แบงก์-นอนแบงก์
มาสเตอร์การ์ดยกระดับแพลตฟอร์มบัตรดิจิทัลด้วยระบบควบคุมความปลอดภัยใหม่ เชื่อมต่อการชำระเงินผ่าน Embedded Payments Network และรองรับการเข้าถึงบริการทั้งหมดผ่าน API เดียว


 


  • ความสามารถใหม่ด้านการควบคุมสำหรับผู้ออกบัตร การยกระดับการควบคุมในขั้นตอนการเคลียร์ริ่งและการขยายความสามารถด้าน Embedded Payments เพื่อช่วยให้องค์กรธุรกิจและสถาบันการเงินสามารถบริหารจัดการโปรแกรม Virtual Card ได้อย่างปลอดภัย โปร่งใส และรองรับการขยายการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • Citi จะเป็นผู้ออกบัตรรายแรกที่จะนำความสามารถใหม่เหล่านี้ไปใช้ทั่วโลก
มาสเตอร์การ์ดประกาศเปิดตัวการยกระดับความสามารถครั้งใหม่ของ Mastercard In Control® ซึ่งได้รับการยกย่องจาก Kaiser Associates ให้เป็นเป็นแพลตฟอร์ม Virtual Card Number (VCN) ชั้นนำของอุตสาหกรรม ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำระดับโลกด้านการชำระเงินระหว่างธุรกิจ (B2B) ที่มีความปลอดภัยและรองรับการขยายการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นวัตกรรมใหม่ประกอบด้วยความสามารถในการควบคุมการใช้งาน Virtual Card ขั้นสูงที่ช่วยลดความเสี่ยงตลอดทุกขั้นตอนของวงจรการชำระเงิน และการเชื่อมต่อเพียงครั้งเดียวเพื่อเข้าถึงเครือข่ายพันธมิตรด้าน Embedded Payments ที่กำลังเติบโตของมาสเตอร์การ์ด ช่วยให้องค์กรธุรกิต สถาบันการเงิน และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต่าง ๆ สามารถบริหารจัดการการชำระเงินได้อย่างมั่นใจ มีความยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ปัจจุบันอีโคซิสเต็ม VCN ของมาสเตอร์การ์ดประกอบด้วยผู้ออกบัตร แพลตฟอร์มโดยตรง และองค์กรต่าง ๆ ที่ทำธุรกรรมใน 43 ประเทศและเขตเศรษฐกิจทั่งโลก ซึ่งรวมถึง 14 แห่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และรองรับสกุลเงินมากถึง 174 สกุลเงิน แสดงให้เห็นถึงความสามารถของมาสเตอร์การ์ดในการสนับสนุนการขยายธุรกิจในระดับโลก พร้อมรักษามาตรฐานด้านความสม่ำเสมอและการกำกับดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“สำหรับองค์กรต่าง ๆ ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเป็นภูมิภาคที่เชื่อมโยงกับเส้นทางการค้าหลัก ๆ ของโลกจำนวนมาก ความท้าทายไม่ได้อยู่เพียงแค่การเปลี่ยนระบบชำระเงินให้เป็นดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์และการจัดการเงินทุนหมุนเวียนท่ามกลางการดำเนินธุรกิจข้ามพรมแดนที่มีซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ” อนูชกา แลดส์ รองประธานฝ่ายการชำระเงินเชิงพาณิชย์และระบบชำระเงินใหม่ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มาสเตอร์การ์ด กล่าว “บัตรดิจิทัล (Virtual Card) ช่วยให้ฝ่ายการเงินและฝ่ายจัดซื้อสามารถเพิ่มความยืดหยุ่นในการชำระเงิน โดยไม่เพิ่มความเสี่ยงหรือความยุ่งยากให้กับความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับซัพพลายเออร์ นี่คือสิ่งที่องค์กรในภูมิภาคนี้กำลังให้ความสำคัญและต้องการบรรลุอย่างแท้จริง และนั่นคือเหตุผลที่เรามองว่า Virtual Cardกำลังกลายเป็นส่วนสำคัญของรูปแบบการชำระเงินสำหรับภาคธุรกิจในอนาคต”

มอบประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นและรองรับการขยายการใช้งานโปรแกรมบัตรดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Commercial Connect API ซึ่งได้รับการจัดอันดับจาก Kaiser Associates ว่าเป็นช่องทาง API แบบจุดเชื่อมต่อเดียว (Single API front door) เพียงหนึ่งเดียวในตลาด กำลังช่วยให้ลูกค้าสามารถควบคุมและขยายขีดความสามารถของ Virtual Card ได้ง่ายขึ้น โซลูชันนี้ช่วยแก้ไขความท้าทายที่เกิดขึ้นมานานในอุตสาหกรรม โดยพบว่า 69% ของบริษัทต่าง ๆ ประสบปัญหาในการเชื่อมต่อระบบการชำระเงินเข้ากับระบบธุรกิจ

สิ่งที่แพลตฟอร์มปรับปรุงใหม่ ประกอบไปด้วย

เพิ่มความสามารถในการควบคุมการใช้งานบัตรให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยสามารถกำหนดชุดเงื่อนไขหลายรูปแบบให้กับบัตรจริง ทำให้สามารถบังคับใช้เงื่อนไขดังกล่าวกับทุกธุรกรรมและ virtual cardที่เกี่ยวข้อง โดยไม่จำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลบัตรที่มีความละเอียดอ่อน
ลดความซับซ้อนในการเชื่อมต่อระบบ และเพิ่มความรวดเร็วในการเข้าถึงความสามารถด้านการชำระเงินแบบครบวงจร ด้วยการรองรับการสร้าง Virtual Card และเริ่มต้นการชำระเงินได้ในขั้นตอนเดียวอย่างราบรื่น
ความสามารถใหม่เหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจสามารถเชื่อมต่อระบบ ควบคุม และขยายโปรแกรม Virtual Card ได้อย่างเป็นมาตรฐานและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ช่วยลดความซับซ้อนในการดำเนินงาน เพิ่มความรวดเร็วในการสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจ และพัฒนานวัตกรรมได้เร็วขึ้นผ่านประสบการณ์การใช้งานแบบครบวงจรบนแพลตฟอร์มเดียว

การผสานรวมระบบการชำระเงินเข้ากับระบบที่ธุรกิจใช้งานอยู่แล้ว

นับตั้งแต่มาสเตอร์การ์ดเปิดตัวโปรแกรม Embedded Virtual Card Number (VCN) ทั่วโลกในเดือนมีนาคม 2568 พันธมิตรหลายสิบรายในกลุ่มบริหารจัดการค่าใช้จ่าย ระบบ ERP และบัญชีเจ้าหนี้ รวมถึงแพลตฟอร์มการท่องเที่ยว การบริการ การดูแลสุขภาพ และอีคอมเมิร์ซ ได้เข้าร่วมโครงการเพื่อรับประสบการณ์การชำระเงินสำหรับองค์กรที่ง่ายขึ้นและเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวมากยิ่งขึ้น ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มาสเตอร์การ์ดร่วมกับ Coupa และ HSBC ในดำเนินการทำธุรกรรม Virtual Card ภายใต้ระบบ Embedded Finance แบบใช้งานจริงได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในภูมิภาค ทำให้ Pact Group สามารถชำระเงินให้ซัพพลายเออร์โดยใช้ Virtual Card ที่ฝังอยู่ภายในแพลตฟอร์มการจัดซื้อของบริษัทโดยตรง ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของ Virtual Card ในการช่วยให้กระบวนการชำระเงินมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมยกระดับการค้าระหว่างธุรกิจ (B2B) ให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น

ด้วยรูปแบบการบูรณาการของโปรแกรมนี้ ซึ่งได้รับการยอมรับจาก Kaiser Associates ว่าเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม ช่วยลดความซับซ้อนของกระบวนการเริ่มต้นใช้งานสำหรับผู้ออกบัตร แพลตฟอร์ม และองค์กรต่าง ๆ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ มาสเตอร์การ์ดยังได้รับรางวัล Innovation Partner of the Year จาก Emburse ซึ่งตอกย้ำบทบาทของมาสเตอร์การ์ดในการผสานการใช้งาน Virtual Card เข้ากับกระบวนการจัดซื้อและการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย ช่วยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบข้อมูลและยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของธุรกิจทั่วโลก

