แบงก์-นอนแบงก์
เมื่อโลกมีประชากรเพิ่ม สินค้าเกษตรจะแพงขึ้นจริงหรือไม่?


• การบริโภคสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ประมงของโลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 12.5% ในช่วง 10 ปีข้างหน้า จากจำนวนประชากร รายได้ และการขยายตัวของเมือง
 
• การผลิตภาคเกษตรของโลกจะเพิ่มขึ้น 13.3% ในช่วงเดียวกัน โดยมี การเพิ่มขึ้นของผลิตภาพ (Productivity) เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ทำให้การผลิตสามารถเติบโตได้ใกล้เคียงกับอุปสงค์
 
• OECD–FAO คาดว่า ราคาสินค้าเกษตรที่แท้จริง (Real Prices) จะมีแนวโน้ม ทรงตัว หรืออยู่ในระดับต่ำกว่าปัจจุบัน แม้ความต้องการอาหารของโลกจะเพิ่มขึ้น
 
• แม้ราคาสินค้าเกษตรที่แท้จริงจะทรงตัว แต่รายได้เฉลี่ยภาคเกษตรต่อหัวจะเพิ่มขึ้น 9% จากการเพิ่มขึ้นของผลิตภาพ อย่างไรก็ตาม ภาคเกษตรยังคงเผชิญความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด
 
• โจทย์สำคัญของระบบอาหารโลกในอนาคต ต้องผลิตให้เติบโตควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

หลายคนคิดว่าเมื่อประชากรโลกเพิ่มขึ้น ราคาสินค้าเกษตรก็น่าจะเพิ่ม
 
เพราะ "คนมากขึ้น ก็ต้องกินมากขึ้น"
และเมื่อความต้องการอาหารเพิ่มขึ้น
ราคาสินค้าเกษตรก็น่าจะสูงขึ้นตามหลักอุปสงค์และอุปทาน
 
อย่างไรก็ตาม รายงาน OECD–FAO Agricultural Outlook 2026–2035 ให้ภาพที่แตกต่างออกไป
โดยคาดการณ์ว่า แม้ประชากรโลกจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แต่ราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลกที่แท้จริง (Real International Agricultural Commodity Prices) จะมีแนวโน้มทรงตัว
หรืออยู่ในระดับต่ำกว่าปัจจุบันตลอดช่วง 10 ปีข้างหน้า
 
ด้านอุปสงค์: โลกจะต้องการอาหารมากขึ้น
 
รายงานอ้างอิงข้อมูลจาก UN World Population Prospects 2024 ซึ่งคาดว่า ประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 0.8% ต่อปี และจะมีจำนวนราว 8.8 พันล้านคนภายในปี 2035
 
ขณะเดียวกัน รายได้เฉลี่ยต่อหัวของโลก (Global GDP per capita) ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แม้อัตราการเติบโตจะชะลอลงเล็กน้อย
 
เมื่อจำนวนประชากร รายได้ และการขยายตัวของเมืองเพิ่มขึ้นพร้อมกัน OECD–FAO จึงคาดว่า การบริโภคสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ประมงของโลกจะเพิ่มขึ้น 12.5% ในช่วง 10 ปีข้างหน้า โดยประเทศรายได้ปานกลางจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุปสงค์อาหารโลก
 
ด้านอุปทาน: การผลิตเพิ่ม
 
รายงานคาดว่า มูลค่าการผลิตภาคเกษตรของโลก (Gross Value of Agricultural Production) จะเพิ่มขึ้น 13.3% ภายในปี 2035 จากปี 2025และมีมูลค่าแตะ 4.01 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราคาคงที่)
 
การขยายตัวของการผลิตนำโดย
• ภาคปศุสัตว์ เพิ่มขึ้น 15.1%
• ภาคพืช เพิ่มขึ้น 12.5%
• ประมงและอาหารจากสัตว์น้ำ เพิ่มขึ้น 11.0%
 
