แบงก์-นอนแบงก์
เมย์แบงก์เปิดมุมมองทิศทางพลังงานไทย จับสัญญาณ PDP 2026 - Direct PPA - Data Center สู่ธีมลงทุนรอบใหม่ของเศรษฐกิจไทย


บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จัดงาน "Maybank Exclusive Meeting with Minister of Energy" เปิดเวทีพิเศษสำหรับนักลงทุนสถาบัน รับฟังวิสัยทัศน์และทิศทางนโยบายพลังงานของประเทศไทยจาก นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของภาคพลังงานโลก และความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากอุตสาหกรรมใหม่ โดยเฉพาะ Data Center และเศรษฐกิจดิจิทัล

การจัดงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของเมย์แบงก์ในการเชื่อมโยงนักลงทุนกับข้อมูลเชิงนโยบายและมุมมองจากผู้กำหนดทิศทางเศรษฐกิจโดยตรง เพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถประเมินทั้งโอกาสและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของประเทศ และนำไปประกอบการวางกลยุทธ์การลงทุนได้อย่างรอบด้าน โดยภายในงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้ฉายภาพทิศทางนโยบายพลังงานไทยภายใต้หลักสำคัญ “พลังงานสะอาด ความมั่นคงด้านอุปทาน และราคาที่เป็นธรรม” พร้อมเดินหน้าปรับโครงสร้างภาคพลังงานเพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในอนาคต และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย

หนึ่งในกลไกสำคัญคือ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP 2026 ซึ่งวางแนวทางเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดในระบบไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ ควบคู่กับการรักษาความมั่นคงของระบบและบริหารต้นทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยกระทรวงพลังงานได้สื่อสารก่อนหน้านี้ว่า PDP ฉบับใหม่มีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเป็นประมาณ 50% ในช่วง 10 ปีแรก และขยับสูงขึ้นในระยะยาว พร้อมเปิดรับเทคโนโลยีพลังงานรูปแบบใหม่ รวมถึงระบบกักเก็บพลังงานและ Smart Grid 

อีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนคือการเปิดตลาดซื้อขายไฟฟ้าสะอาดแบบตรง หรือ Direct Power Purchase Agreement (Direct PPA) ซึ่งจะช่วยให้อุตสาหกรรมสามารถเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนได้โดยตรง และมีบทบาทสำคัญต่อการดึงดูดการลงทุนจากอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาด โดยเฉพาะ Data Center และธุรกิจเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ทั้งนี้ Direct PPA ยังเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ภาครัฐใช้สนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของประเทศภายใต้ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้นทั่วโลก 

สำหรับภาคการผลิตไฟฟ้า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานระบุว่า แม้พลังงานสะอาดจะมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ Independent Power Producers หรือ IPP ยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบไฟฟ้าไทย โดยเฉพาะในด้านความมั่นคงของระบบ ขณะที่โอกาสการลงทุนใหม่อาจค่อย ๆ เปลี่ยนไปสู่พลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยรองรับการเปลี่ยนผ่านของระบบไฟฟ้า ในส่วนของ การสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (E&P) รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มแหล่งพลังงานในประเทศและการกระจายแหล่งจัดหา เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด LNG โลก โดยเฉพาะ Spot LNG รวมถึงการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อพัฒนาแหล่งพลังงานเพิ่มเติม ทั้งในเมียนมาและพื้นที่อื่น ๆ ซึ่งจะช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงานและลดความเสี่ยงด้านต้นทุนในระยะยาว  นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีแนวทางส่งเสริมการใช้ เชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel) เช่น เอทานอลและไบโอดีเซล เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยยังพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันในสัดส่วนสูง ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างตลาดให้กับผลผลิตทางการเกษตรและกระจายรายได้สู่ภาคเกษตรกรรม 

จากทิศทางนโยบาย สู่ 4 ธีมลงทุนที่ควรจับตา

สำหรับนักลงทุน การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไม่ได้สร้างโอกาสเฉพาะในกลุ่มพลังงานหรือโรงไฟฟ้า แต่ยังขยายไปสู่โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และ Digital Economy โดยมี 4 ธีมสำคัญที่ควรติดตาม

พลังงานหมุนเวียน – Energy Storage – Smart Grid การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนภายใต้ PDP 2026 จะผลักดันการลงทุนทั้งในโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด ระบบกักเก็บพลังงาน และโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบ นักลงทุนจึงควรมองโอกาสให้กว้างกว่าผู้ผลิตไฟฟ้า ไปยังธุรกิจที่อยู่ในห่วงโซ่ Energy Infrastructure ด้วย

