เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิเคราะห์ "หนี้ครัวเรือนภาพรวมโตต่ำ แต่หนี้แต่ละประเภทเติบโตแบบ K-Shaped"


ยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนไทย ณ ไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ประมาณ 16.4 ล้านล้านบาท ขณะที่สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีลดลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ 85.2% จาก 86.0% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การลดลงของสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีดังกล่าวนับเป็นพัฒนาการที่ดีในภาพรวม แต่สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีดังกล่าวยังสูงกว่าเกณฑ์เฝ้าระวังของทางการที่ 80% และไม่ได้หมายความว่าภาระหนี้เมื่อเทียบกับรายได้ของครัวเรือนจะผ่อนคลายลง โดยเฉพาะเมื่อยอดหนี้ครัวเรือนยังมีขนาดสูงถึงประมาณ 1.5 เท่าของรายได้พึงจับจ่ายใช้สอย โดยเฉลี่ยตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา

นอกจากนี้ แม้หนี้ครัวเรือนจะกลับมาขยายตัว YoY ตลอด 3 ไตรมาสที่ผ่านมา (ล่าสุดในไตรมาส 2/2569 หนี้ครัวเรือน +0.6% YoY เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน) แต่การเติบโตยังมีลักษณะ K-Shaped โดยกระจุกตัวอยู่ในหนี้บางประเภทและบางกลุ่มผู้ปล่อยกู้เท่านั้น หากพิจารณาตามกลุ่มผู้ปล่อยกู้ พบว่า สินเชื่อของ SFIs ยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง 1.8% YoY ขณะที่หนี้สหกรณ์ออมทรัพย์และหนี้โรงรับจำนำ เพิ่มขึ้น 4.8% YoY และ 16.9% YoY ตามลำดับ (หนี้จากทั้ง 3 กลุ่มนี้มีสัดส่วน 44.4% ของหนี้ครัวเรือนโดยรวม) สวนทางกับสินเชื่อรายย่อยของธนาคารพาณิชย์ที่หดตัวลงต่อเนื่องอีก 2.3%

ความแตกต่างดังกล่าวไม่ได้ปรากฏเฉพาะในมิติของผู้ปล่อยกู้เท่านั้น แต่ยังเห็นได้จากวัตถุประสงค์การกู้ยืมด้วยเช่นกัน โดยหนี้เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ยังเพิ่มขึ้น 1.9% YoY เช่นเดียวกับหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล รวมถึงหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภคอื่น ๆ ที่เพิ่มขึ้น 1.7% YoY และ 4.4% YoY ตามลำดับ (หนี้เพื่อทั้ง 3 วัตถุประสงค์นี้มีสัดส่วน 65.9% ของหนี้ครัวเรือนโดยรวม) ขณะที่หนี้เพื่อซื้อหรือเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์หดตัวต่อเนื่องอีก 7.1% YoY เช่นเดียวกับหนี้เพื่อประกอบอาชีพและเพื่อการศึกษาที่ลดลง 2.3% YoY และ 1.8% YoY ตามลำดับ สะท้อนว่าการขยายตัวของหนี้ครัวเรือนยังไม่ฟื้นตัวในวงกว้าง แต่จำกัดอยู่ในบางช่องทางและบางวัตถุประสงค์ ท่ามกลางข้อจำกัดด้านกำลังซื้อและความสามารถในการก่อหนี้เพิ่มเติมของครัวเรือน

สำหรับแนวโน้มในปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีอาจลดลงมาที่ 84.0% ณ สิ้นปี 2569 จาก 86.8% ณ สิ้นปี 2568 เนื่องจากยอดหนี้มีแนวโน้มขยายตัวช้ากว่าการเติบโตของ Nominal GDP อย่างไรก็ดี การลดหนี้ (Debt Deleveraging) ในระดับมหภาคไม่ได้หมายความว่าความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงทางการเงินของครัวเรือน (Financial Resilience) ดีขึ้นแล้ว เพราะหากรายได้และกระแสเงินสดยังตึงตัว ข้อจำกัดในการก่อหนี้ใหม่และภาระหนี้เดิมก็อาจยังคงกดดันกำลังซื้อและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจต่อไป

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 15 ต.ค. 2569 เวลา : 20:39:03
16-10-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ประกาศ กปน.: 21 ต.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนราชพฤกษ์ตัดถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4

2. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (15 ต.ค.69) ลบ 2.87 จุด ดัชนี 1,573.01 จุด

3. พยากรณ์อากาศวันนี้ (15 ต.ค.69) กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. ฝนฟ้าคะนอง 60% ภาคเหนือ-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 40% ภาคอีสาน 30%

4. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ื (15 ต.ค.69) ลบ 8.99 จุด ดัชนี 1,566.89 จุด

5. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลงแรงหลังการประกาศตัวเลข CPI สหรัฐฯ ที่สูงกว่าคาด ส่งผลให้ราคาหลุดระดับ 4,100 เหรียญ ลงไปทดสอบบริเวณ 4,075 เหรียญ

6. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.45 - 33.75 บาท/ดอลลาร์

7. ทองเปิดตลาดวันนี้ (15 ต.ค.69) ร่วงลง 200 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 66,550 บาท

8. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (15 ต.ค.69) ลบ 15.00 จุด ดัชนี 1,560.88 จุด

9. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (14 ต.ค.69) ร่วง 69.40 ดอลลาร์ หวั่นเงินเฟ้อสูงหนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนนี้

10. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (14 ต.ค.69) ลบ 48.62 จุด Nasdaq ร่วงหนัก กังวลเงินเฟ้อสูงกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย

11. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (15 ต.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 33.62 บาทต่อดอลลาร์

12. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (14 ต.ค. 69) บวก 4.14 จุด ดัชนี 1,575.88 จุด

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (14 ต.ค.69) ลบ 1.54 จุด ดัชนี 1,570.20 จุด

14. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงเล็กน้อยและกลับมาทรงตัวบริเวณ 4,150 เหรียญ หลังปรับขึ้นเหนือ 4,200 เหรียญ ในวันจันทร์

15. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (14 ต.ค.69) บวก 2.71 จุด ดัชนี 1,574.45 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 16, 2026, 2:52 am