หุ้นทอง
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET แกว่งขึ้น แต่กรอบบนยังจำกัด"


 

คาด SET แกว่งตัวขึ้น โดยได้รับ Sentiment เชิงบวกจากการที่ Fitch Ratings ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือของไทยขึ้น หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศน่าจะได้แรงหนุนจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เริ่มต้นการเจรจาการค้ากับจีน ก่อนการประชุม ปธน.ทรัมป์ - ปธน.สีในช่วงปลายสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงมากขึ้น อาจเป็นปัจจัยจำกัดกรอบการขึ้นของดัชนี ทางเทคนิคดัชนีฟื้นตัวสลับผันผวน โดยยังไม่ผ่าน 1600 ทำให้ภาพรวมยังไม่เป็นบวกมากนัก

ประเด็นสำคัญ

• ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ปะทุพร้อมกันสองภูมิภาค หลังกลุ่มฮูตีอ้างความรับผิดชอบโจมตีกรุงริยาด และยูเครนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในกรุงมอสโก ความเสี่ยงอุปทานตึงตัวมากขึ้นมองบวกระยะสั้นต่อกลุ่มพลังงาน (PTTEP TOP SPRC)

• Fitch Ratings ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือไทยเป็น Stable จาก Negative พร้อมคงอันดับ BBB+ มองเสถียรภาพรัฐบาลมีแนวโน้มดีขึ้น นโยบายต่อเนื่อง ลดความไม่แน่นอนทางการเมือง หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ ระยะยาวมองบวกต่อตลาดหุ้นไทยและกลุ่มธนาคาร (BBL KTB KBANK)

• นายกฯ สั่งทีมเศรษฐกิจตั้งรับวิกฤติน้ำมันแพงรอบใหม่หลังสงครามตะวันออกกลางส่อเค้ายืดเยื้อ เตรียมคลอดแพ็กเกจช่วยประชาชน เสนอ ครม. 22 ก.ย. นี้ ดึง "งบกลาง-เงินกู้-กองทุนพลังงาน" พยุงราคา พร้อมเดินหน้าไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2 ให้เงิน 1,000 บาท/ราย ใช้ 2 เดือน อุดหนุน 60/40 ช่วยพยุงกำลังซื้อฐานราก มองบวกเล็กน้อยต่อกลุ่มค้าปลีก (CPALL CPAXT BJC)

• สภาพัฒน์ฯ เผยเกณฑ์ควบคุมธุรกิจ Data Center เช่น การควบคุมปริมาณการใช้ไฟฟ้า-น้ำ, การจัด Zoning เป็นต้น จะบังคับใช้ได้ในช่วงกลาง ต.ค. 2026 ช่วยคลายความกังวลด้านความชัดเจนของกฎเกณฑ์ เปิดทางบิ๊กเทคลุยลงทุนต่อเนื่อง ระยะสั้นมองบวกต่อกลุ่มนิคม (AMATA WHA) และโรงไฟฟ้า (GULF WHAUP GUNKUL)

• กพช. มีมติเห็นชอบตรึงค่า Ft งวด ก.ย.-ธ.ค. ที่ 16.23 สต./หน่วย ให้ กฟผ. และ ปตท. รับภาระสะสมแทนประชาชน พร้อมดึงเงินผลประโยชน์ส่วนเกิน 1.61 หมื่น ลบ. มาช่วยลดต้นทุนค่าไฟประชาชน อีกทั้งเห็นชอบขยายการส่งเสริมโซลาร์ภาคประชาชนในรูปแบบ Net Billing โดยขยายเป้ารับซื้อไฟฟ้ารวมเป็น 10,000MW (เดิม 500MW) กำหนดปริมาณเสนอขายไม่เกิน 5 kW/มิเตอร์ อัตรารับซื้อ 2.20 บาทต่อหน่วย เป็นเวลา 20 ปี มองบวกต่อกลุ่มรับติดตั้งและจำหน่ายอุปกรณ์โซลาร์รูฟท็อป (GULF GUNKUL HMPRO SCC)

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวผันผวนและมีความเสี่ยงทางลง (Downside Risk) หลังดัชนียังไม่สามารถยืนเหนือระดับแนวรับจิตวิทยาที่ 1,600 จุดได้ อีกทั้งบรรยากาศการลงทุนยังถูกกดดันจากปัจจัยมหภาค ได้แก่ นโยบายการเงินที่ตึงตัวขึ้น หลังเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยในสัปดาห์ก่อนและส่งสัญญาณ Hawkish ผ่าน Dot Plot ที่บ่งชี้ว่าอาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ หนุนให้ Bond Yield ทรงตัวสูง, แรงกดดันด้านอุปทานและเงินเฟ้อ หลังสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยืดเยื้อ หนุนให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ทรงตัวสูงเหนือ US$100/bbl กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” โดยเน้น “Buy on Dip”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET ผันผวนและมีความเสี่ยงทางลง หลังดัชนีหลุดแนวรับจิตวิทยาที่ 1,600 จุด อีกทั้งบรรยากาศลงทุนยังถูกกดดันจากปัจจัยมหภาค ได้แก่ นโยบายการเงินที่ตึงตัวขึ้น หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยในสัปดาห์ก่อนและส่งสัญญาณ Hawkish อาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้, แรงกดดันด้านอุปทานและเงินเฟ้อ หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางยืดเยื้อ หนุนให้ราคาน้ำมันดิบทรงตัวสูง กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” โดยเน้น “Buy on Dip” ผ่าน 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะ ดังนี้

