แบงก์-นอนแบงก์
NCB จับมือ ASEAN - UK Economic Integration Programme ร่วมเสวนาเชิงนโยบายด้าน Alternative Data และระบบข้อมูลเครดิต ขับเคลื่อนการเข้าถึงทางการเงินอย่างยั่งยืนในอาเซียน


บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) และ ASEAN-UK Economic Integration Programme (EIP) ร่วมกันจัดการเสวนาเชิงนโยบายในหัวข้อ "Alternative Data and Credit Systems: A Policy Dialogue on Building Sustainable and Inclusive Financial Systems" โดยมีหน่วยงานภาครัฐและเครดิตบูโรในอาเซียน สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการทางการเงินดิจิทัลเข้าร่วม ทั้งนี้ งานเสวนาดังกล่าวถือเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026

ปัจจุบันนวัตกรรมด้านดิจิทัลมีความก้าวหน้าและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระบบนิเวศทางการเงินของประเทศ ต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน เกิดมีแหล่งข้อมูลใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการชำระเงินดิจิทัล อีคอมเมิร์ซ บริการฟินเทค และแพลตฟอร์มออนไลน์ ความท้าทายในปัจจุบันจึงอยู่ที่การรวมข้อมูลที่มีอยู่มากมายมาใช้มาใช้เชื่อมโยงกัน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบข้อมูลเครดิต สนับสนุนการตัดสินใจด้านสินเชื่อบนพื้นฐานของข้อมูล และส่งเสริมการเข้า ถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึงและยั่งยืน

 
ดร.วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า “การนำข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) มาใช้จะช่วยเพิ่มมุมมองในการประเมินความน่าเชื่อถือของผู้กู้ให้มีความรอบด้านมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย แรงงานนอกระบบ และ MSMEs ที่มีประวัติข้อมูลเครดิตจำกัด โดยข้อมูลจากการชำระเงินและธุรกรรมทางธุรกิจสามารถนำมาใช้ประกอบการประเมินศักยภาพและความสามารถในการชำระหนี้ และช่วยให้ผู้ให้บริการสินเชื่อสามารถประเมินและตัดสินใจให้สินเชื่อได้อย่างเหมาะสมและมีความรับผิดชอบ ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ระหว่างการผลักดันการใช้ MOF Data Lake และ Ari Score เพื่อสนับสนุนการนำข้อมูลทางเลือกมาใช้ประกอบการประเมินความเสี่ยงด้านสินเชื่ออย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถเข้าถึงสินเชื่อที่เหมาะสมและเข้าสู่ระบบการเงินได้มากขึ้น ภายใต้หลักความโปร่งใส การใช้ข้อมูลอย่างมีความรับผิดชอบ และสามารถตรวจสอบได้ เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบให้กับประชาชนและภาคธุรกิจได้มากขึ้น”

ดร.ลัษมณ อรรถาพิช ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) กล่าวว่า “ในขณะที่ภูมิทัศน์ทางการเงินของประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ระบบข้อมูลเครดิตจำเป็นต้องพัฒนาให้สอดคล้องกับพฤติกรรมทางเศรษฐกิจและแหล่งข้อมูลใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น การใช้ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) สามารถเข้ามาเสริมข้อมูลเครดิตที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน และช่วยให้การประเมินคะแนนเครดิตให้มีความรอบด้านมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับ MSMEs และผู้ที่มีประวัติสินเชื่อจำกัด อย่างไรก็ตาม ในการนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ สิ่งสำคัญคือความน่าเชื่อถือของข้อมูลและการประมวลผลที่แม่นยำ NCB มุ่งสนับสนุนการใช้

ข้อมูลอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อยกระดับการประเมินสินเชื่อ ขยายโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงิน และร่วมสร้างระบบการเงินที่มีความมั่นคงในระยะยาว”

การสัมมนาในครั้งนี้มุ่งเน้นบทบาทของเศรษฐกิจดิจิทัลและการเข้าถึงบริการทางการเงิน ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานด้านการคุ้มครองผู้บริโภค การกำกับดูแลข้อมูล และความโปร่งใสของตลาด สำหรับ MSMEs จำนวนมาก ข้อมูลที่สะท้อนกิจกรรมและการดำเนินธุรกิจอาจยังมีไม่ครบถ้วนในระบบข้อมูลเครดิตแบบเดิม การนำ Alternative Data มาใช้อย่างเหมาะสม เช่น ข้อมูลการชำระเงิน กิจกรรมทางการค้า และข้อมูลจากแพลตฟอร์มต่าง ๆ จึงสามารถเข้ามาเสริมข้อมูลเครดิตในปัจจุบัน ซึ่งช่วยให้เห็นภาพความน่าเชื่อถือทางเครดิตได้รอบด้านมากยิ่งขึ้น

Mr.Francesco Strobbe, Practice Manager - Finance, Competitiveness & Innovation, World Bank Group กล่าวว่า “Alternative Data สามารถช่วยขยายโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยช่วยให้มองเห็นศักยภาพและข้อมูลของธุรกิจที่อาจถูกมองข้ามจากแนวทางการประเมินสินเชื่อแบบเดิม อย่างไรก็ตาม คุณค่าที่ยั่งยืนของ Alternative Data ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในการนำข้อมูลดังกล่าวมาบูรณาการเข้ากับระบบข้อมูลเครดิตในภาพรวม ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการให้สินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบ การคุ้มครองผู้บริโภค และเสถียรภาพของภาคการเงิน”

