เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ชีวิตหลัง 60 ปี: เมื่อการเกษียณอาจไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการทำงาน


 
• ประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ทำให้ทั้งภาระของคนวัยทำงานและโจทย์เรื่องคุณภาพชีวิตหลังเกษียณมีความสำคัญมากขึ้น
 
• ผู้สูงอายุไทยเกือบ 4 ใน 10 คนยังคงทำงานอยู่ และหลายคนยังมีชั่วโมงการทำงานใกล้เคียงกับวัยแรงงาน โดยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพอิสระ
 
• ภาคเกษตรและการค้าปลีกเป็นภาคส่วนที่มีผู้สูงอายุทำงานมากที่สุด สะท้อนทั้งความยืดหยุ่นของรูปแบบงานและข้อจำกัดด้านรายได้หลังเกษียณ
 
• สำหรับผู้สูงอายุบางคน การทำงานไม่ได้เป็นเพียงแหล่งรายได้ แต่ยังช่วยให้รู้สึกว่าตนเองยังมีบทบาท มีเป้าหมาย และได้ใช้ประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดชีวิต

เมื่อ "เกษียณ" ไม่ได้แปลว่า "หยุดทำงาน" 

หากลองเดินตลาดสด ร้านโชห่วย หรือพื้นที่เกษตรในหลายจังหวัดของไทย คนที่กำลังขายของ ดูแลร้าน หรือเก็บเกี่ยวผลผลิตอยู่ตรงหน้า อาจมีอายุมากกว่า 60 ปีแล้ว
สำหรับผู้สูงอายุไทยจำนวนมาก การเกษียณไม่ได้หมายถึงการหยุดทำงาน แต่เป็นการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากงานประจำไปสู่อาชีพอิสระ หรือการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น

ภาพเหล่านี้กำลังเกิดขึ้นบ่อยขึ้น เมื่อประเทศไทยเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ (Aged Society) ตั้งแต่ปี 2567 จากการที่ประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนเกิน 20% ของประชากรทั้งหมด

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้หมายถึงเพียงจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น แต่ยังหมายถึงคนวัยทำงานต้องร่วมรับภาระดูแลผู้สูงอายุมากขึ้น ทั้งในระดับครอบครัวและระดับประเทศ

ไทยกำลังแก่ตัวเร็วกว่าหลายประเทศ

ในช่วงกว่า 60 ปีที่ผ่านมา อัตราส่วนพึ่งพิงวัยสูงอายุ (Old-Age Dependency Ratio) ของไทยเพิ่มขึ้นจาก 5.3 ในปี 2505 เป็น 21.0 ในปี 2566 และองค์การสหประชาชาติ (UN) คาดว่าจะเพิ่มเป็น 54.4 ในปี 2600

เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ไทยมีอัตราส่วนพึ่งพิงวัยสูงอายุสูงกว่าเวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์อย่างชัดเจน

ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา อัตราส่วนดังกล่าวของไทยเพิ่มขึ้นถึง 10.7 ขณะที่ค่าเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นเพียง 4.2 สะท้อนว่าไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างประชากรเร็วกว่าหลายประเทศ และภาระของคนวัยทำงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในอนาคต

ผู้สูงอายุไทยจำนวนมากยังคงทำงาน

สิ่งที่น่าสนใจกว่าการเข้าสู่สังคมสูงวัย คือ ผู้สูงอายุจำนวนมากยังคงมีบทบาทในตลาดแรงงาน

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ไตรมาส 4 ปี 2566 พบว่า 38.4% ของผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไปยังคงทำงานอยู่ หรือคิดเป็นเกือบ 4 ใน 10 คน

สัดส่วนดังกล่าวลดลงตามอายุ จาก 60.3% ในกลุ่มอายุ 60–64 ปี เหลือเพียง 4.9% ในกลุ่มอายุ 80 ปีขึ้นไป

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจกว่าจำนวนผู้ที่ยังทำงาน คือ ชั่วโมงการทำงาน

