
คาด SET แกว่งในกรอบ หลังรับรู้ประเด็นการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านไปแล้ว ขณะที่ราคาน้ำมันขยับขึ้น รวมทั้งความเห็นเจ้าหน้าที่ Fed หลายรายหนุนขึ้นดอกเบี้ย อาจกดดันต่อ Sentiment ลงทุนโดยเฉพาะกลุ่ม Anti-Oil และกลุ่มไฟแนนซ์ แต่หุ้นพลังงานต้นน้ำ โรงกลั่น น่าจะปรับขึ้นประคองตลาด ประเด็นวันนี้ ติดตามดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.ค. ของไทย ส่วนคืนนี้ติดตามตัวเลข NFP ก.ค. ของสหรัฐฯ ทางเทคนิคดัชนีไม่หลุดกรอบล่าง Uptrend แต่ยังผันผวนสูง ทำให้การฟื้นขึ้นมีกรอบจำกัด
ประเด็นสำคัญ
• ราคาน้ำมันดิบ Brent +3.8%DoD ปิดที่ $82.49/bbl หลังมีรายงานอิหร่านกำลังพิจารณาร่างกฎหมายห้ามเรือของสหรัฐฯ และอิสราเอลแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ มองบวกต่อพลังงานต้นน้ำ (PTTEP) ขณะที่ซาอุดี อารัมโกประกาศลดราคาน้ำมันดิบอาหรับไลท์ที่จะส่งมอบลูกค้าเอเชียในเดือนหน้าลง $0.5/bbl ทำให้ราคาต่ำกว่าราคาอ้างอิงภูมิภาคอยู่ $2/bbl หนุน GRM ยืนตัวในระดับสูง มองบวกต่อกลุ่มโรงกลั่น (TOP SPRC BCP) ที่นำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลาง
• อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐดีดตัวขึ้น หลังประธานเฟดสาขามินนิอาโปลิส ชี้เฟดจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อและเลี่ยงการขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงในอนาคต กดดันต่อบรรยากาศลงทุนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยง ระยะสั้นมองลบต่อกลุ่มไฟแนนซ์ (MTC SAWAD TIDLOR) ซึ่งอ่อนไหวต่อต้นทุนทางการเงินขาขึ้น
• รมว.คลังเผยรับข้อเสนอไปพิจารณาต่ออายุไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 หลังกระแสตอบรับดี โดยเฟสแรกเงินหมุนเวียน 1 แสนลบ. กระจายตัวสู่ต่างจังหวัด 84-85% ขณะที่โครงการไทยเที่ยวไทยพลัสคาดชัดเจนใน 1 เดือน มองเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มค้าปลีก (CPALL CPAXT BJC CRC) และท่องเที่ยว (ERW AWC CENTEL MINT)
• BOI ยกระดับเกณฑ์พิจารณาดาต้าเซ็นเตอร์ เน้นพัฒนาบุคลากรไทย ระบบนิเวศเอไอ ซัพพลายเชนในประเทศ บริหารการใช้ไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน พร้อมเผยเงินลงทุนสะสม 42 โครงการ มูลค่า 7.5 แสนลบ. ระยะยาวมองบวกต่อกลุ่มนิคม (AMATA WHA) และโรงไฟฟ้า (GULF GPSC BGRIM WHAUP)
• ม.หอการค้าไทยคาดวันแม่ปีนี้มีเม็ดเงินสะพัด 1.11 หมื่นลบ. +0.7% สูงสุดรอบ 7 ปี แต่ประชาชนยังระวังการใช้จ่ายจากของแพงและเป็นวันหยุดกลางสัปดาห์ไม่ต่อเนื่อง มองเป็นกลางต่อกลุ่มค้าปลีก (CPN CRC) และร้านอาหาร (ZEN M AU) จากกำลังซื้อที่ฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีปัจจัยเสี่ยงกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่สร้างความผันผวนต่อราคาน้ำมันดิบและแรงกดดันเงินเฟ้อ ความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยีโลก รวมทั้งตลาดอยู่ระหว่างจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ (การจ้างงาน และ PMI ภาคการผลิต) ซึ่งจะมีผลต่อกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายในตลาด EM แต่คาดยังมีปัจจัยบวกช่วยพยุงดัชนีจากการเข้าสู่ฤดูกาลประกาศงบ 