เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ผู้ช่วยรัฐมนตรีคลังชี้โลกยุคใหม่เปิดโอกาสให้อีสานก้าวสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง หนุนการเติบโตจากศักยภาพของพื้นที่ สร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่เลือกเติบโตในบ้านเกิด


 
ดร.สันติธาร เสถียรไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง (ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ) ได้เข้าร่วมงาน The Secret Sauce Business Weekend 2026 อีสาน ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักข่าวธุรกิจ THE STANDARD ระหว่างวันที่ 17-18 กรกฎาคม 2569 ณ จังหวัดขอนแก่น เพื่อร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์เกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจภูมิภาคอีสาน พร้อมพบปะหารือกับผู้ประกอบการในภูมิภาคเพื่อสื่อสารและรับฟังข้อเสนอแนะต่อนโยบายของรัฐบาล 
 
 
งาน The Secret Sauce Business Weekend 2026 อีสาน จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Beyond Isan: โตไกลกว่าอีสาน” เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้เครือข่ายธุรกิจ และยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการในระดับภูมิภาคสู่สากล โดยเวทีงานหลักจัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านาชาติไคซ์ ขอนแก่น ภายในงานมีวิทยากรที่เป็นผู้บริหารภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายอุตสาหกรรมกว่า 30 คน ร่วมพูดบนเวทีและมีผู้สนใจเข้ารับฟังจากทั้งในและนอกภูมิภาคกว่า 2,000 คน การขึ้นเวทีครั้งนี้เป็นการนำเสนอวิสัยทัศน์ว่า การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกกำลังเปิดโอกาสครั้งใหม่ให้ประเทศไทยและภูมิภาคต่าง ๆ หากสามารถใช้จุดแข็งของแต่ละพื้นที่ให้สอดรับกับทิศทางของโลก โดยเฉพาะภาคอีสานที่มีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยมีกิจกรรมที่สำคัญสรุปได้ ดังนี้
 
 
1. กิจกรรม Roundtable: Esan Entrepreneurs 
ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ ได้พบปะหารือผู้ประกอบการในภูมิภาคอีสานจากหลายอุตสาหกรรม อาทิ การขนส่ง อาหาร สิ่งทอ การผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรกล และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์  เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโอกาสและความท้าทายของธุรกิจในภาคอีสาน รวมถึงรับฟังข้อเสนอแนะที่ผู้ประกอบการมีต่อนโยบายของรัฐบาล 
 
จากการหารือทำให้ทราบว่า ภูมิภาคอีสานมีอุตสาหกรรมดั้งเดิมหลายอย่างที่ถึงแม้ไม่ได้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New-Scurve) แต่มีศักยภาพแข่งขันได้ในระดับโลกและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ภูมิภาคได้สูง โดยส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมที่เน้นคุณภาพ งานฝีมือ ความปราณีต และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งแรงงานในภูมิภาคมีจุดแข็งในด้านนี้  ขณะเดียวกันผู้ประกอบการได้สะท้อนปัญหาที่สำคัญในภูมิภาค คือ ปัญหาต้นทุนด้านการขนส่งโดยเฉพาะการขนส่งทางบก ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในภูมิภาคนี้ 
 
 
ประเด็นเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า การสนับสนุนภาคธุรกิจในระยะต่อไปไม่ควรมุ่งเพียงการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ แต่ควรมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยมีศักยภาพอยู่แล้ว ผ่านเครื่องมือสนับสนุนที่มีความยืดหยุ่นและเหมาะสมกับผู้ประกอบการไทยมากขึ้น ควบคู่กับการเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ เพื่อลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

2. งาน The Secret Sauce Business Weekend 2026 อีสาน  
 
ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ ได้ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์บนเวที The Secret Sauce Business Weekend 2026 อีสาน ในรูปแบบการสัมภาษณ์เดี่ยว ภายใต้หัวข้อ “Thailand Comeback เทรนด์เศรษฐกิจไทยและโอกาส” โดยมี นายนครินทร์ วนกิจไพบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและบรรณาธิการบริหารสำนักข่าว THE STANDARD เป็นผู้ดำเนินรายการ
 
