
• ประเทศไทยระดมทุน 25,000 ล้านบาท โดยผูกเงื่อนไขทางการเงินเข้ากับความสำเร็จของเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ
• นับเป็นครั้งแรกที่ผู้ออกตราสารหนี้ภาครัฐในเอเชีย บรรจุเป้าหมายด้านความหลากหลายทางชีวภาพไว้ในกรอบการระดมทุนที่ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Financing Framework)
• ต่อยอดความสำเร็จจากการออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืนรุ่นแรกของไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดเช่นกัน
ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ประกาศความสำเร็จในการทำหน้าที่เป็น Joint Sustainability Structuring Bank, Joint Bookrunner และ Joint Lead Arranger สำหรับการออกและเสนอขายพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bond: SLB) อายุ 15 ปี 8 เดือน วงเงิน 25,000 ล้านบาท ภายใต้กรอบการระดมทุนเพื่อความยั่งยืนฉบับปรับปรุงใหม่ (Sustainability-Linked Financing Framework)
การเสนอขายพันธบัตรครั้งนี้ได้รับการตอบรับอย่างแข็งแกร่งจากนักลงทุน โดยมีมูลค่าคำสั่งซื้อรวมกว่า 36,300 ล้านบาท หรือสูงกว่าวงเงินเสนอขายถึง 1.45 เท่า สะท้อนความเชื่อมั่นของตลาดต่อทิศทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทย
พันธบัตรดังกล่าวออกเป็นสกุลเงินบาทในตลาดภายในประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงการบูรณาการเครื่องมือทางการเงินเพื่อความยั่งยืนเข้าสู่แผนการระดมทุนหลักของรัฐบาล พร้อมเปิดโอกาสในการระดมเงินทุนจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทยในระยะยาว
พันธบัตรรุ่น SLB425A เชื่อมโยงกับตัวชี้วัดผลการดำเนินงานหลัก (KPIs) ด้านความยั่งยืน 2 ประการ ได้แก่:
• ตัวชี้วัดที่ 1: มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิของประเทศไทยลงให้เหลือ 152 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ภายในปี 2578 หรือคิดเป็นการลดลงร้อยละ 47 จากระดับการปล่อยในปี 2562
• ตัวชี้วัดที่ 2: มุ่งเพิ่มพื้นที่คุ้มครองทางบกและแหล่งน้ำจืดในแผ่นดิน รวมถึงพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (OECMs) ให้ครอบคลุมไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของพื้นที่แผ่นดินทั้งหมดของไทย ภายในปี 2573 (ค.ศ. 2030) ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ผู้ออกตราสารหนี้ภาครัฐในเอเชียบรรจุเป้าหมายด้านความหลากหลายทางชีวภาพลงในกรอบการระดมทุนเพื่อความยั่งยืน
ในฐานะ Joint Sustainability Structuring Bank สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดช่วยร่างกรอบฉบับปรับปรุงใหม่ โดยอาศัยความเชี่ยวชาญด้านการเงินเพื่อความยั่งยืน รวมถึงการเงินเพื่อธรรมชาติ (Nature Finance) ให้คำปรึกษาในการคัดเลือกตัวชี้วัด (KPIs) และเป้าหมายผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability Performance Targets: SPTs)
ธุรกรรมนี้ถือเป็นพันธบัตร SLB ภาครัฐที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชีย (รองจากพันธบัตร SLB ภาครัฐรุ่นแรกของไทย) และมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก ช่วยตอกย้ำความเป็นผู้นำของประเทศไทยในตลาดตราสารหนี้ภาครัฐเพื่อความยั่งยืน
นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กล่าวว่า“พันธบัตรรุ่น SLB425A จะนำเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่วัดผลได้เข้ามาสู่การบริหารหนี้สาธารณะ พร้อมกับสร้างสมดุลระหว่างต้นทุนและความเสี่ยงของการระดมทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ พันธบัตรยังทำหน้าที่เป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง (Benchmark) ตัวใหม่สำหรับพันธบัตรรัฐบาลไทย และช่วยส่งเสริมการเติบโตของตลาดการเงินเพื่อความยั่งยืนของประเทศ การมีธนาคารต่างชาติร่วมเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายช่วยขยายขอบเขตธุรกรรมสู่ระดับสากล เปิดโอกาสให้เข้าถึงกลุ่มนักลงทุนต่างชาติที่หลากหลายยิ่งขึ้น และขยายฐานนักลงทุนของประเทศไทยให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น”
