เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ "เงินบาทแข็งค่าเล็กน้อย ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงจากสัปดาห์ก่อน"


สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท
 
• เงินบาทแกว่งตัวในกรอบแคบ ก่อนทยอยแข็งค่ากลับมาตามแรงซื้อพันธบัตรไทยของต่างชาติและการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำโลก
 
เงินบาทและสกุลเงินเอเชียอื่น ๆ อ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างกลุ่มฮูตีกับซาอุดีอาระเบีย รวมถึงเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเพิ่มความกังวลต่อความมั่นคงของอุปทานพลังงานโลก และหนุนให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกัน บรรยากาศการลงทุนที่ระมัดระวังมากขึ้นยังช่วยหนุนความต้องการถือครองเงินดอลลาร์ฯ ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย
อย่างไรก็ดี เงินบาทสามารถฟื้นตัวและทยอยแข็งค่ากลับมาได้ในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยได้รับแรงหนุนจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่กลับเข้าซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย ประกอบกับมีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของราคาทองคำในตลาดโลกด้วยเช่นกัน
 
 
• ในวันพฤหัสบดีที่ 15 ต.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 33.53 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (9 ต.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างสัปดาห์ 12-15 ต.ค. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 3,846 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 5,385 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 5,785 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 400 ล้านบาท)
 
• สัปดาห์ระหว่างวันที่ 19-23 ต.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 33.00-33.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางราคาน้ำมันและทองคำในตลาดโลก และสัญญาณฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนก.ย. ข้อมูลเบื้องต้นของดัชนี PMI และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนต.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ 
 
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ จีดีพีไตรมาส 3/2569 และข้อมูลเศรษฐกิจเดือนก.ย. ของจีน (อาทิ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีกและการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร) รวมถึงการประกาศอัตราดอกเบี้ย LPR ตลอดจนอัตราเงินเฟ้อเดือนก.ย. ของอังกฤษและญี่ปุ่น และ PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนต.ค. ญี่ปุ่น อังกฤษและยูโรโซน

สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย
 
• ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบแคบ และปิดในแดนลบก่อนวันหยุดของตลาดในประเทศ  
SET index เคลื่อนไหวในกรอบแคบช่วงต้น-กลางสัปดาห์ โดยแม้จะมีแรงเทขายหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ตามทิศทางหุ้นเทคโนโลยีต่างประเทศเข้ามากดดันในช่วงแรก แต่ก็มีแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติเข้ามาหนุนในเวลาต่อมา (หลังจากที่ได้ขายสุทธิต่อเนื่องหลายสัปดาห์ก่อนหน้า) นำโดย หุ้นกลุ่มพลังงานรับอานิสงส์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้นและหุ้นกลุ่มแบงก์หลังจากผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ของธนาคารรายแรกออกมาใกล้เคียงกับตัวเลขคาดการณ์ของตลาด 
 
 
อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงในเวลาต่อมาก่อนวันหยุดกรณีพิเศษของตลาดในประเทศ โดยการปรับตัวลงดังกล่าวยังสอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อเดือนก.ย. ของสหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าคาด ประกอบกับมีรายงานข่าวเกี่ยวกับเรือบรรทุกสินค้าถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสะท้อนว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อ 
 
• ในวันพฤหัสบดีที่ 15 ต.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,573.01 จุด ลดลง 0.29% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 65,020.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.78% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.68% มาปิดที่ระดับ 220.72 จุด
 
• สัปดาห์ถัดไป (19-23 ต.ค. 2569) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,555 และ 1,540 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,590 และ 1,605 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ของบจ.ไทย โดยเฉพาะกลุ่มแบงก์ สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านเดือนก.ย. ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนต.ค. (เบื้องต้น) รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2569 การกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR เดือนต.ค. และข้อมูลเศรษฐกิจเดือนก.ย. ของจีน อาทิ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีกและการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนก.ย. ของญี่ปุ่น ตลอดจนดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนต.ค. (เบื้องต้น) ของญี่ปุ่น อังกฤษ และยูโรโซน 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 15 ต.ค. 2569 เวลา : 20:51:41
15-10-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ประกาศ กปน.: 21 ต.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนราชพฤกษ์ตัดถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4

2. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (15 ต.ค.69) ลบ 2.87 จุด ดัชนี 1,573.01 จุด

3. พยากรณ์อากาศวันนี้ (15 ต.ค.69) กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. ฝนฟ้าคะนอง 60% ภาคเหนือ-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 40% ภาคอีสาน 30%

4. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ื (15 ต.ค.69) ลบ 8.99 จุด ดัชนี 1,566.89 จุด

5. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลงแรงหลังการประกาศตัวเลข CPI สหรัฐฯ ที่สูงกว่าคาด ส่งผลให้ราคาหลุดระดับ 4,100 เหรียญ ลงไปทดสอบบริเวณ 4,075 เหรียญ

6. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.45 - 33.75 บาท/ดอลลาร์

7. ทองเปิดตลาดวันนี้ (15 ต.ค.69) ร่วงลง 200 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 66,550 บาท

8. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (15 ต.ค.69) ลบ 15.00 จุด ดัชนี 1,560.88 จุด

9. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (14 ต.ค.69) ร่วง 69.40 ดอลลาร์ หวั่นเงินเฟ้อสูงหนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนนี้

10. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (14 ต.ค.69) ลบ 48.62 จุด Nasdaq ร่วงหนัก กังวลเงินเฟ้อสูงกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย

11. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (15 ต.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 33.62 บาทต่อดอลลาร์

12. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (14 ต.ค. 69) บวก 4.14 จุด ดัชนี 1,575.88 จุด

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (14 ต.ค.69) ลบ 1.54 จุด ดัชนี 1,570.20 จุด

14. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงเล็กน้อยและกลับมาทรงตัวบริเวณ 4,150 เหรียญ หลังปรับขึ้นเหนือ 4,200 เหรียญ ในวันจันทร์

15. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (14 ต.ค.69) บวก 2.71 จุด ดัชนี 1,574.45 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 15, 2026, 10:10 pm