1. Rate Hike & Weak Baht Play ที่ได้ประโยชน์เชิงโครงสร้างจากทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ที่ทรงตัวในระดับสูง ซึ่งสร้างความได้เปรียบด้าน Reinvestment Yield โดยกระแสเงินสดและตราสารที่ครบกำหนดอายุสามารถนำไปลงทุนใหม่ในอัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นได้อย่างกลุ่มธนาคาร (BBL KTB) และกลุ่มประกันชีวิต (TLI) รวมถึงกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่าอย่างกลุ่มส่งออก (TU)

2. Domestic Play ที่อิงรายได้ในประเทศเป็นหลัก มีอำนาจต่อรองราคาสูง และได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทำให้มีความทนทานต่อปัจจัยเสี่ยงภายนอกได้ดี ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL CRC) และกลุ่มการแพทย์ (BCH PR9)

3. High Dividend Play ซึ่งคาดให้ Div. Yield สม่ำเสมอสูงเกินปีละ 5% เพื่อสร้างกระแสเงินสดและเป็นหลุมหลบภัยท่ามกลางความผันผวนของตลาด ได้แก่ BBL KTB FTREIT LHSC 

Daily Top Picks

KCE: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากมูลค่าส่งออกเกาหลีใต้ช่วง 20 วันแรกของ ก.ย. 2026 เติบโตต่อเนื่องที่ 78% และค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่า ผลประกอบการ 2H26 คาดจะเติบโตต่อเนื่อง สนับสนุนจากการปรับขึ้นราคาขายราว 10-12% และการขยายกำลังการผลิต HDI เพื่อรองรับอุปสงค์ที่อยู่ในระดับสูง เป้าหมายระยะสั้นที่ 67.50 บาท

SPRC: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่คงตึงเครียด โดยเฉพาะโรงกลั่นรัสเซีย 2 แห่งที่ถูกโจมตีโดยยูเครน กำลังผลิตรวมราว 4.5 แสนบาร์เรลต่อวัน ซ้ำเติมสถานะปริมาณสต็อกน้ำมันสำเร็จรูปโลกที่อยู่ในระดับต่ำมาก คาดจะสนับสนุนค่าการกลั่นให้อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง เป้าหมายระยะสั้นที่ 14.70 บาท
 

 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 21 ก.ย. 2569 เวลา : 11:14:28
21-09-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. พยากรณ์อากาศวันนี้ (21 ก.ย.69) อุตุฯ เตือน "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก" ฝนตกหนัก 80% ภาคเหนือ-ภาคอีสาน-ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 70% ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 60%

2. ทองเปิดตลาดวันนี้ (21 ก.ย. 69) ลดลง 100 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 69,750 บาท

3. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (21 ก.ย. 69) บวก 6.94 จุด ดัชนี 1,591.09 จุด

4. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วงปลายสัปดาห์ และปิดบวกเป็น สัปดาห์แรกในรอบ 4 สัปดาห์ หลังยืนเหนือ 4,300 เหรียญ

5. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.15-33.40 บาท/ดอลลาร์

6. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 33.00-33.60 จับตาราคาน้ำมันโลก

7. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (21 ก.ย.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 33.34 บาทต่อดอลลาร์

8. ประกาศ กปน.: 21 ก.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหลถนนสี่พระยาตัดถนนเจริญกรุง

9. ประกาศ กปน.: 21 ก.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนราชปรารภตัดถนนศรีอยุธยา

10. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (18 ก.ย.69) บวก 0.81 จุด ดัชนี 1,584.15 จุด

11. MTS Gold คาดราคาทองคำกลับมาปรับตัวขึ้นและยืนเหนือ 4,350 เหรียญ ได้อีกครั้ง หลังเมื่อวานขึ้นทำจุดสูงสุดบริเวณ 4,380 เหรียญ

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (18 ก.ย. 69) บวก 3.55 จุด ดัชนี 1,586.89 จุด

13. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.15-33.40 บาท/ดอลลาร์

14. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (17 ก.ย.69) บวก 316.14 จุด ขานรับราคาน้ำมัน-บอนด์ยีลด์ชะลอตัว

15. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (17 ก.ย.69) บวก 12.20 เหรียญ รับราคาน้ำมันชะลอตัว-ดอลลาร์อ่อนค่า

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 21, 2026, 12:27 pm