ผลิตภาพ คือคำตอบของฝั่งอุปทาน
 
แม้ความต้องการอาหารจะเพิ่มขึ้น แต่การผลิตของโลกก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน
 
OECD–FAO คาดว่า มูลค่าการผลิตภาคเกษตรของโลกจะเพิ่มขึ้น 13.3% ภายในปี 2035 โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญไม่ได้มาจากการขยายพื้นที่เพาะปลูกเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเพิ่ม "ผลิตภาพ" (Productivity)
 
การใช้เทคโนโลยี เครื่องจักร พันธุ์พืชที่ให้ผลผลิตสูงขึ้น และการบริหารจัดการฟาร์มที่มีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถผลิตอาหารได้มากขึ้นจากทรัพยากรเดิม
 
กล่าวคือ ผลิตภาพจะเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของผลผลิตภาคเกษตรในทศวรรษหน้า
แต่โลกยังจำเป็นต้องขยายพื้นที่เพาะปลูกและเพิ่มจำนวนปศุสัตว์ไปพร้อมกัน
เพียงแต่ “ไม่จำเป็น” ต้องเพิ่มในสัดส่วนเดียวกับจำนวนประชากร
 
ทำไมราคาอาหารอาจไม่แพงขึ้น
 
เมื่ออุปสงค์และอุปทานเติบโตในอัตราใกล้เคียงกัน ตลาดโลกจึงยังสามารถรักษาสมดุลได้
 
OECD–FAO จึงคาดว่า ราคาสินค้าเกษตรโลกในรูปของ "ราคาที่แท้จริง" (Real Prices) จะมีแนวโน้มทรงตัว หรืออยู่ต่ำกว่าระดับปัจจุบันในช่วงปี 2026–2035
 
อย่างไรก็ตาม "ราคาที่แท้จริง" หมายถึงราคาที่หักผลของเงินเฟ้อแล้ว จึงไม่ได้หมายความว่าราคาบนชั้นวางสินค้าจะไม่เพิ่มขึ้น แต่หมายความว่า เมื่อเทียบกับระดับเงินเฟ้อแล้ว ราคาอาหารโดยรวมไม่ได้มีแนวโน้มแพงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
 
ราคาแท้จริงไม่เพิ่ม ไม่ได้แปลว่า "ราคาจะไม่ผันผวน"
 
แม้แนวโน้มราคาระยะยาวจะทรงตัว
แต่โลกยังสามารถเผชิญกับ
สงคราม / ภัยธรรมชาติ / โรคระบาด / วิกฤตราคาพลังงาน / ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
 
ซึ่งทำให้ราคาอาหาร "พุ่งขึ้นชั่วคราว" ได้
เหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อครั้ง
วิกฤตน้ำมันในทศวรรษ 1970
วิกฤตอาหารปี 2007–2008
โควิด-19
สงครามรัสเซีย–ยูเครน
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางปี 2026
 
กล่าวคือ แนวโน้มระยะยาวอาจนิ่ง แต่ระยะสั้นยังผันผวนได้เสมอ
 
แล้วเกษตรกรจะได้ประโยชน์หรือไม่?
 
แม้ราคาสินค้าเกษตรจะไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก แต่ OECD–FAO คาดว่า รายได้เฉลี่ยภาคเกษตรต่อหัวจะเพิ่มขึ้นประมาณ 9% ในช่วง 10 ปีข้างหน้า
 
เหตุผลสำคัญคือ เกษตรกรสามารถผลิตได้มากขึ้นจากทรัพยากรเดิม ทำให้รายได้เพิ่มขึ้น แม้ราคาสินค้าจะไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นมากนัก
 
อย่างไรก็ตาม ภาคเกษตรยังคงเผชิญความไม่แน่นอนจากความผันผวนของตลาด สภาพอากาศ และต้นทุนการผลิต โดยรายงานประเมินว่า มีโอกาส 25% ที่รายได้ภาคเกษตรในปี 2035 จะต่ำกว่าประมาณการกรณีฐานอย่างน้อย 12% และในประเทศรายได้ต่ำ ความเสี่ยงอาจสูงกว่านั้น
 
