เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
กกร. ชู " Reinvent Thailand" ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่การเติบโตใหม่ ฝ่าความท้าทายรอบด้าน บนเวที ABAC Thailand 2026


 
นายผยง ศรีวณิช ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ  "Beyond the Challenges: Reinventing Growth for the Next Era - ก้าวข้ามความท้าทาย สู่การเติบโตในยุคใหม่" ในการประชุมสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค  ครั้งที่ 3 / 2569 หรือ  ABAC Thailand 2026 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ระหว่างวันที่ 6-8 กรกฎาคม 2569  โดยนำเสนอวิสัยทัศน์การพลิกโฉมการเติบโตทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางความท้าทายที่เขตเศรษฐกิจในกลุ่ม APEC รวมถึงประเทศไทยต่างต้องเผชิญกับการเติบโตที่ชะลอลง ซึ่งจะกระทบกับการสร้างความมั่งคั่ง โอกาส คุณภาพชีวิต และการจ้างงานที่มีคุณภาพในระยะข้างหน้า พร้อมชู "Reinvent Thailand" โมเดลความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ และภาควิชาการ เพื่อร่วมกันสร้างเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ของประเทศไทย
 
 
นายผยง กล่าวว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจในกลุ่ม APEC และภูมิภาคอาเซียนไม่ใช่เพียงผลจากวัฏจักรเศรษฐกิจ แต่เป็นผลจากปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งเศรษฐกิจนอกระบบขนาดใหญ่ การเข้าสู่สังคมสูงวัย ผลิตภาพที่อยู่ในระดับต่ำ การกระจุกตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เช่น ในกรณีของไทยที่มีจำนวนผู้ประกอบการรายใหญ่คิดเป็นสัดส่วน 1% แต่สร้างมูลค่า GDP มากถึง 65% รวมถึงข้อจำกัดด้านธรรมาภิบาลและหลักนิติธรรม (Rule of Law) ซึ่งเปรียบเสมือน Operating System ของระบบเศรษฐกิจ ที่หลายประเทศในภูมิภาคยังมีช่องว่างเมื่อเทียบกับประเทศสมาชิก OECD ความท้าทายเหล่านี้ล้วนจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างบูรณาการ ทำให้โจทย์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไม่ใช่การกลับไปสู่เศรษฐกิจแบบเดิม แต่คือ การสร้างเศรษฐกิจแห่งอนาคตที่มีความสามารถในการแข่งขัน และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลก
 
 
สำหรับประเทศไทย หนึ่งในกลไกสำคัญในการพลิกโฉมเศรษฐกิจ คือการขับเคลื่อนผ่านแพลตฟอร์ม "Reinvent Thailand" โดยยกระดับวิธีการทำงาน จากเดิมที่ภาคเอกชน ภาครัฐ และภาควิชาการ ต่างดำเนินงานแยกส่วนกัน บนเป้าหมายที่แตกต่างกัน  ไปสู่การทำงานร่วมกันบนโจทย์เดียวกัน ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน  (Data-driven) กำหนดภาคส่วนที่ต้องรับผิดชอบในแต่ละเรื่องอย่างชัดเจน (clear ownership) โดยภาคเอกชนสะท้อนปัญหาและโอกาสทางธุรกิจ ภาครัฐผลักดันการปฏิรูปกฎระเบียบ ภาควิชาการสนับสนุนองค์ความรู้และข้อมูลที่รอบด้าน ขณะที่ภาคการเงินช่วยจัดสรรเงินทุนไปยังภาคเศรษฐกิจที่มีศักยภาพ เพื่อร่วมกันผลักดันการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว
 
 
 
