หุ้นทอง
GFC เร่งแผนงานครึ่งปีหลังบุกลูกค้าต่างประเทศ จับมือ 8 รพ.พันธมิตร-จ่อร่วมทุนธุรกิจใหม่สร้าง New S-Curve @ชี้เศรษฐกิจชะลอฉุดผลงานครึ่งปีแรกย้ำฐานะการเงินแข็งแกร่ง-จ่ายปันผลหุ้นละ 0.03 บาท


เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ ปรับยุทธศาสตร์แผนงานครึ่งปีหลังให้เข้มข้นขึ้น ทั้งการทำตลาดดิจิทัล-แคมเปญ ฝากไข่ลูกค้ากลุ่ม Gen Z และขยายตัวแทนต่างประเทศครบ 9 ราย เดินหน้าเพิ่มสัดส่วนลูกค้าต่างชาติ ตามเป้าหมาย 25% จากปัจจุบันอยู่ที่ 15% รวมทั้งจับมือรพ.เครือข่ายพันธมิตร ตามแผนปีนี้ให้ครบ 8 แห่ง เล็งร่วมทุนขยายสู่ธุรกิจใหม่ๆ เพื่อสร้าง New S-Curve การเปิดธุรกิจใหม่ Anti-Aging ร่วมกับพันธมิตรในช่วงปลายปีนี้ และศึกษาการลงทุนร่วมเปิดศูนย์ ICSI ร่วมกับ รพ พันธมิตร  ขณะที่ผลงาน ครึ่งปีแรกมีรายได้ 125.54 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 9.92 ล้านบาทรับผลกระทบเศรษฐกิจชะลอตัว คนไข้ภายในประเทศชะลอการรักษา ย้ำฐานะ การเงินแข็งแกร่งปลอดหนี้ ด้านที่ประชุมบอร์ดอนุมัติปันผลระหว่างกาลอัตราหุ้นละ 0.03 บาท

 
ภก.นที ตั้งจิตรสดใส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ GFC ผู้เชี่ยวชาญให้บริการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ สำหรับผู้มีบุตรยากเปิดเผยว่าบริษัทได้ทบทวนแผนการ ดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ให้เข้มข้นขึ้น ทั้งรุกทำการตลาดดิจิทัลและการทำ AI Search Visibility เพื่อรองรับการฟื้นตัวของปริมาณเคสในครึ่งปีหลัง ทำแคมเปญฝากไข่สำหรับกลุ่มลูกค้า Gen Z ในไตรมาส 3  การขยายบริการตรวจสุขภาพสตรี และโปรแกรมรับส่งต่อผู้รับบริการจากแพทย์ โรงพยาบาลพันธมิตร ซึ่งเริ่ม ดำเนินการตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 เป็นต้นไป

นอกจากนี้บริษัทยังมีเป้าหมาย การขยายฐานลูกค้าต่างประเทศผ่านเครือข่ายตัวแทนต่างประเทศ ให้ครบ 9 รายตามแผน ปรับปรุงแพ็กเกจ บริการสำหรับตัวแทนต่างประเทศให้สามารถแข่งขันได้ยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ หลังจากจัดงานโรดโชว์ ณ เมืองเซิ่นเจิ้น ประเทศจีน คาดว่าจะเริ่มส่งผลต่อจำนวนเคสตั้งแต่ ไตรมาสที่ 3–4 รวมทั้งการเข้าร่วมงาน MAI Festival และ Thailand Wellness ระหว่างเดือนสิงหาคม–ตุลาคม 2569 เพื่อเพิ่มสัดส่วนลูกค้าต่างชาติจาก 15% สู่เป้าหมาย 25%

ภก.นทีกล่าวอีกว่า ในส่วนของการสร้างเครือข่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ โดยปีนี้บริษัทจะมีความร่วมมือ กับโรงพยาบาลพันธมิตรกว่า 8 แห่ง ที่เริ่มเข้าสู่การดำเนินงานจริงในครึ่งปีหลัง ทั้งโปรแกรมการ ส่งต่อ ผู้รับบริการจากแพทย์โรงพยาบาลพันธมิตร ความร่วมมือด้านบริการห้องปฏิบัติการ และการแบ่งปัน บุคลากรทางการแพทย์ร่วมกันซึ่งจะช่วยเพิ่มการใช้ประโยชน์จากขีดความสามารถของห้องปฏิบัติการและ บุคลากรที่มีอยู่

ขณะเดียวกันการสร้างคลื่นการเติบโตใหม่ (New S-Curve Activation) มีแผนเปิดธุรกิจใหม่ Anti-Aging ร่วมกับพันธมิตรในปลายปี 2569 การขยายฐานลูกค้าห้องปฏิบัติการภายนอก (B2B) และบริการตรวจ Polyploidy ของธุรกิจตรวจวิเคราะห์พันธุกรรมของบริษัทย่อย การเริ่มดำเนินธุรกิจบริหารจัดการคลังยา และเวชภัณฑ์ ของบริษัทย่อยในช่วงปลายปี 2569 และการศึกษาการลงทุนร่วมเปิดศูนย์ ICSI ร่วมกับ รพ พันธมิตร    

