แบงก์-นอนแบงก์
ธนาคารไทยเครดิต เปิดตัวโครงการ "แยกดี มีเครดิต" พลิกโฉมตลาดมีนบุรีสู่ Green Market ต้นแบบ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน พลิกขยะสร้างรายได้เสริมให้ผู้ค้า


 
ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) เดินหน้าขับเคลื่อนแนวทาง ESG จากนโยบายสู่การลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเปิดตัวโครงการ "แยกดี มีเครดิต" ณ ศูนย์การค้าตลาดมีนบุรี ซึ่งเป็นตลาดนำร่องแห่งแรก มุ่งส่งเสริมการคัดแยกขยะรีไซเคิลและน้ำมันพืชใช้แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็นรายได้เสริมแก่ผู้ประกอบการรายย่อย พร้อมยกระดับตลาดสดสู่ Green Market ตอกย้ำปรัชญาองค์กร "Everyone Matters – ทุกคนคือคนสำคัญ"

 
โครงการ "แยกดี มีเครดิต" เกิดจากความร่วมมือระหว่างธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) บริษัท เวสท์บาย เดลิเวอรี่ จำกัด และศูนย์การค้าตลาดมีนบุรี โดยนำระบบรับซื้อขยะรีไซเคิลและน้ำมันพืชใช้แล้วผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้ามาให้บริการรับซื้อถึงหน้าร้านของผู้ค้าภายในตลาด ช่วยลดภาระด้านเวลาและค่าใช้จ่ายในการนำวัสดุรีไซเคิลไปจำหน่าย พร้อมเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็นรายได้เสริมที่จับต้องได้ สร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการมีส่วนร่วมในการจัดการขยะ และร่วมสร้างความยั่งยืนให้แก่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

 
ผลลัพธ์วันแรก: ลดคาร์บอนทันที เทียบเท่าปลูกต้นไม้ 125 ต้น
ความสำเร็จในวันเปิดตัวสะท้อนภาพอย่างชัดเจนว่า โครงการ “แยกดี มีเครดิต” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม แต่คือการปูรากฐาน เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ให้เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันของพ่อค้าแม่ค้า โดยก่อนเริ่มต้นโครงการ ธนาคารไทยเครดิตได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ ให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะและวัสดุรีไซเคิลอย่างถูกวิธีแก่ผู้ประกอบการในศูนย์การค้าตลาดมีนบุรี ซึ่งนำมาสู่ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจตั้งแต่วันแรก โดยช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงถึง 1,190.61 kgCO?e เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ใหญ่เติบโตเต็มที่กว่า 125 ต้น  สามารถรวบรวมขยะรีไซเคิลและน้ำมันพืชใช้แล้วได้รวม 856.60 กิโลกรัม พลิกวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็นรายได้เสริมกลับคืนสู่กระเป๋าผู้ประกอบการในตลาดได้ทันที ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงจุดเล็กๆ สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ยิ่งใหญ่ได้ ทั้งการลดปริมาณขยะในชุมชน การรักษาสิ่งแวดล้อม และการสร้างรายได้ควบคู่กันไปพร้อมกัน

ตัวแทนผู้ประกอบการในพื้นที่ได้สะท้อนความรู้สึกต่อโครงการนี้ว่า
“แต่ก่อนไม่เคยคิดว่าขยะหน้าร้านจะมีมูลค่า แต่พอธนาคารไทยเครดิตเข้ามาตั้งจุดรับซื้อที่เข้าถึงง่ายในตลาด ทำให้เราเห็นคุณค่าของการแยกขยะทันที เพราะนอกจากร้านค้าจะสะอาดขึ้นและปริมาณขยะลดลงแล้ว ยังเปลี่ยนของเหลือทิ้งให้เป็นเงินสดกลับมาได้จริง ที่สำคัญคือรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมได้ง่ายๆ ทุกวัน”
 