 
ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจไทยจะเผชิญแรงกดดันจากวิกฤติด้านพลังงาน เงินเฟ้อ และกำลังซื้อที่ชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา แต่การเปลี่ยนแปลงของโลกจากเมกะเทรนด์สำคัญ ทั้งการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว การเปลี่ยนแปลงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร แม้จะเป็นความท้าทาย แต่ก็เป็นโอกาสครั้งสำคัญที่ประเทศไทยจะยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ ในโลกที่มีความแตกแยกมากขึ้นประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็น "Trusted Connector Economy" หรือ "เศรษฐกิจผู้เชื่อมโยงที่ได้รับความเชื่อมั่น" โดยอาศัยจุดแข็งด้านความน่าเชื่อถือ ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ และความสามารถในการเชื่อมโยงการค้า การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาค เพื่อสร้างบทบาทใหม่ของประเทศไทยในเศรษฐกิจโลก
 
ภายใต้วิสัยทัศน์ดังกล่าว ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีศักยภาพต่อยอดจากเมกะเทรนด์เหล่านี้ ทั้งการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion: GMS) และประตูเชื่อมโยงประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ตลอดจนการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรมูลค่าสูง ธุรกิจสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุ พลังงานสะอาด และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มผลิตภาพของผู้ประกอบการและขยายโอกาสของสินค้าไทยสู่ตลาดโลก
 
ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวจำเป็นต้องดำเนินนโยบายควบคู่กัน 3 ด้าน ได้แก่ การประคับประคองเศรษฐกิจในวันนี้ เพื่อดูแลค่าครองชีพและเศรษฐกิจฐานราก การเร่งเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจในวันนี้ โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพื่อลดต้นทุนและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และการลงทุนเพื่อวันพรุ่งนี้ ผ่านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาทุนมนุษย์ การเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ และการปรับปรุงกฎระเบียบ เพื่อรองรับการลงทุนและการเติบโตในระยะยาว
 
ในช่วงท้าย ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ เน้นย้ำว่า การพัฒนาเศรษฐกิจไม่ควรวัดความสำเร็จเพียงจากการเติบโตของตัวเลขทางเศรษฐกิจ แต่ต้องสร้างโอกาสให้ประชาชนในทุกภูมิภาคสามารถเข้าถึงงานที่มีคุณภาพและโอกาสทางธุรกิจได้อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้คนรุ่นใหม่สามารถเลือกเติบโต ทำงาน และประกอบธุรกิจในภูมิภาคของตนเอง เพื่อให้ทุกภูมิภาคของประเทศเป็นพื้นที่แห่งโอกาสและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตในระยะยาว
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 23 ก.ค. 2569 เวลา : 13:25:27
25-07-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (24 ก.ค.69) บวก 3.36 จุด ดัชนี 1,644.39 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (24 ก.ค.69) ลบ 4.72 จุด ดัชนี 1,636.31 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำกลับมาปรับตัวลดลงอีกครั้ง หลุดระดับ 4,100 เหรียญ ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงต่อเนื่องเป็นวันที่ 13

4. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.70-33.95บาท/ดอลลาร์

5. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (24 ก.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 33.83 บาทต่อดอลลาร์

6. ทองเปิดตลาดวันนี้ (24 ก.ค.69) ร่วงลง 700 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 65,600 บาท

7. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (23 ก.ค.69) ร่วงแรง 506.93 จุด หวั่นน้ำมันพุ่งหนุนเงินเฟ้อ-วิตกบิ๊กเทคทุ่มใช้จ่าย AI

8. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (23 ก.ค.69) ร่วงแรง 101.70 ดอลลาร์ วิตกน้ำมันพุ่งดันเงินเฟ้อสูง-เฟดขึ้นดอกเบี้ย

9. พยากรณ์อากาศวันนี้ (24 ก.ค.69) ฝนตกหนักในภาคอีสาน-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 70% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคกลาง 60% ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 40%

10. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (24 ก.ค.69) ลบ 16.18 จุด ดัชนี 1,624.85 จุด

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (23 ก.ค.69) บวก 1.69 จุด ดัชนี 1,641.03 จุด

12. MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยเมื่อวานนี้ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบสัปดาห์ที่ 4,166 เหรียญ ก่อนเผชิญแรงขายทำกำไร

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (23 ก.ค.69) บวก 4.56 จุด ดัชนี 1,643.90 จุด

14. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.65-33.90 บาท/ดอลลาร์

15. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (23 ก.ค.69) บวก 5.23 จุด ดัชนี 1,644.57 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ July 25, 2026, 11:28 am