หุ้นทอง
PVD Insight ถอดรหัสพฤติกรรมการออม และความเพียงพอของเงินเกษียณไทย


กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident fund: PVD) เป็นหนึ่งในเสาหลักของระบบการออมเพื่อการเกษียณของไทย และเป็นช่องทางสำคัญที่ช่วยให้คนไทยวัยทำงานหลายล้านคนมีเงินออมสำหรับใช้หลังเกษียณ

จากข้อมูลสถิติ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 พบว่า มูลค่ารวมของเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทั้งระบบอยู่ที่ 1,601,276 ล้านบาท มีกองทุนจำนวน 349 กอง นายจ้าง 25,642 ราย และสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่ที่ 3,101,025 คน*

นอกจากมูลค่าเงินกองทุนและจำนวนสมาชิกแล้ว คำถามสำคัญคือ สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแต่ละคนจะมีเงินออมเพียงพอสำหรับการเกษียณหรือไม่ ?

ฝ่ายวิจัยและขับเคลื่อนข้อมูล ก.ล.ต. ได้ทำการศึกษาเรื่อง “พฤติกรรมการออมและการลงทุนของสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพรายสมาชิก (Provident Fund Individual Account-Level Analysis)” เพื่อศึกษาเงินออมเพื่อการเกษียณที่สมาชิกคาดว่าจะได้รับเมื่อเกษียณ การจ่ายเงินสะสม การเลือกนโยบายการลงทุน และพฤติกรรมการสับเปลี่ยนแผนการลงทุน

จากการศึกษาความเพียงพอของเงินเกษียณของสมาชิกผ่านพฤติกรรมการออม พบว่า  สมาชิกจะมีมูลค่าเงินออมยามเกษียณโดยเฉลี่ยประมาณ 1.5 ล้านบาท (คำนวณจากมูลค่าเงินปัจจุบันถึงอายุเกษียณ) และเมื่อกำหนดเงินเกษียณขั้นต่ำพึงมี หรือ Minimum Lump Sum (MLS) เมื่ออ้างอิงงานวิจัยซึ่งกำหนดไว้ที่ 5 ล้านบาท** พบว่า สมาชิกประมาณ 95% มีเงินเกษียณต่ำกว่าที่กำหนด

นอกจากนี้ เมื่อประมาณการอัตราการทดแทนรายได้ (Gross replacement rate) ของสมาชิกพบค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 39.6%*** ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศในกลุ่ม OECD ที่ 60% และต่ำกว่าประเทศคู่เทียบอย่างอินโดนีเซีย (54%) แต่ Gross replacement rate ของสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพยังใกล้เคียงกับฮ่องกง (42%) และมาเลเซีย (38%) ผลการศึกษานี้สะท้อนว่า สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพส่วนใหญ่มีเงินออมเพื่อการเกษียณไม่เพียงพอ และ Gross replacement rate ที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยสากลยังแสดงถึงข้อจำกัดในการรักษาคุณภาพชีวิตหลังเกษียณของบุคคลนั้น

ส่วนผลการศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมการลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มีความโน้มเอียงเชิงพฤติกรรมบางประการที่ส่งผลต่อเงินออมเพื่อการเกษียณของสมาชิก ตัวอย่างเช่น

แนวโน้มพฤติกรรมที่เลือกการใช้จ่ายในปัจจุบันมากกว่าการออม
 
จากการศึกษากลุ่มตัวอย่างพบว่า 69% ของสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสะสมเงินต่อเดือนน้อยกว่า 2,500 บาท และเมื่อประมาณการอัตราเงินสะสม และสมทบของกลุ่มตัวอย่าง สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวมแล้วอยู่ที่ 10.5% ของรายได้ ซึ่งอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization: ILO) แนะนำไว้ที่ 18.4% ของรายได้ และเมื่อเปรียบเทียบรายได้ต่อเดือนของสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกับพฤติกรรมการจ่ายเงินสะสมต่อเดือน พบว่า 67% ของสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สะสมเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพไม่เกิน 5% ต่อเดือน สะท้อนให้เห็นว่าแม้รายได้ของสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพิ่มสูงขึ้น แต่สัดส่วนการออมต่อเดือนไม่ได้เพิ่มขึ้นตามรายได้

แนวโน้มพฤติกรรมการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจทำให้เงินต้นลดลง
 
ข้อมูลชี้ให้เห็นว่า 52% ของมูลค่าเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มีการจัดสรรเงินลงทุนไปที่สินทรัพย์ประเภทตราสารหนี้ (Fixed-income) ซึ่งจัดเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงระดับต่ำเมื่อเทียบกับตราสารทุน (Equity) และกองทุนผสม (Allocation) ซึ่งมีสัดส่วนการลงทุนอยู่ที่ 17% และ 30% ตามลำดับ โดยเมื่อพิจารณาเฉพาะในกลุ่มสมาชิกที่สามารถเลือกนโยบายการลงทุนได้เอง (สมาชิกที่นายจ้างจัดให้มี Employee’s Choice) พบว่า มีการลงทุนในตราสารหนี้อยู่ที่ 61% สะท้อนให้เห็นว่า ในกรณีที่นายจ้างมีทางเลือกให้สมาชิกสามารถเลือกแผนการลงทุนได้ด้วยตัวเอง