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญจากการหารือคือการเปลี่ยนรูปแบบของปัญหา “ข้อมูลไม่เพียงพอ” ไปสู่ปัญหา “ข้อมูลกระจัดกระจาย” แม้ว่าข้อมูลที่ เกี่ยวข้องจะมีอยู่มากขึ้นในธนาคาร บริษัทข้อมูลเครดิต ระบบการชำระเงิน ผู้ให้บริการสินเชื่อดิจิทัล และแพลตฟอร์มต่าง ๆ แต่ข้อมูลเหล่านี้มักแยกอยู่ในแต่ละระบบ ทำให้การประเมินความน่าเชื่อถือด้านสินเชื่อของผู้กู้ ที่มีศักยภาพทำได้ไม่เต็มที่ ผู้เข้าร่วมจึงได้หารือถึงแนวทางการนำ Alternative Data มาเสริมกรอบข้อมูลเครดิตที่มีอยู่ เพื่อยกระดับการประเมินสินเชื่อ เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงิน และเสริมความแข็งแกร่ง ให้ภาคการเงินสามารถ รับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น

Mr. David Thomas, Deputy Head of Mission, British Embassy Bangkok กล่าวว่า “Alternative Data สามารถเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับ MSMEs ได้ แต่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ การสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน จำเป็นต้องมีระบบกำกับดูแลที่เข้มแข็ง ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และกรอบการกำกับดูแลที่พัฒนาไปพร้อมกับนวัตกรรม โดยคำนึงถึงบริบทของตลาดในแต่ละประเทศ”

EIP ในฐานะส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการบูรณาการทางเศรษฐกิจและการเข้าถึงบริการทางการเงินในอาเซียนผ่านเสาหลักด้านบริการทางการเงิน สนับสนุนการวิจัยระดับภูมิภาคและการหารือเชิงนโยบายเกี่ยวกับ Alternative Data และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ MSMEs โดย Ms. Katja Silva-Leander, Managing Director, Cadmus International UK Limited กล่าวว่า “Alternative Data มีศักยภาพในการเสริมความแข็งแกร่ง ให้ระบบนิเวศด้านสินเชื่อ และขยายการเข้าถึงแหล่งเงินทุนการนำ ประสบการณ์จากอาเซียน และนานาชาติมาแลกเปลี่ยนร่วมกันจะช่วยให้เกิดการศึกษาแนวทางที่นำไปใช้ได้จริง และมีความรับผิดชอบ ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการและบริบทที่แตกต่างกันของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค”

การเสวนาเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงและทำงานร่วมกันระหว่างระบบ การกำกับดูแลข้อมูลที่เข้มแข็ง ความพร้อมด้านกฎระเบียบ และประสิทธิภาพในการกำกับดูแล เพื่อให้นวัตกรรมนำไปสู่ผลลัพธ์ด้านสินเชื่อที่ยั่งยืน ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนมุมมองว่า Alternative Data และข้อมูลเครดิตที่สามารถใช้ร่วมกันระหว่างระบบจะช่วยให้ MSMEs ไม่เพียงเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระยะแรก แต่ยังสามารถสร้างประวัติทางการเงินที่นำไปใช้ต่อเนื่องได้ เพื่อสนับสนุนการเข้าถึง และมีส่วนร่วมในระบบการเงินอย่างเป็นทางการในระยะยาว
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 14 ต.ค. 2569 เวลา : 18:31:19
15-10-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (15 ต.ค.69) ลบ 2.87 จุด ดัชนี 1,573.01 จุด

2. พยากรณ์อากาศวันนี้ (15 ต.ค.69) กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. ฝนฟ้าคะนอง 60% ภาคเหนือ-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 40% ภาคอีสาน 30%

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ื (15 ต.ค.69) ลบ 8.99 จุด ดัชนี 1,566.89 จุด

4. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลงแรงหลังการประกาศตัวเลข CPI สหรัฐฯ ที่สูงกว่าคาด ส่งผลให้ราคาหลุดระดับ 4,100 เหรียญ ลงไปทดสอบบริเวณ 4,075 เหรียญ

5. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.45 - 33.75 บาท/ดอลลาร์

6. ทองเปิดตลาดวันนี้ (15 ต.ค.69) ร่วงลง 200 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 66,550 บาท

7. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (15 ต.ค.69) ลบ 15.00 จุด ดัชนี 1,560.88 จุด

8. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (14 ต.ค.69) ร่วง 69.40 ดอลลาร์ หวั่นเงินเฟ้อสูงหนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนนี้

9. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (14 ต.ค.69) ลบ 48.62 จุด Nasdaq ร่วงหนัก กังวลเงินเฟ้อสูงกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (15 ต.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 33.62 บาทต่อดอลลาร์

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (14 ต.ค. 69) บวก 4.14 จุด ดัชนี 1,575.88 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (14 ต.ค.69) ลบ 1.54 จุด ดัชนี 1,570.20 จุด

13. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงเล็กน้อยและกลับมาทรงตัวบริเวณ 4,150 เหรียญ หลังปรับขึ้นเหนือ 4,200 เหรียญ ในวันจันทร์

14. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (14 ต.ค.69) บวก 2.71 จุด ดัชนี 1,574.45 จุด

15. ทองเปิดตลาดวันนี้ (14 ต.ค.69) ลดลง 450 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 66,850 บาท

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 15, 2026, 9:19 pm