นายชาร์ลส์ คอร์เบตต์ หัวหน้าสายงานลูกค้ารัฐกิจและสถาบันภาครัฐ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด กล่าวว่า”ประเทศไทยยังคงแสดงความเป็นผู้นำระดับโลกด้านการระดมทุนภาครัฐเพื่อความยั่งยืน ผ่านการต่อยอดโครงการพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง การออกพันธบัตรครั้งล่าสุดนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการผสานมิติด้านความยั่งยืนเข้ากับยุทธศาสตร์การระดมทุนหลักของประเทศ พร้อมทั้งริเริ่มเป้าหมายด้านธรรมชาติที่แปลกใหม่ควบคู่ไปกับเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศอันท้าทาย เราภูมิใจที่ได้สนับสนุนสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะในธุรกรรมประวัติศาสตร์ครั้งนี้ และได้นำความเชี่ยวชาญด้านการเงินเพื่อความยั่งยืน ตลาดตราสารหนี้ และการเงินเพื่อธรรมชาติ มาช่วยระดมทุนเพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาระยะยาวของประเทศไทย”
นายราฮุล เชธ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายตลาดตราสารหนี้และหัวหน้าฝ่ายพันธบัตรเพื่อความยั่งยืน ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนเส้นทางความยั่งยืนของประเทศไทยมาโดยตลอด ตั้งแต่กรอบความยั่งยืนฉบับแรกในปี 2563 ไปจนถึงกรอบการระดมทุนที่ส่งเสริมความยั่งยืนรุ่นแรกในปี 2567 และรุ่นล่าสุดนี้ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมาย NDC 3.0 ล่าสุดของไทย และบรรจุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกที่ยกระดับขึ้น เพื่อสนับสนุนเส้นทางของประเทศไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 (NZE 2050) นอกจากนี้ ยังนับเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับการเงินเพื่อความยั่งยืนในเอเชีย ด้วยการผสานตัวชี้วัดด้านความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อสนับสนุนเป้าหมาย 30x30 ภายใต้กรอบงานคุนหมิง-มอนทรีออลว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของโลก ส่งผลให้ไทยกลายเป็นผู้ออกตราสารหนี้ภาครัฐรายแรกในเอเชียที่นำเป้าหมายด้านความหลากหลายทางชีวภาพมาบรรจุในกรอบการระดมทุน ธุรกรรมครั้งประวัติศาสตร์นี้แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญเชิงลึกและความเป็นผู้นำตลาดของสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดในด้านโซลูชันทางการเงินเชิงนวัตกรรมที่สอดรับกับเจตนารมณ์ด้านความยั่งยืนของลูกค้ารัฐบาล”
การออกพันธบัตรครั้งนี้ต่อยอดจากความสำเร็จของพันธบัตร SLB รุ่นแรกของไทย ซึ่งเป็นพันธบัตร SLB ภาครัฐรุ่นแรกในเอเชียและเป็นรุ่นที่สามของโลก โดยธุรกรรมนำร่องดังกล่าวที่สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดให้การสนับสนุน สามารถระดมทุนในสกุลเงินท้องถิ่นได้มากกว่า 2.3 แสนล้านบาท ผ่านการเปิดประมูลเพิ่มเติม (Reopenings) หลายครั้ง ช่วยสร้างพันธบัตรรัฐบาลอายุ 15 ปีให้เป็นมาตรฐานอ้างอิง พร้อมสนับสนุนความก้าวหน้าสู่เป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของชาติ ซึ่งรวมถึงการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และการขับเคลื่อนนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศในวงกว้าง อีกทั้งยังมีส่วนกระตุ้นการพัฒนาตลาดการเงินที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืนของประเทศ โดยส่งสัญญาณความเชื่อมั่นที่ชัดเจนไปยังผู้มีส่วนร่วมในตลาดทั้งในและต่างประเทศ
สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนากรอบการระดมทุนที่ส่งเสริมความยั่งยืนฉบับแรกของประเทศไทยในปี 2567 โดยร่วมมือกับธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรายอื่น ๆ เพื่อปรับโครงสร้างให้สอดคล้องกับมาตรฐานตลาดสากลและความคาดหวังของนักลงทุนทั่วโลก
ข่าวเด่น