATA) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC BANPU HMPRO GLOBAL GUNKUL)

Trading Idea: 1. หุ้นที่คาดได้อานิสงส์บวกจาก World Cup 2026 (11 มิ.ย.-19 ก.ค.) ได้แก่ CPALL CPAXT MINT CENTEL HTC TRUE 2. หุ้นที่คาดเป็นเป้าหมายซื้อโดยนักลงทุนต่างชาติ หลังเริ่มเห็น Fund Flow ไหลกลับ เลือกหุ้นที่ Under-owned และ Undervalued ได้แก่ TRUE CPN GLOBAL BEM  PTTGC 3. หุ้นที่คาดได้อานิสงส์ หากมีความคืบหน้าการคลายข้อจำกัดด้าน AI/ชิป/แร่หายาก  หรือคลายกังวลสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนเพิ่มเติม ได้แก่ DELTA HANA KCE PTTGC IVL 

Daily Top Picks

BLA: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับขึ้นสนับสนุนรายได้จากการลงทุน ผลประกอบการปี 2569 มีแนวโน้มได้รับการสนับสนุนจากการทยอยรับรู้ CSM และรายได้จากการลงทุน Valuation น่าสนใจ ด้วย PE ที่ระดับ 5 เท่า เป้าหมายระยะสั้นที่ 23.30 บาท

CPALL: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจาก ครม. อนุมัติโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” สนับสนุนการบริโภคผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและ “คนละครึ่งพลัส” รวม 1.76 แสนลบ. กำไรปกติ 2Q69 คาดจะเติบโตต่อเนื่อง YoY จากธุรกิจ CVS ที่แข็งแกร่ง เป้าหมายระยะสั้นที่ 48.25 บาท
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 20 พ.ค. 2569 เวลา : 11:30:49
20-05-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (20 พ.ค.69) บวก 11.25 จุด ดัชนี 1,527.94 จุด

2. MTS Gold คาดราคาทองคำร่วงลงไปบริเวณ 4,460 เหรียญ ในช่วงเช้าวันนี้ ก่อนทรงตัวบริเวณ 4,480 เหรียญ โดยราคาทองคำยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลงระยะสั้น

3. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.60-32.85บาท/ดอลลาร์

4. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (20 พ.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 32.72 บาทต่อดอลลาร์

5. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (20 พ.ค.69) บวก 0.69 จุด ดัชนี 1,517.38 จุด

6. ทองเปิดตลาดวันนี้ (20 พ.ค.69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 70,400 บาท

7. พยากรณ์อากาศวันนี้ (20 พ.ค.69) ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่องและตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ / ภาคอีสาน 70% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก 60% ภาคใต้ 60-70%

8. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (19 พ.ค.69) ร่วงแรง 322.24 จุด วิตกเงินเฟ้อ-บอนด์ยีลด์พุ่ง ฉุดตลาด

9. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (19 พ.ค.69) ร่วง 46.80 เหรียญ เหตุดอลลาร์แข็งค่า-กังวลเงินเฟ้อสูงหนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ย

10. ประกาศ กปน.: 21 พ.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนกาญจนาภิเษก (ด้านตะวันตก)

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (19 พ.ค.69) ลบ 1.05 จุดดัชนี 1,516.69 จุด

12. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (19 พ.ค.69) แข็งค่าขึ้น ที่ระดับ 32.53 บาทต่อดอลลาร์

13. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (18 พ.ค.69) ลบ 3.90 ดอลลาร์ เหตุบอนด์ยีลด์-ราคาน้ำมันพุ่ง ฉุดตลาด

14. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (19 พ.ค.69) ลบ 2.31 จุด ดัชนี 1,515.43 จุด

15. MTS Gold คาดราคาทองคำมีแรงดีดกลับขึ้นมาเล็กน้อย โดยปัจจุบันเคลื่อนไหวบริเวณ 4,555 เหรียญ สะท้อนว่าแนวรับระยะสั้นบริเวณ 4,500 เหรียญ

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ May 20, 2026, 3:24 pm