หุ้นทอง
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET ฟื้นตัว แต่ปัจจัยหนุนยังไม่มากนัก"


 

คาด SET ฟื้นตัวขึ้นจากการที่ Bond Yield สหรัฐฯ ลดลง หลังดัชนี CPI ก.ค. ออกมาตามคาด เพิ่มโอกาสที่ Fed จะคงดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ย. หนุน Sentiment โดยรวม ขณะที่ราคาน้ำมันยังทรงตัว อย่างไรก็ตาม ประเมินการปรับขึ้นยังมีลักษณะกระจายตัวไปในหุ้นที่มีปัจจัยบวกหนุนและหุ้นที่ Laggard โดยวันนี้จับตาการรายงานงบฯ 2Q26 ที่ใกล้เสร็จสิ้น รวมทั้งคืนนี้ติดตามการรายงานดัชนี PPI ก.ค. ของสหรัฐฯ ทางเทคนิคดัชนียังเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบรอเลือกทาง

ประเด็นสำคัญ

• IEA เพิ่มประมาณการขาดดุลตลาดน้ำมันโลกปีนี้เป็น 1.27 ล้านบาร์เรล/วัน (เดิม 8.6 แสน) และจะรุนแรงที่สุดใน 3Q26 จากการเปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยังไม่สำเร็จ ผสานเหตุฮูตีโจมตีเรือขนส่ง หนุนราคาน้ำมันและค่าระวางเรือทรงตัวสูง มองบวกต่อกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะกลุ่มโรงกลั่น (BCP TOP SPRC) และกลุ่มเดินเรือ (PSL RCL TTA)

• CPI สหรัฐฯ เดือน ก.ค. เติบโต 3.4% YoY ชะลอตัวลงตามตลาดคาด สะท้อนแรงกดดันด้านราคาที่ผ่านจุดพีกและผ่อนคลายลง ช่วยลดความกังวลเรื่องนโยบายการเงินตึงตัวของ FED มองเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มไฟแนนซ์ (MTC, SAWAD, TIDLOR)

• กกพ. มีมติปรับลดค่าไฟฟ้างวด ก.ย.-ธ.ค. 2026 เหลือ 3.89 บาท/หน่วย (เดิม 3.95 บาท/หน่วย) และปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้า ทำให้ค่าไฟฟ้า 200 หน่วยแรกที่ไม่เกิน 3 บาท/หน่วย ส่วนที่ 201 หน่วยขึ้นไปคงที่อัตราเดิม เป็นบวกต่อกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากกำลังซื้อสูงขึ้น อย่าง ค้าปลีก (CPALL CPN) และไฟแนนซ์ (MTC SAWAD TIDLOR)

• คณะอนุฯ PDP มีกำหนดประชุมในวันที่ 17 ส.ค. นี้ คาดจะมีข้อสรุปต่อทิศทางสำคัญและข้อสรุปของ PDP2026 เช่น สัดส่วนพลังงานสะอาด, การเพิ่มกำลังการผลิต, Direct PPA และการออกแบบระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับอุตฯ ในอนาคต เป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF, GPSC, BGRIM, GUNKUL)

• รฟท. อนุมัติโครงการรถไฟทางคู่สายใต้ระยะที่ 2 จำนวน 3 เส้นทาง มูลค่ารวม 1.23 แสนลบ. (เดิม 1 แสนลบ.) ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากสภาพัฒน์แล้ว โดยขั้นต่อไปจะเสนอต่อกระทรวงคมนาคมและส่งให้ ครม. อนุมัติต่อไป คาดจะทราบผลเร็วที่สุดภายใน ส.ค. นี้ มองเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มรับเหมาฯ (STECON CK)

กลยุทธ์การลงทุน

ระยะสั้นมอง SET จะแกว่งตัวผันผวน โดยเริ่มเห็นสัญญาณ Sector Rotation ที่มีเม็ดเงินหมุนออกจากกลุ่มพลังงานตามความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายลง เพื่อเข้าสะสมในกลุ่มที่ราคายัง Laggard หรือมีสัดส่วนถือครองของต่างชาติอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ออกมาชะลอตัวลงตามตลาดคาด หนุนความคาดหวังการผ่อนคลายนโยบายการเงินของเฟด ลดแรงกดดันต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามโค้งสุดท้ายประกาศผลประกอบการ 2Q26 ของ บจ. ไทย ซึ่งอาจมีแรงเก็งกำไรสลับแรงขาย Sell on Fact เป็นรายตัว กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ "Selective Buy”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET จะแกว่งตัวผันผวน โดยเริ่มเห็นสัญญาณ Sector Rotation ที่เม็ดเงินหมุนออกจากกลุ่มพลังงาน เพื่อเข้ากลุ่มที่ Laggard อย่างไรก็ดี มีปัจจัยติดตามคือ การเข้าสู่โค้งสุดท้ายรายงานผลประกอบการ 2Q26 ของ บจ. ไทย กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ผ่าน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้ง ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

