แบงก์-นอนแบงก์
SME D Bank เผยดัชนีเชื่อมั่น Q3/69 เอสเอ็มอีกังวลต้นทุนพลังงานสูง เดินหน้าเติมทุนดอกเบี้ยต่ำ ลดภาระ ยกระดับธุรกิจสีเขียว คว้าโอกาสไฮซีซั่น


 
 
SME D Bank เผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่น SMEs ประจำ Q3/69 ปรับลดลง จากปัจจัยเศรษฐกิจชะลอตัว ต้นทุนสินค้าและพลังงานพุ่งสูง กระทบกำไรลดลง ประกาศเร่งเดินหน้าเติมทุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ช่วยลดภาระทางการเงิน สนับสนุนยกระดับสู่ธุรกิจสีเขียว สร้างการเติบโตยั่งยืน และลงทุนในกิจการ  คว้าโอกาสช่วง Q4/2569 การบริโภคในประเทศฟื้น ในช่วงไฮซีซั่นการท่องเที่ยว 

 
นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศ ไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า “ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต่อเศรษฐกิจและธุรกิจ  ในไตรมาสที่ 3/2569 และคาดการณ์อนาคต” จัดทำโดย “ศูนย์วิจัยและข้อมูล ธพว.” ร่วมกับ สำนักวิจัยเศรษฐกิจและประเมินผล บริษัท เอ็กเซลเลนท์ บิสเนส แมเนจเม้นท์ จำกัด ซึ่งสำรวจจากกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกประเภทอุตสาหกรรม จำนวน 400 ตัวอย่าง พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นรวมของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ไตรมาส 3 ปี 2569 ปรับตัวลดลงอยู่ที่ระดับ 49.9 จากระดับ 51.9 ในไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ผ่านมา  สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เปราะบาง เนื่องจากมีความกังวลต่อต้นทุนสินค้าและพลังงานเพิ่มขึ้น ส่งให้กำลังซื้อชะลอลง รวมถึงมาตรการสนับสนุนเอสเอ็มอีของภาครัฐยังไม่ชัดเจนและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนยังไม่ทั่วถึง 

 
ทั้งนี้ ในกลุ่มวิสาหกิจรายย่อย (Micro) และกลุ่มวิสาหกิจขนาดย่อม (Small)  แม้ค่าดัชนีจะปรับลดลงจากไตรมาสก่อน แต่ยังอยู่เหนือระดับ 50 สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าว ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อธุรกิจที่ดีกว่ากลุ่มวิสาหกิจขนาดกลาง (Medium) ขณะที่รายอุตสาหกรรม พบว่า ธุรกิจบริการ  มีความเชื่อมั่นสูงสุดที่ 60.1 ตามด้วย บริการก่อสร้าง 55.4 และการผลิต 52.8  

ขณะที่คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า หรือไตรมาส 4 ปี 2569 ดัชนีความเชื่อมั่นรวมของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ปรับเพิ่มขึ้น จากระดับ 49.9 เป็น 58.2 สะท้อนมุมมองทางธุรกิจที่ดีขึ้น จากคำสั่งซื้อที่คาดว่าจะฟื้นตัว ส่งผลให้ผลประกอบการธุรกิจที่ปรับดีขึ้นชัดเจน เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนให้การบริโภคภายในประเทศฟื้นตัว ได้แก่ ยอดขายและกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น การเข้าสู่ช่วงเทศกาลและฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) และภาพรวมการลงทุนของประเทศที่ขยายตัว อย่างไรก็ตาม ความกังวลต่อต้นทุนการประกอบการที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ยังเป็นแรงกดดันสำคัญต่อธุรกิจในระยะข้างหน้า  ส่วนความต้องการสินเชื่อในไตรมาส 4 ปี 2569 ส่วนใหญ่ต้องการเป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อเสริมสภาพคล่องและลงทุนรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี อย่างไรก็ตาม ความต้องการสินเชื่อเพื่อลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในไตรมาส 4 ปี 2569

 
นอกจากนั้น ผลสำรวจมุมมองผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต่อโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” พบว่า  ส่วนใหญ่ระบุโครงการดังกล่าว ช่วยเพิ่มยอดขาย 5–20% เมื่อเทียบกับช่วงปกติ รวมถึงมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น ส่งผลดีโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะต่อกลุ่ม Micro ที่มียอดขายและลูกค้าเพิ่มขึ้นชัดเจน ขณะเดียวกันยังส่งผลต่อเนื่องไปยังธุรกิจอื่น ๆ ในระบบ โดยเฉพาะกลุ่ม Small แม้ไม่ได้เข้าร่วมโครงการโดยตรง แต่ได้รับประโยชน์จากกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น สะท้อนประสิทธิภาพของมาตรการที่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างทั่วถึง

