เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิเคราะห์ "ธนาคารกลางอินโดนีเซียชะลอการขึ้นดอกเบี้ย หลังเศรษฐกิจเริ่มเผชิญแรงกดดัน"


• ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 5.75% ในการประชุมวันที่ 21–22 ก.ค. 2569 หลังปรับขึ้นดอกเบี้ยรวม 100 basis points ในช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย. พร้อมคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก (Deposit Facility) ที่ 4.75% และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ (Lending Facility) ที่ 6.50% สะท้อนว่า BI เลือกชะลอการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อประเมินผลของการปรับขึ้นดอกเบี้ยที่ผ่านมา ลดผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและเศรษฐกิจในประเทศ  
 
• แม้จะคงดอกเบี้ย แต่ BI ยังให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพของค่าเงินรูเปียห์ หลังค่าเงินยังอ่อนค่ากว่า 7% ตั้งแต่ต้นปี และเคยแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 18,171 รูเปียห์ต่อดอลลาร์ฯ  (9 มิ.ย.) ก่อนฟื้นกลับมาอยู่ที่ 17,885 รูเปียห์ต่อดอลลาร์ฯ ณ วันที่ 21 ก.ค. ท่ามกลางแรงกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง เงินดอลลาร์ฯ ที่แข็งค่า และการคาดการณ์ว่า Fed จะคงดอกเบี้ยในระดับสูง
 
• BI ไม่ได้เปลี่ยนเป้าหมายในการดูแลเสถียรภาพค่าเงิน แต่หันมาใช้มาตรการที่ช่วยจูงใจเงินทุนไหลเข้าแทนการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม เพื่อลดผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและเศรษฐกิจในประเทศ ผ่านการเพิ่มสิทธิประโยชน์ในการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (FX Hedging) ส่งเสริมการใช้ Local Currency Transactions (LCT) กับประเทศคู่ค้า และเพิ่มสภาพคล่องในตลาดเงิน เพื่อลดต้นทุนของนักลงทุนต่างชาติและสนับสนุนเสถียรภาพของค่าเงิน ขณะเดียวกัน BI ยังเดินหน้าใช้มาตรการแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนและเครื่องมือทางการเงินอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง
 
• แม้เงินเฟ้อเดือนมิ.ย.จะเพิ่มขึ้นเป็น 3.34% แต่ยังอยู่ในกรอบเป้าหมายของ BI ขณะที่สัญญาณเศรษฐกิจภายในประเทศเริ่มชะลอลง โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือน ยอดค้าปลีกชะลอลงต่อเนื่องในไตรมาส 2 และดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรม (IPI) กลับมาหดตัว สะท้อนว่าอุปสงค์ภายในประเทศเริ่มอ่อนแรง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและต้นทุนทางการเงินที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ BI ต้องระมัดระวังการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม  
 
• ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า BI เลือกเก็บพื้นที่ในการดำเนินนโยบาย (Policy Space) ไว้รองรับความผันผวนจากปัจจัยภายนอกในระยะข้างหน้า พร้อมหันมาใช้มาตรการจูงใจเงินทุนไหลเข้าเพื่อดูแลค่าเงิน เพื่อลดผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและเศรษฐกิจในประเทศ ขณะที่ตลาดยังคาดว่า หากค่าเงินรูเปียห์กลับมาเผชิญแรงกดดันหรือ Fed ยังคงใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด BI ยังมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1–2 ครั้ง ในช่วงที่เหลือของปี โดยอัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจขึ้นไปแตะ 6.25%

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 23 ก.ค. 2569 เวลา : 19:45:45
25-07-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (24 ก.ค.69) บวก 3.36 จุด ดัชนี 1,644.39 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (24 ก.ค.69) ลบ 4.72 จุด ดัชนี 1,636.31 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำกลับมาปรับตัวลดลงอีกครั้ง หลุดระดับ 4,100 เหรียญ ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงต่อเนื่องเป็นวันที่ 13

4. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.70-33.95บาท/ดอลลาร์

5. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (24 ก.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 33.83 บาทต่อดอลลาร์

6. ทองเปิดตลาดวันนี้ (24 ก.ค.69) ร่วงลง 700 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 65,600 บาท

7. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (23 ก.ค.69) ร่วงแรง 506.93 จุด หวั่นน้ำมันพุ่งหนุนเงินเฟ้อ-วิตกบิ๊กเทคทุ่มใช้จ่าย AI

8. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (23 ก.ค.69) ร่วงแรง 101.70 ดอลลาร์ วิตกน้ำมันพุ่งดันเงินเฟ้อสูง-เฟดขึ้นดอกเบี้ย

9. พยากรณ์อากาศวันนี้ (24 ก.ค.69) ฝนตกหนักในภาคอีสาน-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 70% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคกลาง 60% ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 40%

10. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (24 ก.ค.69) ลบ 16.18 จุด ดัชนี 1,624.85 จุด

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (23 ก.ค.69) บวก 1.69 จุด ดัชนี 1,641.03 จุด

12. MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยเมื่อวานนี้ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบสัปดาห์ที่ 4,166 เหรียญ ก่อนเผชิญแรงขายทำกำไร

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (23 ก.ค.69) บวก 4.56 จุด ดัชนี 1,643.90 จุด

14. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.65-33.90 บาท/ดอลลาร์

15. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (23 ก.ค.69) บวก 5.23 จุด ดัชนี 1,644.57 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ July 25, 2026, 11:29 am