
ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดหลักสูตร EXIM 2X รุ่นที่ 3 หลักสูตรระยะยาวที่มุ่งยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการรุ่นใหม่สู่การส่งออก โดยผสานองค์ความรู้ เงินทุน เทคโนโลยี และเครือข่ายธุรกิจ เพื่อยกระดับผู้ประกอบการ SMEs ไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน โดยมีนายบัณฑิต สะเพียรชัย ประธานกรรมการบริหาร EXIM BANK เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK นางสาวดรัสวันต์ ชูวงษ์ รองกรรมการผู้จัดการ EXIM BANK ตลอดจนผู้บริหาร EXIM BANK และผู้แทนหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมต้อนรับผู้เข้าร่วมหลักสูตร 2X รุ่นที่ 3 จำนวนกว่า 50 ราย ณ โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569

นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK กล่าวเปิดงาน โดยชี้ให้เห็นถึงช่องว่างสำคัญของโครงสร้างเศรษฐกิจไทยว่า จากผู้ประกอบการไทยทั้งหมดราว 3.2 ล้านราย มีผู้ที่ผันตัวเป็นผู้ส่งออกได้จริงเพียงประมาณ 23,000 ราย หรือไม่ถึง 1% ของผู้ประกอบการทั้งประเทศ และแม้ในไตรมาสแรกของปีนี้มูลค่าส่งออกของ SMEs จะเติบโตกว่า 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ยังมีสัดส่วนเพียงประมาณ 15% ของมูลค่าส่งออกรวมของประเทศ สะท้อนว่าศักยภาพในการส่งออกของ SMEs ไทยยังมีช่องว่างอีกมหาศาลรอการปลดล็อก หากได้รับการพัฒนาและสนับสนุนอย่างเหมาะสม

นายบัณฑิต สะเพียรชัย ประธานกรรมการบริหาร EXIM BANK กล่าวว่า โจทย์สำคัญไม่ได้อยู่ที่ตลาดโลก เพราะโอกาสยังเปิดกว้าง แต่อยู่ที่การเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการ ทั้งองค์ความรู้ การเข้าถึงตลาด เครือข่ายคู่ค้า เครื่องมือบริหารความเสี่ยงทางการค้า ขณะที่ขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEs โดยรวมยังคงหดตัว โดยเฉพาะภาคการผลิตที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ นอกจากนี้ ยังมีข้อจำกัดเชิงโครงสร้างด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุน จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ สถาบันการเงิน ภาคการศึกษา และภาคเอกชน เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของผู้ส่งออกไทย
นายบัณฑิต กล่าวต่อไปว่า อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในตลาดโลกยังมีอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นอาหารและสินค้าเกษตรมูลค่าสูง อาทิ ผลไม้แปรรูป อาหารสุขภาพ และเครื่องปรุงพรีเมียม ซึ่งยังได้รับความนิยมในตลาดโลก พลาสติกและบรรจุภัณฑ์ที่เติบโตตามอุตสาหกรรมอาหาร ยานยนต์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ที่เติบโตตามการลงทุนด้าน Data Center และ AI ทั่วโลก
“การสร้างผู้ส่งออกรายใหม่ไม่ใช่ภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ สถาบันการเงิน ภาคการศึกษา และตัวผู้ประกอบการเอง หากประเทศไทยสามารถเพิ่มจำนวนผู้ส่งออกได้แม้เพียงเล็กน้อย จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลให้กับประเทศ” นายบัณฑิต กล่าว
ด้านนายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK กล่าวว่า แม้โลกธุรกิจในปัจจุบันจะเผชิญความผันผวนรอบด้าน ทั้งจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี มาตรการทางการค้าที่เปลี่ยนแปลง และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่เศรษฐกิจไทยและ SMEs ยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัว โดยตัวเลขไตรมาสแรกของปี 2569 ชี้ว่า GDP ของ SMEs ไทยขยายตัวถึง 2.9% สูงกว่า GDP ของประเทศโดยรวมที่ 2.8% คิดเป็นสัดส่วนกว่า 35% ของ GDP รวมทั้งประเทศ ขณะที่มูลค่าการส่งออกของ SMEs ในไตรมาสแรกขยายตัวสูงถึง 52.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน
“สิ่งที่ผู้ประกอบการจำนวนมากกำลังมองหาอาจไม่ใช่เพียงเงินทุนเท่านั้น หากแต่เป็นองค์ความรู้ มุมมองใหม่ ๆ คำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์ โอกาสทางธุรกิจ และเครือข่ายพันธมิตรที่พร้อมจะเดินไปด้วยกัน และนั่นคือเหตุผลที่ EXIM BANK ริเริ่มหลักสูตร EXIM 2X ขึ้นมา หลักสูตรนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อสร้างเพียงผู้ส่งออก แต่มุ่งสร้างผู้นำทางธุรกิจรุ่นใหม่ที่สามารถคิด วางแผน ตัดสินใจ และปรับตัวได้อย่างรวดเร็วท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลก” นายชลัช กล่าว
ตลอด 2 รุ่นที่ผ่านมา หลักสูตร EXIM 2X มีผู้ประกอบการผ่านการพัฒนาศักยภาพแล้วกว่า 70 ราย เกิดการจับคู่ธุรกิจมากกว่า 90 คู่เจรจา และมีการสนับสนุนสินเชื่อพร้อมประกันการส่งออกรวมกว่า 544 ล้านบาท โดย EXIM BANK ยืนยันจะทำหน้าที่เป็น “Export Co-pilot” เดินเคียงข้างผู้ประกอบการไทยในทุกจุดของการเดินทางสู่ตลาดโลกต่อไป
ทั้งนี้ หลักสูตร EXIM 2X รุ่นที่ 3 เป็นหลักสูตรบ่มเพาะผู้ประกอบการรุ่นใหม่สู่การส่งออก มุ่งเตรียมความพร้อมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SME กลุ่ม Gen Y ที่สนใจเริ่มต้นหรือขยายการส่งออก ให้ก้าวสู่การเป็นผู้ส่งออกที่แข็งแกร่งและเป็นกำลังสำคัญในการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การสนับสนุนเครื่องมือทางการเงิน และการขยายเครือข่ายทางธุรกิจแบบครบวงจร ครอบคลุมการค้นหาและเจาะตลาดต่างประเทศ กฎระเบียบและพิธีการศุลกากร การบริหารจัดการการเงินและการเข้าถึงแหล่งทุน ตลอดจนการใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าในตลาดโลก

สำหรับรุ่นที่ 3 นี้ EXIM BANK ได้ปรับปรุงเนื้อหาให้ตอบโจทย์การส่งออกยุคใหม่มากยิ่งขึ้น โดยเพิ่มหัวข้อการออกแบบบรรจุภัณฑ์และการสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้า พร้อม Workshop ที่นำไปประยุกต์ใช้ได้จริง นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมหลักสูตรยังจะได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญชั้นนำของประเทศ พร้อมกิจกรรมเข้มข้นตลอดหลักสูตร อาทิ การศึกษาดูงาน การสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ (Business Networking) และการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) กับคู่ค้าจากต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นตลาดศักยภาพ อาทิ จีน อินเดีย และมาเลเซีย
ข่าวเด่น