ส่วนผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569  กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการให้บริการ 125.54 ล้านบาท ลดลง 30.30 % และมีผลขาดทุนสุทธิ 9.92 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 15.40 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้รายได้จากการให้บริการ ICSI ซึ่งเป็นบริการหลักคิดเป็น 63.99%  ของรายได้รวม ปรับลดลง แต่บริการแช่แข็งไข่และรับฝากไข่ยังคงเติบโตโดดเด่นในอัตรา 41.64% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับแนวโน้มตลาดโลกและเป็นกลุ่มบริการที่กลุ่มบริษัทวางแผนผลักดันเป็นเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ ในด้านโครงสร้างฐานลูกค้า 

“ผลการดำเนินงานที่อ่อนตัวลงในครึ่งปีแรกเป็นผลจากภาวะกำลังซื้อภายในประเทศและช่วงเปลี่ยนผ่านเชิงกลยุทธ์ โดยการฟื้นตัวในครึ่งปีหลังขึ้นอยู่กับความสำเร็จของแผนงานที่ได้กำหนดกรอบเวลาไว้ชัดเจน ได้ แก่ กิจกรรมการตลาดเชิงรุกในไตรมาสที่ 3  และเพิ่มระดับการใช้ศักยภาพของสาขา GFC Rama 9 International รวมทั้งจำนวนเคสจากเครือข่ายตัวแทนต่างประเทศ 9 ราย ภายหลังการปรับปรุงแพ็กเกจ และ งานโรดโชว์เซินเจิ้นและการเริ่มสร้างรายได้จากความร่วมมือเชิงพันธมิตรกับโรงพยาบาลกว่า 8 แห่ง”

ทั้งนี้ฝ่ายบริหารได้กำหนดกลไกติดตามผลเป็นรายเดือน ครอบคลุมจำนวนเคส อัตราการเปลี่ยนผ่าน จากผู้เข้ารับคำปรึกษาสู่การรักษา และรายได้ต่อรอบการเก็บไข่ เพื่อให้สามารถปรับมาตรการด้านรายได้ และ ต้นทุนได้อย่างทันการณ์ อย่างไรก็ตาม กลุ่มบริษัทยังคงรักษาฐานะการเงินที่มั่นคง ปราศจากภาระเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และเดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวอย่างต่อเนื่อง

ภก.นทียังกล่าวอีกว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ได้มีมติอนุมัติให้จ่าย เงินปันผลระหว่างกาลจากกำไรสะสมของบริษัทให้กับผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.03 บาท เป็นจำนวนเงิน 6.60 ล้านบาท โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลภายในวันที่ 8 กันยายน 2569

“บริษัทยังยืนยันความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนกลุ่มบริษัทสู่เป้าหมายการเป็นองค์กรชั้นนำด้านการรักษาผู้มีบุตรยากในภูมิภาคอาเซียนตามวิสัยทัศน์ที่วางไว้พร้อมรักษาวินัยทางการเงินและการกำกับดูแลกิจการ ที่ดีตามมาตรฐาน ESG เพื่อสร้างการเติบโตยั่งยืนให้กับผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย”ภก.นทีกล่าว
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 13 ส.ค. 2569 เวลา : 13:36:41
14-08-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (13 ส.ค.69) บวก 1.74 จุด ดัชนี 1,614.36 จุด

2. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อเนื่องและทำจุดสูงสุดใหม่ตลอดทั้งสัปดาห์ โดยวันนี้ขึ้นทำจุดสูงสุดบริเวณ 4,450 เหรียญ

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (13 ส.ค.69) ดัชนีอยู่ที่ 1,617.25 จุด บวก 4.63 จุด

4. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.95 - 33.20 บาท/ดอลลาร์

5. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (12 ส.ค.69) บวก 26.40 ดอลลาร์ ขานรับ CPI สอดคล้องคาดการณ์

6. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (12 ส.ค.69) ลบเล็กน้อย 21.58 จุด, S&P500 ปิดบวกรับแรงซื้อหุ้น AI, เงินเฟ้อสอดคล้องคาดการณ์

7. พยากรณ์อากาศวันนี้ (13 ส.ค.69) ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนัก "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคอีสาน-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝั่ง ตต." 60% ภาคกลาง-ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 40%

8. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (13 ส.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.07 บาทต่อดอลลาร์

9. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (13 ส.ค.69) บวก 6.82 จุด ดัชนี 1,619.44 จุด

10. ทองเปิดตลาดวันนี้ (13 ส.ค.69) ปรับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 69,900 บาท

11. ประกาศ กปน.: 13 ส.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล สถานีสูบจ่ายน้ำท่าพระ

12. ประกาศ กปน.: 13 ส.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนวิภาวดีรังสิต

13. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (11 ส.ค.69) ลบ 11.74 จุด ดัชนี 1,612.62 จุด

14. MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 10 สัปดาห์ กลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 4,400 เหรียญ

15. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (11 ส.ค.69) ลบ 4.71 จุด ดัชนี 1,619.65 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ August 14, 2026, 1:13 am