เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
Krungthai COMPASS วิเคราะห์ "อัตราเงินเฟ้อเดือน ส.ค.69 อยู่ที่ 2.53% คาดแรงขับเคลื่อนเงินเฟ้อเริ่มกระจายไปสู่ด้านอุปสงค์ ท่ามกลางความเสี่ยงเอลนีโญ"


อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือน ส.ค. 69 อยู่ที่ 2.53% เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่ 1.95% โดยราคาพลังงานในตลาดโลกเร่งตัวสูงขึ้นจากเดือนก่อน อีกทั้งเคลื่อนไหวผันผวนสูงจากปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.44% สูงสุดในรอบกว่า 3 ปี 
 
• Krungthai COMPASS ประเมินว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง โดยแรงขับเคลื่อนเริ่มเปลี่ยนจากพลังงานไปสู่แรงกดดันด้านอุปสงค์และอุปทานในประเทศมากขึ้น โดยมีแรงกดดันสำคัญ 3 ปัจจัย ได้แก่ 1) พลังงาน ที่อาจกลับมาสร้างแรงกดดันอีกครั้งจากราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น 2) เงินเฟ้อพื้นฐานซึ่งสะท้อนอุปสงค์ ที่เริ่มมีบทบาทมากขึ้นและอาจทำให้เงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ในระดับสูงนานขึ้น และ 3) อาหารสด จากความเสี่ยงด้านภูมิอากาศและเอลนีโญในช่วงปลายปี ซึ่งจะกระทบอุปทานการผลิต

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน ส.ค. 69 อยู่ที่ 2.53% (YoY) เร่งขึ้นจาก 1.95% ในเดือนก่อน และสูงกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 2.37%1 ปัจจัยหลักยังคงมาจากราคาสินค้าในกลุ่มพลังงานซึ่งเพิ่มขึ้น 8.59% โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (+14.12%) จากผลของความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ รวมไปถึงหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้น 2.99%YoY จากราคาอาหารสำเร็จรูปและอาหารสดที่ปรับสูงขึ้น
 
เมื่อพิจารณาการเปลี่ยนแปลงเทียบกับเดือนก่อน อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น 0.56% (MoM) จากหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้น 0.78% ตามราคาไข่ไก่ เนื้อสุกร ไก่สด และอาหารบางรายการ รวมถึงหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มซึ่งเพิ่มขึ้น 0.43% จากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ (+2.98%)
 
ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน อยู่ที่ 1.44% (YoY) แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี และสูงกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 1.39%1 จากการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาอาหารสำเร็จรูปและสินค้าอุปโภคบริโภค และหากพิจารณาการเปลี่ยนแปลงเทียบรายเดือน พบว่าดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.08%MoM
 
ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปและพื้นฐานเฉลี่ย 8 เดือนแรกของปี 69 อยู่ที่ 1.37% และ 0.94% ตามลำดับ
 
 
 
1 Reuter Polls (as of  Sep 2026)

Implication: 
Krungthai COMPASS ประเมินเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง โดยตัวขับเคลื่อนเงินเฟ้อกำลังเคลื่อนไปสู่แรงผลักดันด้านอุปสงค์ภายในประเทศมากขึ้น รวมไปถึงมีความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะปรับตัวขึ้นจากผลของเอลนีโญ ล่าสุดในเดือน ส.ค. อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นจาก 1) พลังงาน ซึ่งมีสัดส่วนต่อเงินเฟ้อทั่วไปสูงถึง 41.5% (+1.05 p.p.) เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 2) เงินเฟ้อพื้นฐาน สะท้อนแรงส่งด้านอุปสงค์คิดเป็น 39.9% (+1.01 p.p.) โดยเฉพาะราคาอาหารสำเร็จรูปที่ปรับสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 และ 3) ราคาอาหารสดที่ปรับตัวสูงขึ้น จากภูมิอากาศแปรปรวน (+0.47 p.p.) ซึ่งกระทบอุปทานการผลิต บ่งชี้ว่า หากผลกระทบจากเอลนีโญ2 ในช่วงปลายปีนี้สูง จะยิ่งส่งผลให้ราคาในหมวดดังกล่าวสูงขึ้นต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ยังต้องติดตามความเสี่ยงด้านพลังงาน หลังความตึงเคลียดในตะวันออกกลางยังผันผวนสูง โดยล่าสุดราคาน้ำมันดิบดูไบปรับขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ สูงกว่าค่าเฉลี่ยในเดือนก่อนที่ 79.7 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล3 ซึ่งจะทำให้แรงกดดันด้านพลังงานกลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง นอกจากนี้ ภาคธุรกิจยังประเมินว่าแรงกดดันด้านต้นทุนยังทยอยส่งผ่านและกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ (BSI) ที่มีต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน ณ เดือน ส.ค. ต่ำกว่า 50 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 ปัจจัยหลักจากความกังวลที่มีต่อต้นทุนการผลิต รวมถึง มุมมองของผู้ประกอบการที่มีต่อต้นทุนในระยะ 3 เดือนข้างหน้า ยังอยู่ในระดับไม่เชื่อมั่นติดต่อกันต่อเนื่อง บ่งชี้ถึงความจำเป็นของผู้ประกอบการที่จะต้องส่งผ่านทุนในระยะถัดไป
 
