เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิเคราะห์ "เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ยุคแห่งไฟฟ้า Age of Electricity"


 ?

• โลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ไฟฟ้าเป็นศูนย์กลางของระบบเศรษฐกิจ (Age of Electricity) โดยองค์กรด้านพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2019 ความต้องการไฟฟ้าของโลกเติบโตเร็วกว่าการใช้พลังงานโดยรวมมากกว่า 2 เท่า โดยมีแรงขับจากรถยนต์ไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ ภาคอุตสาหกรรม และ Data Center

• ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดในปี 2025 ไฟฟ้าคิดเป็นประมาณ 23% ของการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายของโลก ในขณะที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่พึ่งพาไฟฟ้าสร้าง GDP โลกเกือบครึ่งหนึ่ง (45%) นอกจากนี้มีการประเมินว่า สัดส่วนไฟฟ้าในการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายของโลกจะเพิ่มเป็น 35% ในปี 2035 สะท้อนความสำคัญของกระบวนการเปลี่ยนผ่านจากการใช้พลังงานรูปแบบอื่นมาเป็นการใช้พลังงานไฟฟ้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ (Electrification) ส่งผลให้การเข้าถึงไฟฟ้าที่เพียงพอและเชื่อถือได้จึงมีผลต่อความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจมากขึ้น

• ไทยกำลังเข้าสู่ Age of Electricity เช่นเดียวกับโลก จากการเติบโตของ EV, Data Center และการเปลี่ยนกระบวนการผลิตมาใช้ไฟฟ้ามากขึ้น ทำให้โจทย์ของระบบพลังงานไทยเปลี่ยนจากเพียงการมีไฟฟ้าเพียงพอ ไปสู่การมีไฟฟ้าที่ เพียงพอ สะอาด มีเสถียรภาพ และมีต้นทุนแข่งขันได้

• ทั้งนี้ ไฟฟ้าพลังงานสะอาด จะมีความสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของไทยมากขึ้น เพราะอุตสาหกรรมใหม่และ Supply Chain โลกต้องการไฟฟ้าคาร์บอนต่ำมากขึ้น ประกอบกับ การตั้งเป้าหมาย NDC 3.0 และ Net Zero 2050 ของประเทศไทยจะทำให้การลด Carbon Intensity ของระบบไฟฟ้ากลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจไทย เนื่องจากภาคการผลิตไฟฟ้าของไทยยังคงปล่อย CO2 ราว 87 ล้านตันต่อปี

• ความท้าทายจึงไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาด (Renewable Capacity) เพียงอย่างเดียว แต่คือการลงทุนใน Grid, BESS เพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้ทันความต้องการใหม่ๆ และไม่ให้เป็นข้อจำกัดด้านการเติบโต ความมั่นคง และต้นทุนไฟฟ้าของ EV, Data Center และ Electrification ในภาคอุตสาหกรรม แต่ยังคงต้องติดตามทิศทางการกำหนดนโยบายด้านพลังงานไทยที่เกี่ยวข้อง เช่น PDP2026, Direct PPA, การใช้เงินกู้ตาม พรก. เงินกู้ฯ จำนวนสองแสนล้านบาทเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เป็นต้น

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 05 ต.ค. 2569 เวลา : 15:20:26
05-10-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (5 ต.ค.69) บวก 1.18 จุด ดัชนี 1,572.80 จุด

2. MTS Gold คาดราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways ราคายังสามารถรักษาระดับเหนือ 4,100 เหรียญ ได้ มีโอกาสแกว่งตัวขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,200 เหรียญ

3. ทีทีบี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.50-33.90 บาทต่อดอลลาร์ฯ จับตาท่าทีเฟด หลังตลาดแรงงานสหรัฐฯ เริ่มชะลอตัว

4. อุตุฯ ประกาศเตือน 5-7 ต.ค. ประเทศไทยตอนบนอากาศแปรปรวน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง / 9-13 ต.ค. ภาคตะวันออก-ภาคกลาง-กรุงเทพปริมณฑล-ภาคใต้ มีฝนเพิ่มขึ้น ฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (5 ต.ค.69) ประเทศไทยตอนบนอากาศแปรปรวน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง อาจเกิดฟ้าผ่าบางพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง / "กรุงเทพปริมณฑล และทุกภาคทั่วไทย" ฝน 60% เว้น ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 40%

6. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 33.30-33.85 ขณะบอนด์ยิลด์สหรัฐฯยังค้างสูง

7. ทองเปิดตลาดวันนี้ ( 5 ต.ค.69) ปรับขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 66,950 บาท

8. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (5 ต.ค.69) บวก 9.30 จุด ดัชนี 1,580.92 จุด

9. ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ (5 ต.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.56 บาทต่อดอลลาร์

10. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.40 - 33.65 บาท/ดอลลาร์

11. ประกาศ กปน.: ด่วนมาก!!! วันนี้ 2 ต.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล โรงงานผลิตน้ำสามเสน 2

12. ประกาศ กปน.: 6 ต.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนจรัญสนิทวงศ์

13. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (2 ต.ค.69) บวก 7.71 จุด ดัชนี 1,571.62 จุด

14. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (2 ต.ค.69) บวก 6.71 จุด ดัชนี 1,570.62 จุด

15. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (1 ต.ค.69) บวก 20.51 จุด หลังบอนด์ยีลด์ชะลอตัว จับตาจ้างงานสหรัฐฯ

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 5, 2026, 4:28 pm