
บริษัท พีเอสจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PSGC เปิดผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 ด้วยรายได้รวม 4,692.5 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 359.3 ล้านบาท ส่งผลให้ครึ่งปีแรก 2569 มีรายได้รวม 7,292.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 458% จากช่วงเดียวกัน ของปีก่อน และกำไรสุทธิ 626.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 432% สะท้อนความสำเร็จของยุทธศาสตร์เปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ "ผู้พัฒนาโครงการ พลังงาน และทรัพยากรธรรมชาติระดับภูมิภาค" ที่เริ่มพิสูจน์ผลเป็นรูปธรรม ทั้งรายได้ประจำจากธุรกิจซัพพลายเชนด้านทรัพยากร พลังงานผ่าน บริษัท Nam Tien Limited Liability Company (NT) รับรู้รายได้เข้างบการเงินรวมต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 และ รายได้จากโครงการ ก่อสร้างใน สปป.ลาว มองครึ่งปีหลัง 2569 โมเมนตัมการเติบโตยังแข็งแกร่ง รับแรงหนุนความต้องการพลังงานของเวียดนามและอาเซียนที่อยู่ในช่วงขาขึ้น จากปริมาณขายถ่านหินที่ทยอยส่งมอบตามสัญญาซื้อขายกับรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานในเวียดนาม ตอกย้ำความมั่นใจในการ บรรลุเป้าหมายรายได้กว่า 10,000 ล้านบาทในปี 2569
นายเดวิด แวน ดาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอสจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PSGC เปิดเผยว่า บริษัทได้รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีรายได้รวม 4,692.5 ล้านบาท และกำไร สุทธิ 359.3 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสแรก ส่งผลให้งวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมี รายได้รวม 7,292.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 458% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และกำไรสุทธิ 626.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 432% โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการรับรู้รายได้ ธุรกิจซัพพลายเชนด้านทรัพยากรพลังงานผ่านบริษัท NT เข้างบการเงินรวม 2 ไตรมาส ควบคู่กับการรับรู้รายได้จากโครงการก่อสร้าง ใน สปป.ลาว
"ครึ่งปีแรกของปี 2569 คือบทพิสูจน์แรกที่เป็นรูปธรรมของโครงสร้างรายได้ใหม่ของ PSGC จากเดิมที่รายได้ขึ้นอยู่กับระดับความสำเร็จและจำนวนของโครงการก่อสร้างเป็นหลัก วันนี้บริษัทมีรายได้ประจำ (Recurring Income) จากธุรกิจซัพพลายเชนด้านทรัพยากร พลังงานที่รับรู้เข้ามาอย่าง สม่ำเสมอ ต่อเนื่อง ทำให้ฐานรายได้ของบริษัทมีความมั่นคง คาดการณ์ได้ และลดความผันผวนตามวัฏจักร งานก่อสร้าง ซึ่งเป็นหัวใจของการเปลี่ยนผ่านสู่ผู้พัฒนาโครงการพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติระดับภูมิภาคที่เราวางไว้" นายเดวิดกล่าว
สำหรับธุรกิจซัพพลายเชนด้านทรัพยากรพลังงาน ปัจจุบันทยอยส่งมอบถ่านหิน ตามสัญญาซื้อขายกับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง โดยในครึ่งปีแรกส่งมอบแล้วรวม 1.4 ล้านตัน มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ 0.1 ล้านตัน
นายเดวิดวิเคราะห์ภาพอุตสาหกรรมพลังงานของเวียดนามว่า "ความต้องการพลังงานของเวียดนามอยู่ในช่วงขาขึ้นที่ชัดเจนที่สุดช่วงหนึ่ง ของภูมิภาค แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าแห่งชาติฉบับที่ 8 ฉบับปรับปรุง (Revised PDP8) ที่รัฐบาลเวียดนามอนุมัติเมื่อเดือนเมษายน 2568 ตั้งอยู่บนเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยราว 10% ต่อปีในช่วงปี 2569–2573 ซึ่งจะผลักดันความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศ โดยโรงไฟฟ้าถ่านหินยังคงเป็นกำลังผลิตฐาน (Base-load) ที่รักษาเสถียรภาพ ของระบบไฟฟ้าในช่วงเปลี่ยนผ่าน ความต้องการเชิงโครงสร้างเช่นนี้คือปัจจัยพื้นฐานที่รองรับธุรกิจของ NT ซึ่งอยู่ในห่วงโซ่อุปทาน เชื้อเพลิงให้แก่ผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ของเวียดนามโดยตรง"
ขณะเดียวกัน ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนผ่านโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped Storage Hydropower – PSH) ภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EDL) มีความคืบหน้าต่อเนื่อง โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการตามลำดับขั้น
"ทิศทางของทั้งภูมิภาคยืนยันว่าเรากำลังเดินถูกทาง รายงาน Southeast Asia Energy Outlook 2026 ขององค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ชี้ว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าของอาเซียนเติบโตเร็วกว่าการใช้พลังงานโดยรวมราวเท่าตัว และจะเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าภายในปี 2593 จากการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม อาคาร และดาต้าเซ็นเตอร์ ยิ่งสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในระบบสูงขึ้น ความจำเป็นของเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่อย่าง PSH ก็ยิ่งเพิ่มขึ้น สปป.ลาว ซึ่งมีโรงไฟฟ้าพลังน้ำและอ่างเก็บน้ำดำเนินการอยู่แล้วจำนวนมาก จึงเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงสุดของภูมิภาคสำหรับการพัฒนา PSH และคือเหตุผลที่ PSGC เลือกวางรากฐานธุรกิจนี้ใน สปป.ลาว ร่วมกับ EDL ตั้งแต่วันนี้" นายเดวิดกล่าว
ในส่วนของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างแบบครบวงจรซึ่งเป็นฐานธุรกิจหลักของ PSGC มาตลอดกว่า 40 ปี ยังคงสร้างรายได้ต่อเนื่อง จากโครงการ XPPL Expansion Phase 1 และโครงการก่อสร้างชุมชนใหม่และสาธารณูปโภคพื้นฐานใน สปป.ลาว โดยบริษัท มุ่งคัดสรรโครงการก่อสร้างที่เชื่อมโยงกับธุรกิจพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติของกลุ่มเป็นหลัก เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มข้ามธุรกิจ (Cross-business Value Creation) ภายในกลุ่ม PSGC
"สำหรับครึ่งปีหลัง 2569 โมเมนตัมการเติบโตของ PSGC ยังแข็งแกร่ง ทั้งจากปริมาณส่งมอบถ่านหิน การรับรู้รายได้งานก่อสร้างตามความคืบหน้าโครงการ และการเดินหน้าศึกษาโครงการ PSH ร่วมกับ พันธมิตรใน สปป.ลาว เรามั่นใจว่าผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกที่แข็งแกร่งจะเป็นฐานสำคัญ ในการบรรลุเป้าหมายรายได้กว่า 10,000 ล้านบาทในปี 2569 และขยายสู่ระดับกว่า 20,000 ล้านบาทต่อปีภายในปี 2578" นายเดวิดกล่าวทิ้งท้าย
ข่าวเด่น