แบงก์-นอนแบงก์
กรุงศรีผสานความร่วมมือพันธมิตรญี่ปุ่น - อาเซียน เปิดเวที Japan - ASEAN Startup Business Matching Fair 2026 เชื่อมสตาร์ทอัพสู่ตลาดโลก ชู AI เสริมศักยภาพธุรกิจ พร้อมผลักดันนวัตกรรมลดคาร์บอน และเทคโนโลยีเพื่อสังคม ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน


กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) ในเครือของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) หนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและองค์กรธุรกิจชั้นนำ จาก 5 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย จัดงาน “Japan-ASEAN Startup Business Matching Fair 2026” เวทีจับคู่เจรจาทางธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน เชื่อมโยงสตาร์ทอัพกว่า 70 รายจาก 7 ประเทศ กับภาคธุรกิจชั้นนำระดับนานาชาติกว่า 200 บริษัท ชูเทคโนโลยี AI และ Factory Automation ขับเคลื่อนนวัตกรรมและโอกาสทางธุรกิจ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของภูมิภาค
 
 
นายโอตากะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย กล่าวว่า “Japan-ASEAN Startup Business Matching Fair 2026 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 และได้เติบโตจนเป็นการจัดงานครั้งที่ใหญ่ที่สุด โดยมีสตาร์ทอัพจากทั่วอาเซียนเข้าร่วมมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา สะท้อนถึงการเติบโตของระบบนิเวศสตาร์ทอัพในภูมิภาค ขณะเดียวกัน รัฐบาลญี่ปุ่นยังคงเดินหน้าพัฒนาระบบนิเวศสตาร์ทอัพภายใต้แผนพัฒนา 5 ปี โดยมีเป้าหมายเพิ่มการลงทุนในสตาร์ทอัพ 10 เท่า พร้อมผลักดันเมืองสำคัญอย่างโตเกียว ฟุกุโอกะ และนาโกย่าให้เป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมของโลก ในโอกาสนี้ ขอขอบคุณกรุงศรี MUFG และพันธมิตรทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันการจัดงานครั้งนี้ และเชื่อมั่นว่าเวทีแห่งนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือข้ามพรมแดน และสร้างโอกาสใหม่ระหว่างญี่ปุ่น ไทย และอาเซียน”
 

 
นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “Japan-ASEAN Startup Business Matching Fair 2026 นับเป็นเวทีสำคัญที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคการศึกษา สตาร์ทอัพ นักลงทุน และภาคธุรกิจจากทั่วภูมิภาค เพื่อสร้างความร่วมมือและต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ โดยในปีนี้สามารถสร้างโอกาสจับคู่ธุรกิจได้มากกว่า 500 คู่ภายในวันเดียว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรุงศรีในการสนับสนุนความร่วมมือข้ามพรมแดนผ่าน Krungsri ASEAN LINK และเครือข่าย MUFG เพื่อเชื่อมโยงลูกค้ากับพันธมิตรและตลาดใหม่ และเชื่อมั่นว่าความร่วมมือที่เกิดขึ้นจะนำไปสู่นวัตกรรมและการเติบโตอย่างยั่งยืนของอาเซียนและภูมิภาคในระยะยาว” 

 
สำหรับงานในปีนี้ กรุงศรีได้ขยายเครือข่ายความร่วมมือระดับภูมิภาคครั้งสำคัญ ด้วยการบรรลุความร่วมมือ
อย่างเป็นทางการครั้งแรกกับฟิลลิปปินส์และอินโดนีเซีย ซึ่งทั้งสองประเทศมีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง
และมีระบบนิเวศสตาร์ทอัพที่เติบโตอย่างรวดเร็วในอาเซียน พร้อมต่อยอดเครือข่ายพันธมิตรเดิมจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ และองค์กรส่งเสริมนวัตกรรมของญี่ปุ่นและอาเซียน ได้แก่ กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม (METI) ประเทศญี่ปุ่น คณะกรรมการความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ่น (AMEICC) องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) องค์การพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานใหม่และอุตสาหกรรมแห่งประเทศญี่ปุ่น (NEDO) สถาบันวิจัยเศรษฐกิจอาเซียนและเอเชียตะวันออก (ERIA) ศูนย์ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งมหานครโตเกียว (Tokyo SME Support Center) กระทรวงการสื่อสารและดิจิทัลแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย (MCDA) และMUFG นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจาก CU Innovation Hub จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นครั้งแรก เพื่อร่วมผลักดันนวัตกรรมและสตาร์ทอัพไทยสู่เวทีโลกอีกด้วย