Direct PPA – Data Center – Digital Infrastructure การเปิด Direct PPA จะช่วยให้ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ Data Center สามารถเข้าถึงพลังงานสะอาดได้โดยตรงมากขึ้น และอาจสร้างโอกาสต่อเนื่องไปยังผู้ผลิตไฟฟ้า นิคมอุตสาหกรรม สาธารณูปโภค และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรพิจารณาความพร้อมของโครงการและความสามารถในการสร้างรายได้จริง มากกว่ามองเพียงกระแส Data Center

Energy Security – E&P – Natural Gas แม้ไทยจะเดินหน้าสู่พลังงานสะอาด แต่ก๊าซธรรมชาติยังคงมีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า การเพิ่มแหล่งผลิตในประเทศและลดการพึ่งพา Spot LNG จึงทำให้ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านก๊าซ ยังเป็นกลุ่มที่ควรติดตามในระยะกลางถึงยาว

IPP และโรงไฟฟ้าเดิม โรงไฟฟ้าแบบดั้งเดิมยังจำเป็นต่อเสถียรภาพของระบบ แต่เมื่อกำลังผลิตใหม่มีแนวโน้มมุ่งสู่พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น การประเมินโอกาสของกลุ่ม IPP จึงควรให้น้ำหนักกับคุณภาพของสินทรัพย์ อายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้า กระแสเงินสด และความสามารถในการปรับพอร์ตเข้าสู่ธุรกิจพลังงานรูปแบบใหม่

ภาพรวมจากเวทีครั้งนี้จึงสะท้อนว่า การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของไทยไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด แต่เป็นการปรับโครงสร้างที่เชื่อมโยงทั้ง Energy Security, Competitiveness และ New Economy และหากประเทศไทยสามารถพัฒนาแหล่งพลังงานที่มีความมั่นคง มีต้นทุนที่แข่งขันได้ และสามารถตอบโจทย์ด้านความยั่งยืนได้พร้อมกัน จะช่วยสนับสนุนทั้งภาคธุรกิจเดิมและสร้างความพร้อมในการรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

การจัด Maybank Exclusive Meeting with Minister of Energy จึงเป็นส่วนหนึ่งของบทบาทของ Maybank Securities Thailand ในการเชื่อมโยงนักลงทุนกับข้อมูลและมุมมองจากผู้กำหนดนโยบายโดยตรง เพื่อให้สามารถเข้าใจทั้งทิศทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรม และนำข้อมูลดังกล่าวไปประกอบการประเมินโอกาสการลงทุนได้อย่างรอบด้าน
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 07 ต.ค. 2569 เวลา : 18:31:52
07-10-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (7 ต.ค.69) บวก 2.41 จุด ดัชนี 1,584.63 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (7 ต.ค.69) บวก 6.18 จุด ดัชนี 1,588.40 จุด

3. อุตุฯ เตือน 9-13 ต.ค. ฝนตกหนักถึงหนักมากทุกภาคทั่วไทย "กรุงเทพปริมณฑล" ระวัง 10-11 ต.ค. ฝนถล่มอีกครั้ง

4. MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกยังทรงตัวบริเวณ 4,150 เหรียญ หลังเมื่อวานมีแรงซื้อกลับจากจุดต่ำสุดบริเวณ 4,103 เหรียญ ขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 4,184 เหรียญ

5. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.50 - 33.75 บาท/ดอลลาร์

6. พยากรณ์อากาศวันนี้ (7 ต.ค.69) ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. ฝนฟ้าคะนอง 70% คลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร / กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 60% /ภาคอีสาน 20%

7. ทองเปิดตลาดวันนี้ (7 ต.ค.69) "คงที่" ทองรูปพรรณ ขายออก 66,900 บาท

8. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (7 ต.ค.69) ลบ 4.28 จุด ดัชนี 1,577.94 จุด

9. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (6 ต.ค.69) บวก 253.38 จุด ขานรับบอนด์ยีลด์ร่วง-น้ำมันย่อตัว

10. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (6 ต.ค.69) บวก 30.30 เหรียญ ขานรับดอลลาร์อ่อนค่า-บอนด์ยีลด์ร่วง

11. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (7 ต.ค.69) ทรงตัว ที่ระดับ 33.62 บาทต่อดอลลาร์

12. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (6 ต.ค.69) บวก 5.77 จุด ดัชนี 1,582.22 จุด

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (6 ต.ค.69) บวก 10.03 จุด ดัชนี 1,586.48 จุด

14. อุตุฯ ประกาศเตือน 9 -13 ต.ค. "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้" ฝนเพิ่มขึ้น ฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

15. MTS Gold คาดราคาทองคำยังทรงตัวในโซนล่างบริเวณ 4,140 - 4,160 เหรียญ ท่ามกลางแรงกดดันจากดัชนีดอลลาร์ที่แข็งค่าบริเวณ 102 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 7, 2026, 8:02 pm