เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
Scoop : ส่งออกไทยโต แต่เจอปัญหา "Export Concentration" เมื่อสินค้าเกษตร-อุตสาหกรรมไทยยังไม่ฟื้น


 

    by วิภาดา จิณณวาโส
 
การส่งออกไทยยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจในปี 2569 นี้ โดยช่วง 8 เดือนแรกที่ผ่านมา การส่งออกไทยมีมูลค่า 266,149.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 18.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่เดือนสิงหาคม 2569 เพียงเดือนเดียวขยายตัว 24.3% แตะ 34,618.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงหนุนอย่างชัดเจนจากสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ ท่ามกลางความต้องการทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนด้าน AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
 
อย่างไรก็ตาม เมื่อมองลงไปใต้ตัวเลขการส่งออกที่เติบโตแรง จะเห็นว่าการฟื้นตัวไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทุกกลุ่มสินค้า สินค้าเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์กำลังเป็นแรงส่งสำคัญ ขณะที่สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรยังหดตัวในช่วง 8 เดือนแรก และอุตสาหกรรมดั้งเดิมบางรายการยังเผชิญแรงกดดัน ภาพนี้ทำให้ประเด็นที่ต้องจับตาไม่ใช่แค่ “ส่งออกโตเท่าไร” แต่คือ “โตจากอะไร” และการเติบโตนั้นกระจายตัวมากพอหรือไม่
 
ประเด็นดังกล่าวเชื่อมโยงโดยตรงกับแนวคิด Export Concentration หรือ “การกระจุกตัวของการส่งออก” ซึ่งหมายถึงการที่รายได้จากการส่งออกพึ่งพาสินค้าหรืออุตสาหกรรมบางกลุ่มในสัดส่วนสูง จนการเปลี่ยนแปลงของสินค้ากลุ่มนั้นสามารถส่งผลต่อภาพรวมการส่งออกของประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ การมีสินค้าหลักที่เติบโตเร็วไม่ใช่เรื่องเสียหาย หากเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและอยู่ในตลาดโลกที่กำลังขยายตัว แต่ความเสี่ยงจะเกิดขึ้นเมื่อการเติบโตของการส่งออกเริ่มพึ่งพาแรงส่งจากสินค้าไม่กี่กลุ่มมากขึ้น เพราะยอดส่งออกที่โตเร็วในวันนี้อาจไม่ได้หมายความว่าโครงสร้างการส่งออกมีความหลากหลายและรับมือกับความผันผวนได้ดีขึ้น

กรณีของไทยเห็นภาพนี้ได้จากการขยายตัวของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากวัฏจักรเทคโนโลยีและการลงทุนด้าน AI ทั่วโลก โดยในเดือนสิงหาคม 2569 สินค้าหลายรายการเติบโตในระดับสูง เช่น คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ โทรศัพท์และอุปกรณ์ แผงวงจรไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า และวงจรพิมพ์ ทำให้กลุ่มเทคโนโลยีกลายเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญที่ช่วยดันการส่งออกไทยในปีนี้

แรงส่งดังกล่าวมีความหมายเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ เพราะไทยกำลังเข้าไปมีส่วนร่วมกับห่วงโซ่อุปทานใหม่ที่เกิดขึ้นจาก AI, Data Center และการลงทุนด้านดิจิทัลทั่วโลก แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ทำให้โครงสร้างการส่งออกไทยต้องพึ่งพาวัฏจักรของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมากขึ้นเช่นกัน หากการลงทุนด้าน AI ยังขยายตัว ความต้องการสินค้าไทยในกลุ่มนี้ก็มีโอกาสเติบโตต่อ แต่หากวัฏจักรเทคโนโลยีเข้าสู่ช่วงชะลอตัว ผลกระทบก็อาจส่งผ่านมายังภาคส่งออกได้รวดเร็ว

ตรงนี้เองคือแก่นของ Export Concentration เพราะความเสี่ยงไม่ได้เกิดจากการที่สินค้ากลุ่มหนึ่งเติบโตมากเกินไป แต่เกิดจากการที่เครื่องยนต์ส่งออกอื่น ๆ ไม่สามารถเติบโตขึ้นมาช่วยกระจายความเสี่ยงได้ในเวลาเดียวกัน ข้อมูลช่วง 8 เดือนแรกสะท้อนภาพดังกล่าวได้ชัดขึ้น เมื่อสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรยังหดตัว 2.4% แม้ภาคส่งออกโดยรวมจะขยายตัวสูง ขณะที่เดือนสิงหาคม 2569 สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรขยายตัวเพียง 1.4% โดยสินค้าเกษตรขยายตัว 4.2% แต่อุตสาหกรรมเกษตรยังหดตัว 1.9% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5

