
คาด SET แกว่งตัวผันผวน แม้ Bond Yield ปรับลงจากตัวเลข NFP สหรัฐฯ แย่กว่าคาด ลดคาดการณ์ Fed ขึ้นดอกเบี้ยใน ก.ย. แต่ราคาน้ำมันขยับขึ้นจากการที่อิหร่านปฏิเสธไม่ได้เจรจากับสหรัฐฯ เรื่องการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ รวมทั้งกลุ่มฮูตีโจมตีซาอุดีอาระเบีย สัปดาห์นี้ติดตามการรายงานงบฯ 2Q26 และ MSCI Rebalance รอบ ส.ค. (ประกาศเช้าวันที่ 13 ส.ค. ตามเวลาไทย) ส่วนต่างประเทศติดตามดัชนี CPI และ PPI สหรัฐ ทางเทคนิคดัชนีแกว่งผันผวน Momentum ชะลอลง ทำให้การขึ้นยังจำกัด
ประเด็นสำคัญ
• ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ เดือน ก.ค. ลดลง 2.3 หมื่นตำแหน่ง สวนทางตลาดคาดเพิ่มขึ้น 8.3 หมื่นตำแหน่ง หนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับลง หลังตลาดลดความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยเฟดในเดือน ก.ย. มองเป็นจิตวิทยาบวกต่อกลุ่มไฟแนนซ์ที่ต้นทุนทางการเงินมีแนวโน้มลดลง (MTC SAWAD TIDLOR)
• กระทรวงการคลังเตรียมงบฯ มูลค่า 6 หมื่นลบ. จาก พ.ร.ก. กู้เงินฯ 4 แสนลบ. หนุนโครงการโซลาร์รูฟท็อป แจกเงินอุดหนุน 5 หมื่นบาท/ครัวเรือน เน้นกลุ่มค่าไฟ 3-4 พันบาท/เดือน พร้อมใช้ระบบ Net Billing ขายไฟคืนเข้าระบบ มองบวกต่อกลุ่มผู้จำหน่ายและติดตั้งแผงโซลาร์ (GUNKUL HMPRO GLOBAL COM7)
• รัฐบาลมีแนวคิดให้ผู้ประกอบการกลุ่ม Data Center ต้องสร้างโรงไฟฟ้าใช้เอง พร้อมเปิดทางให้ธุรกิจสามารถซื้อขายไฟฟ้าสะอาดได้ผ่าน Direct PPA โดยไม่ต้องผ่านระบบการไฟฟ้าแบบดั้งเดิม ช่วยลดภาระรัฐและเพิ่มเสถียรภาพพลังงาน มองบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHAUP)
• กระทรวงการคลังเผยกำลังพิจารณามาตรการส่งเสริมการลงทุนปรับลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์แก่ผู้ประกอบการที่ตัดสินใจลงทุนตั้งฐานการผลิตในไทย หากปฏิบัติตามเงื่อนไขสำคัญคือต้องใช้วัตถุดิบหรือชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศ ซึ่งคาดจะพิจารณาแล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย. 26 ช่วยกระตุ้นยอดคำสั่งซื้อชิ้นส่วนในประเทศ มองบวกต่อกลุ่มยานยนต์ (SAT AH STANLY)
• รมว. สำนักนายกฯ ซึ่งกำกับดูแลสำนักงบฯ เผยกระทรวงท่องเที่ยวฯ สามารถใช้เงินจาก พ.ร.ก. กู้เงินฯ เพื่อดำเนินโครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" เนื่องจากไม่ผิดวัตถุประสงค์การใช้เงิน ช่วยกระตุ้นบรรยากาศการเดินทางและลุ้นตัวเลขนักท่องเที่ยวในประเทศฟื้นตัว มองเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว (ERW CENTEL AWC)
กลยุทธ์การลงทุน
ระยะสั้นมอง SET จะแกว่งตัวผันผวน โดยเริ่มเห็นสัญญาณ Sector Rotation ที่มีเม็ดเงินหมุนออกจากกลุ่มพลังงานตามความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายลง เพื่อเข้าสะสมในกลุ่มที่ราคายัง Laggard หรือมีสัดส่วนถือครองของต่างชาติอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ดี คาดตลาดยังจับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่จะรายงานในสัปดาห์นี้ (12 ส.ค.) ซึ่งหากชะลอตัวลงจะช่วยหนุนความคาดหวังการผ่อนคลายนโยบายการเงินของเฟด ลดแรงกดดันต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง รวมทั้งติดตามโค้งสุดท้ายประกาศผลประกอบการ 2Q26 ของ บจ. ไทย ซึ่งอาจมีแรงเก็งกำไรสลับแรงขาย Sell on Fact เป็นรายตัว กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ "Selective Buy”