Reinvent Thailand มุ่งขับเคลื่อน 7 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ได้แก่ เกษตรและแปรรูปอาหาร ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและบริการดิจิทัล การแพทย์และสุขภาพ การท่องเที่ยว การค้าปลีกและการค้า และเศรษฐกิจสร้างสรรค์  ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และคำแนะนำของ ธนาคารโลกใน Flagship Report เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมที่เป็นจุดแข็งของประเทศและมีศักยภาพเติบโตสูง เร่งปรับบทบาท (Reposition) ประเทศไทยสู่การเป็นฐานการผลิตและบริการมูลค่าสูง เชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาคและระดับโลก พร้อมดึงดูดการลงทุนใหม่ สร้างงานคุณภาพ และเพิ่มศักยภาพการเติบโต โดยผลการประเมินเบื้องต้นของธนาคารโลกระบุว่า หากการปฏิรูปดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยมีโอกาสยกระดับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ เป็นมากกว่า 5% ต่อปี และก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูงได้ภายในปี 2580
 
 
ประธาน กกร. กล่าวว่า การปฏิรูปเศรษฐกิจครั้งนี้ ภาคเอกชนให้ความสำคัญกับการยึดมั่นมาตรฐานสากลเป็นแนวทาง ทั้งกรอบ OECD เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ กรอบ B-READY ของธนาคารโลก และหลักนิติธรรมของ World Justice Project (WJP) พร้อมกันนี้ประเทศ ไทยเตรียมใช้เวที Bangkok Business Summit 2026 : Resilient ASEAN ในวันที่ 3 กันยายน 2569 เป็นเวทีนำเสนอความคืบหน้าของการขับเคลื่อน Reinvent Thailand และเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนข้อเสนอเชิงนโยบายระหว่างภาคธุรกิจ นักลงทุน และผู้กำหนดนโยบายจากทั่วโลก ก่อนต่อยอดสู่การเป็นเจ้าภาพ การประชุม IMF - World Bank  Group Annual Meetings 2026 ในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งจะตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการหารือด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และความร่วมมือระหว่างประเทศ
 
 
"เชื่อมั่นว่าปัญหาเชิงโครงสร้าง ต้องแก้ด้วยการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐ และภาควิชาการ จึงจะสามารถก้าวข้ามความท้าทาย และสร้างโอกาสสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ที่ทุกภาคส่วนได้รับประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน" 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 10 ก.ค. 2569 เวลา : 11:51:50
10-07-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (10 ก.ค. 69) บวก 8.97 จุด ดัชนี 1,617.27 จุด

2. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (9 ก.ค.69) บวก 139.02 จุด, Nasdaq พุ่งแรงกว่า 300 จุด รับแรงซื้อหุ้นกลุ่มชิป

3. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (9 ก.ค.69) บวก 58.40 ดอลลาร์ นักลงทุนช้อนซื้อหลังราคาร่วง- จับตาตะวันออกกลาง

4. พยากรณ์อากาศวันนี้ (10 ก.ค.69) ภาคเหนือ ฝนฟ้าคะนอง 60% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคอีสาน-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก 40% ภาคใต้ 30-40%

5. MTS Gold คาดราคาทองคำกลับมายืนเหนือ 4,100 เหรียญ ขณะที่ราคาทองคำไทยกลับมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 65,000 บาท ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

6. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.25-33.50 บาท/ดอลลาร์

7. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (10 ก.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.38 บาทต่อดอลลาร์

8. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (10 ก.ค.69) บวก 6.00 จุด ดัชนี 1,614.30 จุด

9. ทองเปิดตลาดวันนี้ (10 ก.ค.69) "คงที่" ทองรูปพรรณ ขายออก 65,800 บาท

10. ประกาศ กปน.: 15 ก.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนบรรทัดทอง

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (9 ก.ค. 69) บวก 32.05 จุด ดัชนี 1,608.30 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (9 ก.ค.69) บวก 23.71 จุด ดัชนี 1,599.96 จุด

13. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 หลังไม่สามารถผ่านแนวต้านบริเวณ 4,200 เหรียญ ได้ ก่อนอ่อนตัวลงหลุดระดับ 4,100 เหรียญ

14. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.37-33.60 บาท/ดอลลาร์

15. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (8 ก.ค.69) ร่วง 576.76 จุด วิตกทรัมป์ฉีกข้อตกลงหยุดยิง ขู่โจมตีอิหร่านรอบใหม่

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ July 10, 2026, 2:28 pm