 
ภายในงานรวบรวมสตาร์ทอัพกว่า 70 รายจาก 7 ประเทศ ครอบคลุมกลุ่มเทคโนโลยีที่กำลังเป็นเมกะเทรนด์ของโลก ได้แก่ AI และ Factory Automation เทคโนโลยีด้านการลดการปล่อยคาร์บอนและ Carbon Tracking โซลูชันสนับสนุนธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ตลอดจนนวัตกรรมด้านอาหาร สุขภาพ และ Longevity รวมถึงนวัตกรรมที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม (Social Impact) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้นำเสนอเทคโนโลยีและจับคู่ธุรกิจกับบริษัทชั้นนำ นักลงทุน และองค์กรธุรกิจกว่า 200 แห่งจากหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งนอกจากกิจกรรมจับคู่เจรจาทางธุรกิจแล้ว ภายในงานยังประกอบด้วยพื้นที่จัดแสดงนวัตกรรมจากสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการ และเวทีเสวนาเพื่อแบ่งปันมุมมองด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และแนวโน้มการเติบโตของระบบนิเวศสตาร์ทอัพในภูมิภาค
 

 
ในโอกาสเดียวกันนี้ กรุงศรียังได้ร่วมลงนามหนังสือเจตจำนง (Letter of Intent: LOI) กับกระทรวงการสื่อสารและดิจิทัลแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย (MCDA) Bank Danamon Indonesia กรุงศรี ฟินโนเวต และ MUFG Innovation Partners (MUIP) โดยมีเป้าหมายในการสนับสนุนสตาร์ทอัพอินโดนีเซียให้เข้าถึงตลาดต่างประเทศผ่านเครือข่ายของกรุงศรีและ MUFG เชื่อมโยงผู้ประกอบการกับนักลงทุนและพันธมิตรทางธุรกิจ ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันต่างๆ รวมถึงร่วมกันพัฒนาโครงการและกิจกรรมที่ช่วยผลักดันการเติบโตของสตาร์ทอัพในระดับภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม

 
เวทีจับคู่เจรจาทางธุรกิจ Japan-ASEAN Startup Business Matching Fair 2026 ตอกย้ำภาพลักษณ์ของกรุงศรีในฐานะสถาบันการเงินชั้นนำที่มุ่งเป็นพันธมิตรในการเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจ นวัตกรรม และเทคโนโลยีเข้ากับศักยภาพการเติบโตของลูกค้า ผ่านความแข็งแกร่งของเครือข่ายพันธมิตรระดับโลก โดยกรุงศรียังคงมุ่งมั่นแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อเติบโตเคียงข้างธุรกิจของลูกค้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 10 ก.ค. 2569 เวลา : 13:00:49
10-07-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (10 ก.ค. 69) บวก 8.97 จุด ดัชนี 1,617.27 จุด

2. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (9 ก.ค.69) บวก 139.02 จุด, Nasdaq พุ่งแรงกว่า 300 จุด รับแรงซื้อหุ้นกลุ่มชิป

3. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (9 ก.ค.69) บวก 58.40 ดอลลาร์ นักลงทุนช้อนซื้อหลังราคาร่วง- จับตาตะวันออกกลาง

4. พยากรณ์อากาศวันนี้ (10 ก.ค.69) ภาคเหนือ ฝนฟ้าคะนอง 60% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคอีสาน-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก 40% ภาคใต้ 30-40%

5. MTS Gold คาดราคาทองคำกลับมายืนเหนือ 4,100 เหรียญ ขณะที่ราคาทองคำไทยกลับมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 65,000 บาท ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

6. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.25-33.50 บาท/ดอลลาร์

7. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (10 ก.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.38 บาทต่อดอลลาร์

8. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (10 ก.ค.69) บวก 6.00 จุด ดัชนี 1,614.30 จุด

9. ทองเปิดตลาดวันนี้ (10 ก.ค.69) "คงที่" ทองรูปพรรณ ขายออก 65,800 บาท

10. ประกาศ กปน.: 15 ก.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนบรรทัดทอง

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (9 ก.ค. 69) บวก 32.05 จุด ดัชนี 1,608.30 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (9 ก.ค.69) บวก 23.71 จุด ดัชนี 1,599.96 จุด

13. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 หลังไม่สามารถผ่านแนวต้านบริเวณ 4,200 เหรียญ ได้ ก่อนอ่อนตัวลงหลุดระดับ 4,100 เหรียญ

14. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.37-33.60 บาท/ดอลลาร์

15. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (8 ก.ค.69) ร่วง 576.76 จุด วิตกทรัมป์ฉีกข้อตกลงหยุดยิง ขู่โจมตีอิหร่านรอบใหม่

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ July 10, 2026, 2:28 pm