ความแตกต่างไม่ได้เกิดเฉพาะระหว่างเทคโนโลยีกับเกษตรเท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นภายในภาคอุตสาหกรรมเองด้วย แม้สินค้าอุตสาหกรรมโดยรวมในเดือนสิงหาคม 2569 จะขยายตัวถึง 27.1% แต่สินค้าบางกลุ่มยังหดตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกล รวมถึงรถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ นั่นหมายความว่าไม่ควรตีความตัวเลข “สินค้าอุตสาหกรรมโต” ว่าอุตสาหกรรมไทยกำลังฟื้นตัวพร้อมกันทั้งหมด

เมื่อมองแบบนี้ ตัวเลขส่งออกที่แข็งแกร่งจึงมีสองด้าน ด้านหนึ่งคือไทยกำลังได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการลงทุนด้านเทคโนโลยี แต่อีกด้านคือแรงส่งใหม่ยังไม่ได้กระจายไปยังฐานการผลิตเดิมทั้งหมด ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตกับอุตสาหกรรมที่ยังเผชิญแรงกดดัน

ประเด็นนี้สำคัญต่อเศรษฐกิจไทยมากกว่าการดูตัวเลขส่งออกเพียงเดือนต่อเดือน เพราะการส่งออกไม่ได้สร้างผลต่อเศรษฐกิจในลักษณะเดียวกันทั้งหมด สินค้าบางประเภทอาจมีมูลค่าส่งออกสูง แต่ต้องพึ่งพาชิ้นส่วน เครื่องจักร หรือวัตถุดิบนำเข้าจำนวนมาก ขณะที่บางอุตสาหกรรมอาจเชื่อมโยงกับผู้ผลิตไทยจำนวนมากและสร้างรายได้กระจายไปยังธุรกิจขนาดเล็กได้กว้างกว่า

ดังนั้น สิ่งที่ต้องจับตาจึงไม่ใช่แค่ Export Concentration ในแง่ว่า “ไทยขายสินค้าอะไร” แต่รวมถึงว่า มูลค่าที่เกิดจากการส่งออกนั้นถูกสร้างขึ้นในประเทศไทยมากแค่ไหน และกระจายไปถึงผู้ประกอบการกลุ่มใดบ้าง ในกรณีของอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี ไทยมีโอกาสเพิ่มบทบาทในห่วงโซ่อุปทานโลก แต่หากยังอยู่ในกิจกรรมที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบและเทคโนโลยีจำนวนมาก ประโยชน์ต่อเศรษฐกิจภายในประเทศก็อาจไม่เพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกับมูลค่าการส่งออก การเพิ่มตัวเลขส่งออกจึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้น สิ่งที่สำคัญกว่าคือการยกระดับให้ไทยสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศได้มากขึ้น

ขณะเดียวกัน ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมดั้งเดิมก็ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเครื่องยนต์เก่าที่หมดความสำคัญ เพราะการกระจายโครงสร้างการส่งออกไม่ได้หมายถึงการพยายามทำให้ทุกอุตสาหกรรมโตเท่ากัน แต่หมายถึงการทำให้ไทยมีเครื่องยนต์หลายตัวที่สามารถเติบโตในตลาดโลกได้ และแต่ละตัวมีความสามารถในการสร้างมูลค่าเพิ่มแตกต่างกัน สินค้าเกษตรจึงมีโจทย์มากกว่าการเพิ่มปริมาณส่งออก แต่ต้องขยับจากการขายวัตถุดิบไปสู่สินค้าแปรรูป อาหารมูลค่าสูง และแบรนด์ที่สามารถกำหนดราคาได้เองมากขึ้น ส่วนอุตสาหกรรมดั้งเดิมต้องเร่งยกระดับเทคโนโลยี ประสิทธิภาพ และชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้แม้โครงสร้างการค้าโลกเปลี่ยนไป

อีกด้านหนึ่งคือการกระจายตลาดส่งออก เพราะความเสี่ยงจาก Export Concentration ไม่ได้เกิดเฉพาะจากการพึ่งพาสินค้าบางประเภท แต่ยังเกิดจากการพึ่งพาตลาดบางแห่งมากเกินไปด้วย โดยเฉพาะเมื่อการส่งออกไปตลาดใดตลาดหนึ่งเติบโตอย่างโดดเด่น หากเกิดการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ นโยบายการค้า หรือมาตรการภาษีในตลาดนั้น ผลกระทบก็สามารถส่งผ่านมายังผู้ส่งออกไทยได้อย่างรวดเร็ว