การเติบโตอย่างต่อเนื่องของการนำ VCN ไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมเฉพาะทางเช่น ภาคการท่องเที่ยว ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรต่าง ๆ เช่น Juniper Travel, HBX Group และ TravelSoft สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของ VCN ในฐานะโซลูชันการชำระเงินที่มีความยืดหยุ่นและผสานการทำงานเข้ากับระบบต่าง ๆ ได้อย่างไร้รอยต่อในหลากหลายอุตสาหกรรม ขณะที่ประเทศอินเดีย ความร่วมมือระหว่างมาสเตอร์การ์ดและ Volo Health กำลังช่วยยกระดับกระบวนการดำเนินงานด้านการสาธารณสุข ด้วยการเพิ่มระบบอัตโนมัติและประสิทธิภาพให้กับกระบวนการชำระเงิน การเรียกเก็บเงิน และการกระทบยอดบัญชีสำหรับทั้งผู้ชำระเงินและผู้ให้บริการด้านสุขภาพ

“เมื่อการชำระเงินกำลังก้าวสู่ยุคดิจิทัลมากขึ้นและถูกผสานเข้ากับกระบวนการดำเนินธุรกิจ อย่างแนบเนียน องค์กรต่าง ๆ ก็มีความคาดหวังต่อประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และการควบคุมที่สูงขึ้นกว่าที่เคย” มาร์ค เพ็ตติแคน หัวหน้าฝ่ายโซลูชันองค์กรระดับโลกของมาสเตอร์การ์ด กล่าว “เราเดินหน้าขยายขีดความสามารถของ Virtual Card เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวและรองรับการขยายการใช้งานได้ดียิ่งขึ้น พร้อมช่วยให้พันธมิตรของเราสามารถนำ Virtual Card ไปใช้งานและขยายการใช้งานได้ง่ายขึ้น ด้วยมาตรฐานด้านความปลอดภัย การควบคุม และความสม่ำเสมอที่สูงยิ่งขึ้น”

“ผลการวิเคราะห์ของ Kaiser พบว่าผู้ให้บริการ Virtual Card ในปัจจุบันแข่งขันกันมากขึ้นด้วยศักยภาพในการใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมของแพลตฟอร์ม ความสามารถในการกำหนดเงื่อนไขการใช้งานที่ยืดหยุ่น การเชื่อมต่อกับระบบ ERP และแนวทางการติดตั้งใช้งานที่ช่วยลดความซับซ้อนสำหรับทั้งผู้ออกบัตรและองค์กรธุรกิจ” สเปนเซอร์ ดันแฮม รองประธานฝ่ายบริการทางการเงินและการชำระเงินของ Kaiser Associates กล่าว “ด้วยเหตุนี้ ความสามารถของ Mastercard In Control และ Commercial Connect API จึงช่วยให้ธนาคารมีรากฐานด้านเทคโนโลยีที่แตกต่างและแข็งแกร่งสำหรับการขยายโปรแกรม Virtual Card พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมการใช้งานและลดความซับซ้อนในการเชื่อมต่อระบบ”

ลดความเสี่ยงและยกระดับการควบคุมตลอดทุกขั้นตอนของกระบวนการชำระเงิน

ในขณะที่การใช้ Virtual Card ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในหลากหลายอุตสาหกรรมและภูมิภาคทั่วโลก มาสเตอร์การ์ดยังคงเดินหน้ายกระดับความปลอดภัยในทุกขั้นตอนของการทำธุรกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลของมาสเตอร์การ์ดระบุว่า อัตราการฉ้อโกงของ Virtual Card มีน้อยกว่าหนึ่งในห้าเมื่อเทียบกับบัตรทั่วไป และอัตราดังกล่าวยิ่งต่ำลงอีกเมื่อ Virtual Card นั้นออกผ่านโซลูชัน Mastercard In Control

มาสเตอร์การ์ดต่อยอดความสามารถด้านการควบคุมด้วยโซลูชั่นใหม่ 2 รายการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมตลอดวงจรการใช้งานของ Virtual Card ได้แก่

Issuer Enforced Controls ซึ่งเป็นคุณสมบัติใหม่ ช่วยให้ผู้ออกบัตรสามารถกำหนดเงื่อนไขการควบคุมพื้นฐานได้ตั้งแต่ขั้นตอนการสร้างหมายเลข Virtual Card โดยสามารถกำหนดกรอบการใช้งาน เช่น วงเงินใช้จ่าย วงเงินสูงสุดต่อธุรกรรม และระยะเวลาการใช้งานของบัตร เพื่อให้มั่นใจว่ามีมาตรการควบคุมที่สอดคล้องกับข้อกำหนดตั้งแต่เริ่มต้น พร้อมช่วยลดความเสี่ยงจากการฉ้อโกงในโปรแกรม Virtual Card
Clearing Controls ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปีที่ผ่านมา และได้รับการพัฒนาความสามารถเพิ่มเติมในปีนี้ ช่วยขยายการตรวจสอบและควบคุมธุรกรรมจากขั้นตอนการอนุมัติรายการไปจนถึงขั้นตอนการเคลียร์ริ่ง โดยความสามารถใหม่นี้ช่วยให้องค์กรธุรกิตและผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสามารถปฏิเสธธุรกรรมที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไข กำหนดมาตรการควบคุมได้อย่างละเอียดยิ่งขึ้น และบริหารจัดการช่วงเวลาการชำระเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับการบริหารนโยบายการควบคุมจากศูนย์กลางเมื่อมีการขยายการใช้งานโปรแกรม Virtual Card
 