แม้จะเข้าสู่วัยเกษียณแล้ว แต่ผู้สูงอายุที่ยังทำงานมีชั่วโมงทำงานเฉลี่ยเพียงลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับวัยแรงงาน โดยวัยแรงงานทำงานเฉลี่ย 42.4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ขณะที่ผู้สูงอายุยังทำงานเฉลี่ยประมาณ 35–39 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
• อายุ 60–69 ปี : 39.2 ชั่วโมง
• อายุ 70–79 ปี : 37.6 ชั่วโมง 
• อายุ 80 ปีขึ้นไป : 35.3 ชั่วโมง 

ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยยังทำงานเกือบเต็มเวลา แม้จะผ่านวัยเกษียณตามนิยามไปแล้ว

ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ประกอบอาชีพอิสระ

เมื่อพิจารณาสถานภาพการทำงาน พบว่าผู้สูงอายุส่วนใหญ่เป็นผู้ทำงานส่วนตัวโดยไม่มีลูกจ้าง รองลงมาคือผู้ช่วยธุรกิจครัวเรือนโดยไม่ได้รับค่าจ้าง

สัดส่วนของผู้ทำงานส่วนตัวเพิ่มขึ้นตามอายุ จาก 61.1% ในกลุ่มอายุ 60–64 ปี เป็น 75.4% ในกลุ่มอายุ 80 ปีขึ้นไป

หากจำแนกตามประเภทกิจกรรมทางเศรษฐกิจ พบว่าผู้สูงอายุทำงานในภาคการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์มากที่สุด จำนวนประมาณ 2.8 ล้านคน ทิ้งห่างอันดับสองอย่างการค้าปลีกซึ่งมีประมาณ 600,000 คน

ทั้งสองภาคส่วนมีจุดร่วมคือสามารถกำหนดเวลาและรูปแบบการทำงานได้ค่อนข้างยืดหยุ่น จึงเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุยังสามารถสร้างรายได้ตามศักยภาพและประสบการณ์ของตนเอง

ทำไมผู้สูงอายุจึงยังทำงาน?

เหตุผลของการทำงานหลังเกษียณไม่ได้มีเพียงคำตอบเดียว

ด้านหนึ่ง การประกอบอาชีพอิสระเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุที่ยังมีศักยภาพสามารถทำงานต่อในสิ่งที่ตนถนัด แม้จะเกษียณจากงานประจำแล้วก็ตาม

แต่อีกด้านหนึ่ง การทำงานต่อก็สะท้อนข้อจำกัดด้านการเงินเช่นกัน

ผู้ประกอบอาชีพอิสระจำนวนมากไม่มีระบบบำนาญหรือสวัสดิการหลังเกษียณเช่นเดียวกับลูกจ้างประจำ เมื่อหยุดทำงาน รายได้ก็อาจหายไปทันที

โดยเฉพาะในภาคเกษตร ซึ่งโดยทั่วไปมีรายได้ไม่สูงนัก ทำให้การสะสมเงินออมเพื่อใช้ในวัยเกษียณเป็นเรื่องท้าทาย ผู้สูงอายุหลายคนจึงจำเป็นต้องทำงานต่อแม้อายุจะมากขึ้นแล้ว

ขณะเดียวกัน ผู้ที่เคยทำงานประจำบางส่วนอาจมีเงินออมหรือสวัสดิการหลังเกษียณไม่เพียงพอ จึงหันมาประกอบอาชีพอิสระเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม
 
ความท้าทายของไทยในยุคสังคมสูงวัย

การที่ผู้สูงอายุเกือบ 4 ใน 10 คนยังคงทำงานอยู่ และหลายคนยังมีชั่วโมงการทำงานใกล้เคียงกับวัยแรงงาน ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า ผู้สูงอายุไทยมีความมั่นคงทางการเงินเพียงพอสำหรับชีวิตหลังเกษียณหรือไม่

เมื่ออายุมากขึ้น ข้อจำกัดด้านสุขภาพย่อมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ขณะที่ผู้ประกอบอาชีพอิสระจำนวนมากยังมีหลักประกันหลังเกษียณค่อนข้างจำกัด