2Q26 ของกลุ่ม Real Sector ซึ่งช่วยหนุนแรงเก็งกำไรรายตัว ตลอดจนค่าเงินบาทที่ชะลอการอ่อนค่าซึ่งเอื้อต่อการไหลกลับของ Fund Flow กลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีปัจจัยเสี่ยงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยีโลก และการรอจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ (การจ้างงาน, PMI) ที่กระทบ Fund Flow ในตลาด EM แต่ยังมีปัจจัยพยุงจากการเก็งกำไรงบ 2Q26 กลุ่ม Real Sector และค่าเงินบาทที่ชะลอการอ่อนค่า กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 3 ธีมเทรดดิ้ง ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. New Normal Play ซึ่งได้ประโยชน์จากแผนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การย้ายฐานการผลิต และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาวตามเมกะเทรนด์โลก ได้แก่ GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHA AMATA
2. High Dividend Play เพื่อเป็นหลุมหลบภัยในช่วงตลาดผันผวน และสร้างกระแสเงินสดกลับเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ แบ่งเป็น 1) ดักปันผลระหว่างกาลโดยคาดให้ Div. Interim Yield >2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ดักปันผลระยะยาวเพื่อสร้างผลตอบแทนยั่งยืน โดยคาดให้ Div. Yield >5% ต่อปี ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT
3. Domestic Play เน้นหุ้นบิ๊กแคปที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อีกทั้งราคาหุ้นยัง Laggard ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL ADVANC TRUE MTC BEM ERW
Trading Idea: 1) Earnings Play ซึ่งคาดสัปดาห์นี้จะประกาศกำไร 2Q26 เติบโตดี YoY อีกทั้งยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และแนะนำ Outperform ได้แก่ GLOBAL TRUE ADVANC GULF 2) Foreign Underowned Play เน้นหุ้น SET50 ที่ราคาหุ้นยัง Laggard และมีสัดส่วนถือครองจากต่างชาติยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี อีกทั้งมีโมเมนตัมกำไร 2Q-4Q26 ที่คาดจะเติบโตได้ YoY ได้แก่ BEM CPALL HMPRO MTC OR TRUE TU และ 3) Anti-Oil Play ที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันปรับลงหลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย อย่างสายการบิน (AAV BA) โรงไฟฟ้า (GPSC BGRIM) วัสดุก่อสร้าง (SCC SCCC)
Daily Top Picks
AMATA: ปัจจัยสนับสนุนจากกระแสการเข้าลงทุนและตั้งฐานการผลิตในไทย คาดกำไรสุทธิ 2Q26 จะเติบโตก้าวกระโดด 697%YoY ที่ 1.12 พันลบ. จากการโอนที่ดินโครงการ Smart City ที่มีมาร์จิ้นสูง และคาดยอดขายที่ดินปี 2026 จะเป็นไปตามเป้าที่ 2,800 ไร่ ขณะที่มี Backlog แข็งแกร่งที่ 1.84 หมื่นลบ. เป้าหมายระยะสั้นที่ 30.25 บาท
TRUE: ปัจจัยสนับสนุนจากผลประกอบการที่เติบโตต่อเนื่อง คาดกำไร 3Q26F จะเติบโตต่อเนื่อง YoY และ QoQ จากฐานต่ำในปีก่อนและต้นทุนคลื่นความถี่ที่ลดลง ขณะที่หุ้นได้เริ่มจ่ายปันผล โดยเริ่มจ่ายปันผลระหว่างกาลที่ 0.15 บาท/หุ้น คิดเป็น Div. Yield ที่ 1.1% โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 17 ส.ค. เป้าหมายระยะสั้นที่ 13.80 บาท
ข่าวเด่น