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET จะแกว่งตัวผันผวน โดยเริ่มเห็นสัญญาณ Sector Rotation ที่เม็ดเงินหมุนออกจากกลุ่มพลังงาน เพื่อเข้ากลุ่มที่ Laggard อย่างไรก็ดี มีปัจจัยติดตาม คือ ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่จะรายงานในสัปดาห์นี้ (12 ส.ค.) และการเข้าสู่โค้งสุดท้ายรายงานผลประกอบการ 2Q26 ของ บจ. ไทย กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ผ่าน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้ง ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. New Normal Play ซึ่งได้ประโยชน์จากแผนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การย้ายฐานการผลิต และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาวตามเมกะเทรนด์โลก ได้แก่ GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHA AMATA
2. High Dividend Play เพื่อเป็นหลุมหลบภัยในช่วงตลาดผันผวน และสร้างกระแสเงินสดกลับเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ แบ่งเป็น 1) ดักปันผลระหว่างกาลโดยคาดให้ Div. Interim Yield >2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ดักปันผลระยะยาวเพื่อสร้างผลตอบแทนยั่งยืน โดยคาดให้ Div. Yield >5% ต่อปี ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT
3. Domestic Play เน้นหุ้นบิ๊กแคปที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อีกทั้งราคาหุ้นยัง Laggard ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL ADVANC TRUE MTC BEM ERW
Trading Idea: 1) Earnings Play ซึ่งคาดจะประกาศกำไร 2Q26 เติบโตดี YoY อีกทั้งยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และแนะนำ Outperform ได้แก่ CPN KCE MTC PR9 AMATA AP BEM CPALL ERW PRM TIDLOR GUNKUL HANA LHSC 2) Foreign Underowned Play เน้นหุ้น SET50 ที่ราคาหุ้นยัง Laggard และมีสัดส่วนถือครองจากต่างชาติยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยหลัง 5 ปี อีกทั้งมีโมเมนตัมกำไร 2Q-4Q26 ที่คาดจะเติบโตได้ YoY ได้แก่ BEM CPALL HMPRO MTC OR TRUE TU 3) Anti-Oil Play ที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันปรับลงหากสถานการณ์ในตะวันออกกลางคลี่คลาย อย่างสายการบิน (AAV BA) โรงไฟฟ้า (GPSC BGRIM) วัสดุก่อสร้าง (SCC SCCC) และ 4) Declining Bond Yield Play ที่ได้อานิสงส์หากเงินเฟ้อสหรัฐออกมาชะลอตัวลงหรือต่ำกว่าตลาดคาด ได้แก่ MTC SAWAD TIDLOR
Daily Top Picks
GUNKUL: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากมาตรการภาครัฐสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปและแนวคิดรัฐบาลให้ Data Center ต้องสร้างโรงไฟฟ้าใช้เอง คาดกำไรปกติ 2Q26 ที่ 497 ลบ. (+38%YoY, +12%QoQ) ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และล่าสุดได้ลงทุนในโครงการโซลาร์ลอยน้ำในฟิลิปปินส์ เป้าหมายระยะสั้นที่ 5.30 บาท
TIDLOR: ปัจจัยสนับสนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ลดลง คาดกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 1.5 พันลบ. (+15%YoY) และกำไรสุทธิปี 2569 จะเติบโตสูงที่สุดในกลุ่มจาก NIM ที่สูงขึ้น, Credit Cost ที่ลดลง และรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตแข็งแกร่ง ขณะที่มีโครงการซื้อหุ้นคืนช่วยสนับสนุนราคาหุ้น เป้าหมายระยะสั้นที่ 20.10 บาท
ข่าวเด่น