สถานการณ์ดังกล่าวจึงเป็นความท้าทายของผู้กำหนดนโยบาย ทั้งในด้านการพัฒนาระบบบำนาญ การส่งเสริมการออมระยะยาว และการสร้างรูปแบบการจ้างงานที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ

การทำงานอาจมีความหมายมากกว่าการหารายได้

หลายคนมองว่าการทำงานหลังเกษียณเป็นผลจากความจำเป็นด้านการเงิน

แต่สำหรับผู้สูงอายุอีกจำนวนไม่น้อย การทำงานยังมีความหมายมากกว่านั้น

ตลอดชีวิต คนเรามักมีบทบาทผ่านอาชีพที่ทำ เมื่อเกษียณ หลายคนจึงไม่ได้สูญเสียเพียงรายได้ แต่ยังสูญเสียบทบาทที่เคยมีในสังคมด้วย

การได้ทำงานต่อจึงอาจหมายถึงการมีรายได้ก็จริง แต่สำหรับหลายคน ยังหมายถึงการได้ใช้ความสามารถ ได้พบปะผู้คน และยังรู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของสังคม

คุณค่าของผู้สูงอายุไม่ได้ขึ้นอยู่กับการทำงาน แต่สำหรับหลายคน การได้ทำงานต่อคืออีกหนึ่งวิธีที่ทำให้ยังรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า มีบทบาท และมีเป้าหมายในการใช้ชีวิต

ท้ายที่สุด สังคมสูงวัยจึงไม่ใช่เพียงโจทย์ของการสร้างระบบบำนาญหรือสวัสดิการที่เพียงพอ แต่ยังเป็นโจทย์ของการออกแบบสังคมที่เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุเลือกใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อน การทำงาน หรือการมีส่วนร่วมกับชุมชนตามศักยภาพของแต่ละคน
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 04 ส.ค. 2569 เวลา : 16:21:53
10-08-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.80-33.40 ลุ้นเงินเฟ้อสหรัฐฯหลังจ้างงานแผ่ว

2. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (10 ส.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.02 บาทต่อดอลลาร์

3. ประกาศ กปน.: 11 ส.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนสุทธิสารวินิจฉัย

4. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (7 ส.ค. 69) ลบ 2.64 จุด ดัชนี 1,612 จุด

5. MTS Gold คาดราคาทองคำยังทรงตัวในกรอบ 4,250 - 4,300 เหรียญ หลังมีแรงขายทำกำไรสลับเข้ามาเป็นระยะ ส่งผลให้ราคาบางช่วงอ่อนตัวลงแตะ 4,230 เหรียญ

6. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (7 ส.ค. 69) ลบ 0.97 จุด ดัชนี 1,613.67 จุด

7. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (6 ส.ค.69) ลบ 464.02 จุด หลังราคาน้ำมันพุ่ง ตลาดจับตาจ้างงานสหรัฐฯ

8. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (6 ส.ค.69) ลบ 5.60 ดอลลาร์ กังวลน้ำมันพุ่งหนุนเงินเฟ้อสูง-กดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย

9. พยากรณ์อากาศวันนี้ (7 ส.ค.69) ประเทศไทยมีฝนตกหนัก "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคอีสาน-ภาคตะวันออก" 70% ภาคกลาง-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 60% ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 40%

10. ทองเปิดตลาดวันนี้ (7 ส.ค.69) "คงที่" ทองรูปพรรณ ขายออก 67,550 บาท

11. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (7 ส.ค. 69) ลบ 1.06 จุด ดัชนี 1,613.58 จุด

12. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (7 ส.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 33.15 บาทต่อดอลลาร์

13. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.00-33.25 บาท/ดอลลาร์

14. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (6 ส.ค.69) บวก 4.86 จุด ดัชนี 1,614.64 จุด

15. ประกาศ กปน.: 10 ส.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนเทอดไท

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ August 10, 2026, 11:33 am