 
 
มองไปข้างหน้า ยังต้องติดตามแรงขับเคลื่อนเงินเฟ้อจากทั้งสามปัจจัยข้างต้น โดยเฉพาะแรงกดดันจากปัจจัยอื่นนอกเหนือจากราคาพลังงานซึ่งเริ่มมีบทบาทมากขึ้น แรงกดดันด้านอุปสงค์อาจทำให้เงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ในระดับสูงนานกว่าคาด ขณะเดียวกันราคาอาหารสดบางรายการกำลังปรับตัวสูงขึ้น อาทิ ข้าวและผลิตภัณฑ์จากแป้ง ไข่และผลิตภัณฑ์นม อีกทั้งความเสี่ยงด้านอุปทานในช่วงปลายปีอาจซ้ำเติมแรงกดดันเงินเฟ้อ นอกจากนี้ เริ่มเห็นการเร่งขึ้นของราคาสินค้าบางหมวดที่อ่อนไหวต่อต้นทุนการผลิตและการขนส่ง อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องเรือน และอุปกรณ์ซักล้าง สะท้อนการส่งผ่านต้นทุนพลังงานที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น  ทั้งนี้ คาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปในช่วงที่เหลือของปี 69 มีแนวโน้มอยู่สูงกว่าค่ากลางของกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2%

2 เอลนีโญ (El Niño) หมายถึง ภาวะอุณหภูมิผิวน้ำทะเลแปซิฟิกเขตร้อนสูงกว่าปกติ ซึ่งอาจกระทบต่อปริมาณฝนและผลผลิตสินค้าเกษตร
3 ราคาน้ำมันดิบดูไบ (Dubai Crude Oil) ณ วันที่ 4 กันยายน 2569 และค่าเฉลี่ยเดือน ส.ค. 2569 คำนวณจากข้อมูลรายวัน
 
กฤษฎิ์ ศรีปราชญ์
ภูมิภัชช์ จาง
ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 09 ก.ย. 2569 เวลา : 13:52:16
09-09-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (9 ก.ย.69) บวก 1.00 จุด ดัชนี 1,622.89 จุด

2. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยปิดลดลงกว่า 50 เหรียญ หรือ 1.3% และระหว่างวันทำจุดต่ำสุดที่ 4,341 เหรียญ

3. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (8 ก.ย.69) ร่วงแรง 628.18 จุด กังวลราคาน้ำมันพุ่ง จับตาเงินเฟ้อสหรัฐ

4. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (8 ก.ย.69) ร่วง 37.60 ดอลลาร์ กังวลน้ำมันพุ่งดันเงินเฟ้อสูง จับตา CPI ชี้ดอกเบี้ยเฟด

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (9 ก.ย.69) ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคอีสาน" 70% ภาคกลาง-ภาคตะวันออก 60% ภาคใต้ 40%

6. ทองเปิดตลาดวันนี้ (9 ก.ย.69) ร่วง 450 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 68,950 บาท

7. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (9 ก.ย. 69) บวก 1.02 จุด ดัชนี 1,622.91 จุด

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.75-33.00 บาท/ดอลลาร์

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (9 ก.ย.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 32.90 บาทต่อดอลลาร์

10. ประกาศ กปน.: 8 ก.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนพระรามที่ 4

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (8 ก.ย.69) บวก 3.07 จุด ดัชนี 1,621.89 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (8 ก.ย.69) ลบ 0.99 จุด ดัชนี 1,617.83 จุด

13. MTS Gold คาดราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบแคบ หลังตลาดสหรัฐฯ ปิดทำการเนื่องในวัน Labor Day โดยราคายังสามารถทรงตัวเหนือบริเวณ 4,400 เหรียญ ได้ค่อนข้างดี

14. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (8 ก.ย.69) บวก 6.96 จุด ดัชนี 1,625.78 จุด

15. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.70-32.95 บาท/ดอลลาร์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 9, 2026, 4:44 pm