แบงก์-นอนแบงก์
KKP ชี้โครงสร้างสาธารณสุขไทยถึงจุดเปลี่ยน ดันบทบาทเอกชน-ประกันสุขภาพขยายตัว


ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขของไทยเติบโตเร็วกว่า GDP คาดขยายตัวเฉลี่ย 4 - 7% ต่อปีจนถึงปี 2032 ตามเทรนด์สังคมสูงวัยและเทคโนโลยีการแพทย์

ปัจจุบันรัฐแบกรับภาระค่ารักษาพยาบาลสูงถึง 78% ของทั้งประเทศ คาดเผชิญข้อจำกัดด้านการคลังอย่างชัดเจนภายในปี 2030 บีบให้ต้องถ่ายโอนภาระสู่เอกชน

โครงสร้างที่เปลี่ยนไปส่งผลบวกต่อการเติบโตระยะยาวของโรงพยาบาลเอกชนและธุรกิจประกันสุขภาพ ซึ่งปัจจุบันยังมีอัตราการเข้าถึง (Penetration rate) ในระดับต่ำ

บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ภายใต้กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) เผยแพร่บทวิเคราะห์ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสาธารณสุขไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญ โดยพบว่าสัดส่วนการใช้จ่ายด้านสาธารณสุขของประเทศต่อ GDP เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 3.08% ในปี 2000 เป็น 4.54% ในปี 2023 และมีแนวโน้มที่ภาระส่วนนี้จะถูกถ่ายโอนจากภาครัฐไปยังภาคเอกชนมากขึ้นในระยะข้างหน้า

 
นายธีระพล อุดมเวศย์ นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากโครงสร้างประชากรที่สูงวัยขึ้นและต้นทุนทางการแพทย์ที่สูงขึ้นตามเทคโนโลยี ในขณะที่พื้นที่ทางการคลัง (Fiscal Space) ของภาครัฐมีจำกัดมากขึ้นเรื่อยๆ การปรับตัวของระบบสาธารณสุขไทยจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพึ่งพากลไกของภาคเอกชนและระบบประกันสุขภาพมากขึ้นในทศวรรษหน้า”

งบรัฐตึงตัว สู่ข้อจำกัดทางการคลังในปี 2030 
ปัจจุบัน รัฐบาลไทยเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขถึง 78% ของทั้งประเทศ ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงมากเมื่อเทียบกับฐานภาษีที่จัดเก็บได้ เมื่อผนวกกับภาระสวัสดิการสังคมที่เพิ่มขึ้นตามแนวโน้มสังคมสูงวัย บล.เกียรตินาคินภัทร ประเมินว่าข้อจำกัดด้านฐานะการคลังของรัฐจะมีผลชัดเจนภายในปี 2030 เนื่องจากข้อบังคับทางกฎหมายที่กำหนดให้ต้องรักษาสัดส่วนงบลงทุนไม่น้อยกว่า 20% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี เงื่อนไขนี้จะบีบให้รัฐบาลต้องควบคุมงบสวัสดิการและถ่ายโอนภาระค่าใช้จ่ายบางส่วนไปสู่ภาคเอกชน

โครงสร้างที่เปลี่ยนไป หนุนบทบาทโรงพยาบาลเอกชน 
ความยากในการปฏิรูประบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าภายใต้ข้อจำกัดทางการคลัง อาจทำให้ภาระค่าใช้จ่ายกว่า 450,000-500,000 ล้านบาทต่อปีของรัฐ ถูกถ่ายโอนมายังภาคเอกชนบางส่วน ซึ่งอาจคิดเป็นมูลค่าส่วนเพิ่มถึงกว่า 100,000 ล้านบาท หรือราว 40% ของรายได้ปัจจุบันของกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

นอกจากนี้ แม้ไทยจะสามารถผลิตบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าในช่วงปี 2015-2024 แต่สัดส่วนแพทย์ต่อประชากรยังคงต่ำกว่ามาตรฐานของหลายประเทศ การขาดแคลนทรัพยากรท่ามกลางอุปสงค์ที่สูงขึ้นจากโรคที่ซับซ้อน จะเป็นปัจจัยที่ทำให้โรงพยาบาลเอกชนยังคงรักษาความสามารถในการกำหนดราคา (Pricing Power) ไว้ได้ในระยะยาว
โอกาสเติบโตของธุรกิจประกันสุขภาพ 