โจทย์ของไทยในระยะต่อไปจึงไม่ใช่การลดความสำคัญของ Electronics หรือพยายามหยุดการเติบโตของสินค้าเทคโนโลยี เพราะนี่คือโอกาสใหม่ที่ไทยควรเร่งคว้า แต่ต้องใช้แรงส่งดังกล่าวเป็นฐานในการสร้างระบบนิเวศการผลิตที่กว้างขึ้น เชื่อมโยงผู้ผลิตไทยเข้ากับห่วงโซ่อุปทาน เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนและบริการในประเทศ และต่อยอดจากการเป็นฐานการผลิตไปสู่กิจกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งหากไทยทำได้ การเติบโตของเทคโนโลยีก็จะไม่ใช่เพียงแรงส่งให้ตัวเลขส่งออกเพิ่มขึ้น แต่สามารถกลายเป็นเครื่องยนต์ที่ช่วยยกระดับภาคการผลิตไทยในวงกว้าง ขณะเดียวกันการพัฒนาสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมกลุ่มอื่นให้กลับมาแข่งขันได้ ก็จะช่วยลดการพึ่งพาการเติบโตจากสินค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

โดยสรุปแล้ว การส่งออกไทยในปี 2569 ยังมีภาพที่แข็งแกร่งอย่างชัดเจน แต่การเติบโตที่สูงไม่ควรถูกตีความว่าโครงสร้างการส่งออกแข็งแรงขึ้นในทุกด้าน เพราะเมื่อแรงส่งกระจุกตัวอยู่ในสินค้าบางกลุ่ม ขณะที่สินค้าเกษตร อุตสาหกรรมเกษตร และอุตสาหกรรมดั้งเดิมบางส่วนยังไม่ฟื้นเต็มที่ ความเสี่ยงจาก Export Concentration ก็ยิ่งมีความสำคัญ ดังนั้น สิ่งที่ไทยต้องสร้างจึงไม่ใช่เพียง “ยอดส่งออกที่โตขึ้น” แต่เป็น “ฐานส่งออกที่หลากหลายขึ้น” สร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศมากขึ้น และกระจายประโยชน์ไปยังผู้ประกอบการได้กว้างขึ้น เพราะการส่งออกที่โตจากเครื่องยนต์ไม่กี่ตัวอาจทำให้ตัวเลขดูดีในระยะสั้น แต่การมีเครื่องยนต์หลายตัวที่แข็งแรงพร้อมกันต่างหากที่จะทำให้ภาคส่งออกไทยรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ในระยะยาว

LastUpdate 04/10/2569 20:55:08 โดย : Admin
04-10-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ประกาศ กปน.: ด่วนมาก!!! วันนี้ 2 ต.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล โรงงานผลิตน้ำสามเสน 2

2. ประกาศ กปน.: 6 ต.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนจรัญสนิทวงศ์

3. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (2 ต.ค.69) บวก 7.71 จุด ดัชนี 1,571.62 จุด

4. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (2 ต.ค.69) บวก 6.71 จุด ดัชนี 1,570.62 จุด

5. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (1 ต.ค.69) บวก 20.51 จุด หลังบอนด์ยีลด์ชะลอตัว จับตาจ้างงานสหรัฐฯ

6. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (1 ต.ค.69) บวก 15.60 ดอลลาร์ เงินเฟ้อต่ำกว่าคาดหนุนเฟดไม่ขึ้นดอกเบี้ยเดือนนี้

7. พยากรณ์อากาศวันนี้ (2 ต.ค.69) ภาคอีสานตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพปริมณฑล ฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น "กรุงเทพปริมณฑล" ฝน 60% ภาคอีสาน-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ 40% ภาคเหนือ 30%

8. ทองเปิดตลาดวันนี้ (2 ต.ค.69) ลดลง 200 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 67,000 บาท

9. MTS Gold คาดราคาทองคำเช้านี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,150 เหรียญ และมีแนวโน้มปิดลบเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน

10. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (2 ต.ค. 69) บวก 4.56 จุด ดัชนี 1,568.47 จุด

11. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (2 ต.ค.69) ทรงตัว ที่ระดับ 33.66 บาทต่อดอลลาร์

12. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.55 - 33.80 บาท/ดอลลาร์

13. ด่วน!!! พรุ่งนี้น้ำมันขึ้นราคาทุกชนิด 75 สต./ลิตร หลัง กบน. มีมติเห็นชอบปรับลดภาระกองทุนฯ รับศึกตะวันออกกลางยืดเยื้อ ดันราคาน้ำมันโลกพุ่ง

14. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (1 ต.ค.69) บวก 4.90 จุด ดัชนี 1,563.91 จุด

15. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (1 ต.ค.69) บวก 4.48 จุด ดัชนี 1,563.49 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 4, 2026, 9:38 pm