1. New Normal Play ซึ่งได้ประโยชน์จากแผนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การย้ายฐานการผลิต และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาวตามเมกะเทรนด์โลก ได้แก่ GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHA AMATA

2. High Dividend Play เพื่อเป็นหลุมหลบภัยในช่วงตลาดผันผวน และสร้างกระแสเงินสดกลับเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ แบ่งเป็น 1) ดักปันผลระหว่างกาลโดยคาดให้ Div. Interim Yield >2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ดักปันผลระยะยาวเพื่อสร้างผลตอบแทนยั่งยืน โดยคาดให้ Div. Yield >5% ต่อปี ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT

3. Domestic Play เน้นหุ้นบิ๊กแคปที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อีกทั้งราคาหุ้นยัง Laggard ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL ADVANC TRUE MTC BEM ERW

Trading Idea: 1) Earnings Play ซึ่งคาดจะประกาศกำไร 2Q26 เติบโตดี YoY อีกทั้งยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และแนะนำ Outperform ได้แก่  CPN KCE MTC PR9 AMATA AP BEM CPALL ERW PRM TIDLOR GUNKUL HANA LHSC 2) Foreign Underowned Play เน้นหุ้น SET50 ที่ราคาหุ้นยัง Laggard และมีสัดส่วนถือครองจากต่างชาติยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยหลัง 5 ปี อีกทั้งมีโมเมนตัมกำไร 2Q-4Q26 ที่คาดจะเติบโตได้ YoY ได้แก่ BEM CPALL HMPRO MTC OR TRUE TU 3) Anti-Oil Play ที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันปรับลงหากสถานการณ์ในตะวันออกกลางคลี่คลาย อย่างสายการบิน (AAV BA) โรงไฟฟ้า (GPSC BGRIM) วัสดุก่อสร้าง (SCC SCCC) และ 4) Declining Bond Yield Play ที่ได้อานิสงส์หากเงินเฟ้อสหรัฐออกมาชะลอตัวลงหรือต่ำกว่าตลาดคาด ได้แก่ MTC SAWAD TIDLOR

Daily Top Picks

ERW: ปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการส่งเสริมภาคท่องเที่ยว ซึ่งรวมถึง “ไทยเที่ยวไทยพลัส” และกิจกรรมระดับโลกที่จะเกิดขึ้นในช่วง 4Q26 อาทิ การประชุม World Bank-IMF และ Tomorrowland จะสนับสนุนการฟื้นตัวในช่วงไฮซีซันอย่างชัดเจน คาดกำไรปกติปี 2026 จะเติบโต 15% เป้าหมายระยะสั้นที่ 3.76 บาท

HANA: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากรายได้เทคฯ ไต้หวันใน ก.ค. ที่เติบโตแข็งแกร่ง สะท้อนความต้องการ Data Center และ AI ที่มีต่อเนื่อง คาดผลิตภัณฑ์ AI-related จะเริ่มผลิตได้ใน 2H26 และผลิตในปริมาณมากใน 2Q-4Q27 ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการเริ่มฟื้นตัวใน 2H26 และเติบโตต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2027 เป้าหมายระยะสั้นที่ 37.25 บาท
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 13 ส.ค. 2569 เวลา : 11:51:49
13-08-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อเนื่องและทำจุดสูงสุดใหม่ตลอดทั้งสัปดาห์ โดยวันนี้ขึ้นทำจุดสูงสุดบริเวณ 4,450 เหรียญ

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (13 ส.ค.69) ดัชนีอยู่ที่ 1,617.25 จุด บวก 4.63 จุด

3. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.95 - 33.20 บาท/ดอลลาร์

4. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (12 ส.ค.69) บวก 26.40 ดอลลาร์ ขานรับ CPI สอดคล้องคาดการณ์

5. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (12 ส.ค.69) ลบเล็กน้อย 21.58 จุด, S&P500 ปิดบวกรับแรงซื้อหุ้น AI, เงินเฟ้อสอดคล้องคาดการณ์

6. พยากรณ์อากาศวันนี้ (13 ส.ค.69) ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนัก "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคอีสาน-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝั่ง ตต." 60% ภาคกลาง-ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 40%

7. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (13 ส.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.07 บาทต่อดอลลาร์

8. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (13 ส.ค.69) บวก 6.82 จุด ดัชนี 1,619.44 จุด

9. ทองเปิดตลาดวันนี้ (13 ส.ค.69) ปรับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 69,900 บาท

10. ประกาศ กปน.: 13 ส.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล สถานีสูบจ่ายน้ำท่าพระ

11. ประกาศ กปน.: 13 ส.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนวิภาวดีรังสิต

12. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (11 ส.ค.69) ลบ 11.74 จุด ดัชนี 1,612.62 จุด

13. MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 10 สัปดาห์ กลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 4,400 เหรียญ

14. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (11 ส.ค.69) ลบ 4.71 จุด ดัชนี 1,619.65 จุด

15. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (10 ส.ค.69) ลบ 60.95 จุด กังวลสงครามอิหร่านยืดเยื้อ

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ August 13, 2026, 1:35 pm