นายพิชิต กล่าวเสริมว่า จากผลสำรวจดังกล่าวที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มีความกังวลต้นทุนพลังงานสูง  SME D Bank ได้จัดเตรียมสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ  เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง ลดต้นทุนทางการเงิน และสนับสนุนยกระดับปรับเปลี่ยนใช้พลังงานสะอาด สร้างการเติบโตยั่งยืน รวมถึง รองรับการลงทุนช่วงไฮซีซั่นการท่องเที่ยว  ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี  วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท พร้อมทั้ง ปรับปรุงกฎระเบียบ ปลดล็อคอุปสรรค ควบคู่กับผ่อนปรน คุณสมบัติผู้กู้ และหลักประกัน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนได้อย่างรวดเร็ว และทันต่อสถานการณ์ ควบคู่มอบบริการด้านการพัฒนา เพิ่มศักยภาพปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต ผ่านกิจกรรมพัฒนาครบวงจร ทั้ง Onsite และ Online ด้วย “DX Platform” ช่วยเข้าถึงองค์ความรู้ เครื่องมือ และบริการต่าง ๆ ได้สะดวก ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง   
สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ต้องการรับบริการด้านการเงินและการพัฒนาจาก SME D Bank สามารถแจ้งความประสงค์ได้ ณ สาขา SME D Bank ทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น LINE Official Account : SME Development Bank  และเว็บไซต์ www.smebank.co.th เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 02 ต.ค. 2569 เวลา : 11:31:40
02-10-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (1 ต.ค.69) บวก 15.60 ดอลลาร์ เงินเฟ้อต่ำกว่าคาดหนุนเฟดไม่ขึ้นดอกเบี้ยเดือนนี้

2. พยากรณ์อากาศวันนี้ (2 ต.ค.69) ภาคอีสานตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพปริมณฑล ฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น "กรุงเทพปริมณฑล" ฝน 60% ภาคอีสาน-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ 40% ภาคเหนือ 30%

3. ทองเปิดตลาดวันนี้ (2 ต.ค.69) ลดลง 200 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 67,000 บาท

4. MTS Gold คาดราคาทองคำเช้านี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,150 เหรียญ และมีแนวโน้มปิดลบเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน

5. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (2 ต.ค. 69) บวก 4.56 จุด ดัชนี 1,568.47 จุด

6. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (2 ต.ค.69) ทรงตัว ที่ระดับ 33.66 บาทต่อดอลลาร์

7. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.55 - 33.80 บาท/ดอลลาร์

8. ด่วน!!! พรุ่งนี้น้ำมันขึ้นราคาทุกชนิด 75 สต./ลิตร หลัง กบน. มีมติเห็นชอบปรับลดภาระกองทุนฯ รับศึกตะวันออกกลางยืดเยื้อ ดันราคาน้ำมันโลกพุ่ง

9. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (1 ต.ค.69) บวก 4.90 จุด ดัชนี 1,563.91 จุด

10. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (1 ต.ค.69) บวก 4.48 จุด ดัชนี 1,563.49 จุด

11. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงผันผวน โดยมีแรงขายกดดันให้ราคากลับมาทรงตัวบริเวณ 4,150 เหรียญ หลังเมื่อวานรีบาวด์ขึ้นไปแตะ 4,217 เหรียญ

12. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (30 ก.ย.69) บวก 7 ดอลลาร์ หลังเงินเฟ้อต่ำกว่าคาด ลดโอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือน ต.ค.

13. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (30 ก.ย.69) ร่วงแรง 443.87 จุด กังวลราคาน้ำมันพุ่ง หนุนเงินเฟ้อสูง

14. พยากรณ์อากาศวันนี้ (1 ต.ค.69) ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ "ภาคใต้ ฝั่ง ตต." ฝน 60% ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 40% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคอีสาน-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก 30% ภาคเหนือ 20%

15. ทองเปิดตลาดวันนี้ (1 ต.ค.69) ร่วง 250 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 67,100 บาท

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 2, 2026, 12:20 pm