ความท้าทายยังไม่จบ

เมื่ออ่านถึงตรงนี้ หลายคนอาจสบายใจ ที่โลกเราคงจะผลิตอาหารได้เพียงพอ
แต่อย่าลืมว่าการขยายการผลิตยังจำเป็นต้องอาศัย
 
• การเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกบางส่วน
 
• การเพิ่มจำนวนปศุสัตว์
 
ซึ่งจะส่งผลให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคเกษตรเพิ่มขึ้นราว 6.5% ภายในปี 2035
ดังนั้น โจทย์ของโลกจึงไม่ใช่เพียง "ผลิตอาหารให้พอ"
 
แต่ต้องผลิตอาหารให้มากขึ้น โดยสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุดด้วย
 
คำตอบของคำถามที่ว่า "เมื่อโลกมีประชากรเพิ่ม อาหารจะแพงขึ้นจริงหรือไม่?"
คือ…ไม่จำเป็นเสมอไป
 
หลายคนอาจคิดว่า เมื่อประชากรโลกเพิ่มขึ้น อาหารก็ต้องแพงขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา
 
แต่ในความเป็นจริง ราคาไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้บริโภคเพียงอย่างเดียว หากการผลิตสามารถเพิ่มขึ้นได้เร็วพอผ่านเทคโนโลยี นวัตกรรม และการยกระดับผลิตภาพ อุปทานก็ยังสามารถรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นได้
 
นั่นคือเหตุผลที่ OECD–FAO ประเมินว่า ราคาสินค้าเกษตรโลกที่แท้จริงมีแนวโน้มทรงตัวในช่วงทศวรรษหน้า แม้โลกจะมีประชากรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 
โจทย์ของโลกไม่ได้มีเพียงการผลิตอาหารให้เพียงพอ แต่คือการผลิตให้มากขึ้นโดยใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 09 ก.ย. 2569 เวลา : 18:25:34
10-09-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (9 ก.ย.69) ลบ 4.00 จุด ดัชนี 1,617.89 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (9 ก.ย.69) บวก 1.00 จุด ดัชนี 1,622.89 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยปิดลดลงกว่า 50 เหรียญ หรือ 1.3% และระหว่างวันทำจุดต่ำสุดที่ 4,341 เหรียญ

4. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (8 ก.ย.69) ร่วงแรง 628.18 จุด กังวลราคาน้ำมันพุ่ง จับตาเงินเฟ้อสหรัฐ

5. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (8 ก.ย.69) ร่วง 37.60 ดอลลาร์ กังวลน้ำมันพุ่งดันเงินเฟ้อสูง จับตา CPI ชี้ดอกเบี้ยเฟด

6. พยากรณ์อากาศวันนี้ (9 ก.ย.69) ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคอีสาน" 70% ภาคกลาง-ภาคตะวันออก 60% ภาคใต้ 40%

7. ทองเปิดตลาดวันนี้ (9 ก.ย.69) ร่วง 450 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 68,950 บาท

8. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (9 ก.ย. 69) บวก 1.02 จุด ดัชนี 1,622.91 จุด

9. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.75-33.00 บาท/ดอลลาร์

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (9 ก.ย.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 32.90 บาทต่อดอลลาร์

11. ประกาศ กปน.: 8 ก.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนพระรามที่ 4

12. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (8 ก.ย.69) บวก 3.07 จุด ดัชนี 1,621.89 จุด

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (8 ก.ย.69) ลบ 0.99 จุด ดัชนี 1,617.83 จุด

14. MTS Gold คาดราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบแคบ หลังตลาดสหรัฐฯ ปิดทำการเนื่องในวัน Labor Day โดยราคายังสามารถทรงตัวเหนือบริเวณ 4,400 เหรียญ ได้ค่อนข้างดี

15. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (8 ก.ย.69) บวก 6.96 จุด ดัชนี 1,625.78 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 10, 2026, 4:10 am