ปัจจุบัน Citi ได้เริ่มใช้งานทั้ง Issuer Enforced Controls และ Clearing Controls แล้ว และคาดว่าจะเป็นผู้ออกบัตรรายแรกที่นำความสามารถใหม่ของ VCN เไปให้บริการในระดับโลกภายในปีนี้

ความสามารถทั้งหมดนี้ทำงานบนพื้นฐานของระบบรักษาความปลอดภัยระดับเครือข่ายของมาสเตอร์การ์ด ร่วมกับเทคโนโลยีโทเคนไนเซชัน (Tokenization) และระบบตรวจจับการฉ้อโกง พร้อมเสริมด้วยโซลูชันด้านปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับองค์กร เพื่อมอบการปกป้องธุรกรรมแบบครบวงจรที่แข็งแกร่งในทุกขั้นตอนของการทำธุรกรรม

ยกระดับเสถียรภาพระดับองค์กรสำหรับธุรกรรมอีคอมเมิร์ซ

ด้วย Mastercard In Control ธุรกรรมอีคอมเมิร์ซจะได้รับการสนับสนุนแบบเรียลไทม์บนแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาให้มีความพร้อมใช้งานตลอดเวลา ทำงานได้อย่างรวดเร็ว และมีเสถียรภาพสูง แพลตฟอร์มดังกล่าวช่วยมอบประสบการณ์การชำระเงินที่ราบรื่น ปลอดภัย และเชื่อถือได้ เพื่อรองรับธุรกรรมอีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความสามารถของ Virtual Card จากมาสเตอร์การ์ด สามารถติดต่อทีมงานได้ ที่นี่

 


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 07 ส.ค. 2569 เวลา : 19:20:01
07-08-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ประกาศ กปน.: 11 ส.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนสุทธิสารวินิจฉัย

2. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (7 ส.ค. 69) ลบ 2.64 จุด ดัชนี 1,612 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำยังทรงตัวในกรอบ 4,250 - 4,300 เหรียญ หลังมีแรงขายทำกำไรสลับเข้ามาเป็นระยะ ส่งผลให้ราคาบางช่วงอ่อนตัวลงแตะ 4,230 เหรียญ

4. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (7 ส.ค. 69) ลบ 0.97 จุด ดัชนี 1,613.67 จุด

5. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (6 ส.ค.69) ลบ 464.02 จุด หลังราคาน้ำมันพุ่ง ตลาดจับตาจ้างงานสหรัฐฯ

6. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (6 ส.ค.69) ลบ 5.60 ดอลลาร์ กังวลน้ำมันพุ่งหนุนเงินเฟ้อสูง-กดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย

7. พยากรณ์อากาศวันนี้ (7 ส.ค.69) ประเทศไทยมีฝนตกหนัก "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคอีสาน-ภาคตะวันออก" 70% ภาคกลาง-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 60% ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 40%

8. ทองเปิดตลาดวันนี้ (7 ส.ค.69) "คงที่" ทองรูปพรรณ ขายออก 67,550 บาท

9. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (7 ส.ค. 69) ลบ 1.06 จุด ดัชนี 1,613.58 จุด

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (7 ส.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 33.15 บาทต่อดอลลาร์

11. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.00-33.25 บาท/ดอลลาร์

12. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (6 ส.ค.69) บวก 4.86 จุด ดัชนี 1,614.64 จุด

13. ประกาศ กปน.: 10 ส.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนเทอดไท

14. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (6 ส.ค.69) บวก 12.45 จุด ดัชนี 1,622.23 จุด

15. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (5 ส.ค.69) พุ่ง 152.60 ดอลลาร์ รับบอนด์ยีลด์ร่วง-หวังเจรจาอิหร่านคืบหน้า

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ August 7, 2026, 8:20 pm