สมาชิกส่วนใหญ่ยังคงเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ แม้ว่าในปัจจุบันทางเลือกในการลงทุนที่เสนอโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจะมีความหลากหลาย เช่น ตราสารทุนในประเทศ ตราสารทุนต่างประเทศ ตลอดจนสินทรัพย์ทางเลือก เป็นต้น
 
ข้อมูลจากการศึกษาแสดงให้เห็นว่า กองทุนสำรองเลี้ยงชีพทั้งระบบที่มีจำนวนเงินกว่า 1,601,276 ล้านบาท กับจำนวนสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 3,101,025 คน เป็นหนึ่งในเสาหลักการออมของประเทศ  อย่างไรก็ตาม เมื่อประมาณการจำนวนเงินของสมาชิกแต่ละคนจนถึงเกษียณ จำนวนเงินเฉลี่ยของสมาชิกจะอยู่ที่ 1.5 ล้านบาทต่อคน ซึ่งสมาชิกประมาณ 95% มีเงินเกษียณต่ำกว่าเงินเกษียณขั้นต่ำพึงมีที่ 5 ล้านบาท ดังนั้น การเพิ่มการออมและปรับสัดส่วนการลงทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องที่สมาชิกควรพิจารณา

นอกจากนี้ ในระบบยังมีแรงงานอีกกว่า 85% ที่ไม่สามารถเข้าถึงกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งนายจ้างสามารถพิจารณาการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้กับลูกจ้างกลุ่มนี้ได้ การขยายฐานสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวมถึงการเพิ่มช่องทางการออมเงินเพื่อการเกษียณ จะช่วยให้แรงงานเตรียมความพร้อมสู่การเกษียณได้อย่างมั่นคง

สำหรับแรงงานนอกระบบอีกกว่า 20.19 ล้านราย โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ทำงานอิสระ (Self-employed) และไม่อยู่ในระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ก็สามารถพิจารณาทางเลือกในการลงทุนเพื่อการเกษียณผ่านการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) รวมถึงผ่านบัญชีการออมการลงทุนส่วนบุคคล(Thailand Individual Savings Account: TISA) ที่คาดว่าจะมีขึ้นในอนาคต ก็จะเป็นตัวช่วยในการเพิ่มความเพียงพอของเงินออมและการรักษาคุณภาพชีวิตของผู้เกษียณในระยะยาว

หมายเหตุ :
* รายงานการดำเนินงานและการกำกับดูแลการจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2568
** เงินเกษียณขั้นต่ำพึงมี (Minimum Lump Sum - MLS) คือ ค่าเฉลี่ยของผู้เกษียณในปี 2569 กรณีมีโรคประจำตัวและใช้ชีวิตพอเพียง (ที่มา: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (2019) โครงการการศึกษาวิเคราะห์ระดับสินทรัพย์การออมขั้นต่ำที่ผู้เกษียณอายุพึงมีสำหรับการประกันคุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐาน (วัยสูงอายุ))
*** จากข้อมูลกลุ่มสมาชิกของนายจ้างที่นำมาวิเคราะห์ในเชิงลึกและมีข้อมูลอายุซึ่งจะมีเฉพาะสมาชิกจาก Public sector ราว 842 ราย โดยประมาณการเงินเดือน ภายใต้สมมุติฐานอายุงานเฉลี่ยของนายจ้างหน่วยงานรัฐและเอกชน เพื่อกำหนดอัตราสมทบของนายจ้าง (ส่วนใหญ่ใช้อายุงานในการกำหนดอัตราสมทบ) และอายุเฉลี่ย 80.3 ปี (ชาย 77.4 ปี และหญิง 83.1 ปี) จากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2567
 
โดย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 24 ก.ค. 2569 เวลา : 14:24:59
25-07-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (24 ก.ค.69) บวก 3.36 จุด ดัชนี 1,644.39 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (24 ก.ค.69) ลบ 4.72 จุด ดัชนี 1,636.31 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำกลับมาปรับตัวลดลงอีกครั้ง หลุดระดับ 4,100 เหรียญ ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงต่อเนื่องเป็นวันที่ 13

4. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.70-33.95บาท/ดอลลาร์

5. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (24 ก.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 33.83 บาทต่อดอลลาร์

6. ทองเปิดตลาดวันนี้ (24 ก.ค.69) ร่วงลง 700 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 65,600 บาท

7. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (23 ก.ค.69) ร่วงแรง 506.93 จุด หวั่นน้ำมันพุ่งหนุนเงินเฟ้อ-วิตกบิ๊กเทคทุ่มใช้จ่าย AI

8. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (23 ก.ค.69) ร่วงแรง 101.70 ดอลลาร์ วิตกน้ำมันพุ่งดันเงินเฟ้อสูง-เฟดขึ้นดอกเบี้ย

9. พยากรณ์อากาศวันนี้ (24 ก.ค.69) ฝนตกหนักในภาคอีสาน-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 70% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคกลาง 60% ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 40%

10. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (24 ก.ค.69) ลบ 16.18 จุด ดัชนี 1,624.85 จุด

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (23 ก.ค.69) บวก 1.69 จุด ดัชนี 1,641.03 จุด

12. MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยเมื่อวานนี้ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบสัปดาห์ที่ 4,166 เหรียญ ก่อนเผชิญแรงขายทำกำไร

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (23 ก.ค.69) บวก 4.56 จุด ดัชนี 1,643.90 จุด

14. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.65-33.90 บาท/ดอลลาร์

15. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (23 ก.ค.69) บวก 5.23 จุด ดัชนี 1,644.57 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ July 25, 2026, 12:07 am