 
หนุนต่อเนื่อง พร้อมสร้างการเรียนรู้ผ่านกิจกรรม
เพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการอย่างยั่งยืน ธนาคารไทยเครดิตได้มอบถังแยกขยะจำนวน 2 ชุด พร้อมเต็นท์ประจำโครงการ "แยกดี มีเครดิต" สำหรับใช้เป็นจุดรับซื้อและประชาสัมพันธ์ข้อมูลภายในตลาด พร้อมส่งทีมงานลงพื้นที่ให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ "แยกให้ถูก...มีเครดิต" ผ่านเกมจำลองการคัดแยกขยะ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ค้าสุ่มหยิบลูกบอลแทนประเภทขยะและนำไปคัดแยกลงถังให้ถูกต้อง พร้อมรับของที่ระลึก ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ที่สนุกสนาน เข้าใจง่าย และสามารถนำไปปฏิบัติตามได้จริงในชีวิตประจำวัน

ก้าวต่อไป: มุ่งขยายเครือข่าย Green Market ทั่วประเทศ
การนำร่องที่ศูนย์การค้าตลาดมีนบุรีถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้าง “ต้นแบบ Green Market” ที่มุ่งเน้นการบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการเปลี่ยนวัสดุรีไซเคิลให้เป็นมูลค่าเพิ่ม ซึ่งไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ประกอบการรายย่อยอีกด้วย ทั้งนี้ ธนาคารไทยเครดิตมีแผนเตรียมขยายผลโครงการไปยังตลาดสดเครือข่ายทั่วประเทศ เพื่อสร้างสังคมตลาดสีเขียวที่เติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในมิติเศรษฐกิจ ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

โครงการ "แยกดี มีเครดิต" สะท้อนความมุ่งมั่นของธนาคารไทยเครดิตในการดำเนินธุรกิจที่สร้างคุณค่าร่วมให้กับเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้ปรัชญา "Everyone Matters – ทุกคนคือคนสำคัญ" เพราะธนาคารเชื่อมั่นว่า ทุกการคัดแยกขยะคือจุดเริ่มต้นของการลดคาร์บอน การสร้างรายได้เสริมที่เพิ่มขึ้น และทางสู่อนาคตที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 10 ส.ค. 2569 เวลา : 13:07:10
10-08-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (10 ส.ค.69) บวก 12.36 จุด ดัชนี 1,624.36 จุด

2. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงฟื้นตัวในระยะสั้น หลังสามารถผ่านแนวต้านสำคัญบริเวณ 4,150 เหรียญ

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (10 ส.ค.69) บวก 13.02 จุด ดัชนี 1,625.02 จุด

4. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (10 ส.ค.69) บวก 16.22 จุด ดัชนี 1,628.22 จุด

5. ทองเปิดตลาดวันนี้ (10 ส.ค. 69) ร่วงลง 350 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 68,350 บาท

6. พยากรณ์อากาศวันนี้ (10 ส.ค.69) "ภาคเหนือ-ภาคอีสาน-ภาคตะวันออก" ฝนตกหนัก 70% กรุงเทพปริมณฑล 60% ภาคกลาง 40% ภาคใต้ 30%

7. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.90-33.15 บาท/ดอลลาร์

8. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.80-33.40 ลุ้นเงินเฟ้อสหรัฐฯหลังจ้างงานแผ่ว

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (10 ส.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.02 บาทต่อดอลลาร์

10. ประกาศ กปน.: 11 ส.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนสุทธิสารวินิจฉัย

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (7 ส.ค. 69) ลบ 2.64 จุด ดัชนี 1,612 จุด

12. MTS Gold คาดราคาทองคำยังทรงตัวในกรอบ 4,250 - 4,300 เหรียญ หลังมีแรงขายทำกำไรสลับเข้ามาเป็นระยะ ส่งผลให้ราคาบางช่วงอ่อนตัวลงแตะ 4,230 เหรียญ

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (7 ส.ค. 69) ลบ 0.97 จุด ดัชนี 1,613.67 จุด

14. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (6 ส.ค.69) ลบ 464.02 จุด หลังราคาน้ำมันพุ่ง ตลาดจับตาจ้างงานสหรัฐฯ

15. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (6 ส.ค.69) ลบ 5.60 ดอลลาร์ กังวลน้ำมันพุ่งหนุนเงินเฟ้อสูง-กดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ August 10, 2026, 9:37 pm