การปรับตัวของระบบสาธารณสุขจะทำให้ความต้องการประกันสุขภาพเอกชนเพิ่มสูงขึ้นตามค่ารักษาพยาบาล ปัจจุบัน อัตราการทำประกันสุขภาพเอกชนของไทยยังอยู่เพียง 6.4% ของประชากร ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศ OECD (36%) อย่างมีนัยสำคัญ แต่พบว่าเบี้ยประกันสุขภาพเติบโตเฉลี่ยถึง 8% ต่อปีในช่วงปี 2019-2025 โดยในระยะข้างหน้า หากมีการปรับเพิ่มวงเงินลดหย่อนภาษี หรือใช้มาตรการร่วมจ่าย (Co-payment) จะยิ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ตลาดประกันสุขภาพขยายตัวได้อีกมาก
มุมมองการลงทุนเชิงโครงสร้าง 

จากแนวโน้มการเติบโตเชิงโครงสร้างดังกล่าว บล.เกียรตินาคินภัทร มองว่ากลุ่มโรงพยาบาลเอกชนยังมีความน่าสนใจในแง่ของมูลค่า (Valuation) ปัจจุบันกลุ่มโรงพยาบาลซื้อขายที่ระดับ P/E ปี 2026 ที่ 19 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคที่ราว 30 เท่า โดยประเมินว่ากำไรของกลุ่มได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 2 และจะทยอยฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง ทั้งนี้ ประเมินว่าหุ้นขนาดใหญ่ที่มีความพร้อมรองรับอุปสงค์ที่ซับซ้อนขึ้นอย่าง BDMS และ BH จะเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากทิศทางดังกล่าวทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
 
อ่านบทวิเคราะห์ฉบับเต็มได้ที่ https://advicecenter.kkpfg.com/th/kkp-research/thailand-healthcare-from-public-to-private 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 21 ก.ย. 2569 เวลา : 16:08:03
21-09-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (21 ก.ย.69) ดัชนีอยู่ที่ 1,598.03 จุด บวก 13.88 จุด หรือเพิ่มขึ้น 0.88% มูลค่าการซื้อขาย 68,454.74 ล้านบาท

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (21 ก.ย.69) บวก 9.45 จุด ดัชนี 1,593.60 จุด

3. ทีทีบี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.20-33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ จับตา Fed ความตึงเครียดตะวันออกกลาง และมาตรการการค้าสหรัฐฯ

4. พยากรณ์อากาศวันนี้ (21 ก.ย.69) อุตุฯ เตือน "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก" ฝนตกหนัก 80% ภาคเหนือ-ภาคอีสาน-ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 70% ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 60%

5. ทองเปิดตลาดวันนี้ (21 ก.ย. 69) ลดลง 100 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 69,750 บาท

6. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (21 ก.ย. 69) บวก 6.94 จุด ดัชนี 1,591.09 จุด

7. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วงปลายสัปดาห์ และปิดบวกเป็น สัปดาห์แรกในรอบ 4 สัปดาห์ หลังยืนเหนือ 4,300 เหรียญ

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.15-33.40 บาท/ดอลลาร์

9. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 33.00-33.60 จับตาราคาน้ำมันโลก

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (21 ก.ย.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 33.34 บาทต่อดอลลาร์

11. ประกาศ กปน.: 21 ก.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหลถนนสี่พระยาตัดถนนเจริญกรุง

12. ประกาศ กปน.: 21 ก.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนราชปรารภตัดถนนศรีอยุธยา

13. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (18 ก.ย.69) บวก 0.81 จุด ดัชนี 1,584.15 จุด

14. MTS Gold คาดราคาทองคำกลับมาปรับตัวขึ้นและยืนเหนือ 4,350 เหรียญ ได้อีกครั้ง หลังเมื่อวานขึ้นทำจุดสูงสุดบริเวณ 4,380 เหรียญ

15. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (18 ก.ย. 69) บวก 3.55 จุด ดัชนี 1,586.89 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 21, 2026, 6:13 pm