เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิเคราะห์ "น้ำท่วมปี 2569 ดันราคาผักสดแพงขึ้นราว 3.5 เท่า คาดราคาในพ.ย.-ธ.ค. ปรับลดลงตามปัจจัยด้านฤดูกาล"


• น้ำท่วมดันราคาผักสดในกลุ่ม TOP 5 พุ่งเฉลี่ย 3.5 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงปกติ จากผลกระทบของน้ำท่วมต่อพื้นที่ปลูกผักสำคัญในภาคกลางและภาคตะวันตก ซึ่งเป็นแหล่งผลิตผักหลักของประเทศ ทำให้ปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง สะท้อนผ่านการปรับขึ้นของราคาผักสดให้อยู่ในระดับสูงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงปกติ โดยโหระพามีราคาเพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 5 เท่า รองลงมาคือ ผักบุ้งจีน 4.2 เท่า กวางตุ้ง 2.8 เท่า คะน้า 2.2 เท่า และผักชี 1.6 เท่า

• ปัจจัยหลักดันราคาผักสดให้ปรับสูงขึ้นมาจากผลของน้ำท่วมที่กระทบหลายส่วนในห่วงโซ่อุปทานและแรงหนุนจากอุปสงค์ในช่วงเทศกาลกินเจ
  • อุปทานถูกกระทบจากน้ำท่วม โดยมีสาเหตุที่จะส่งผลต่อราคา คือ 1) แหล่งปลูกผักขนาดใหญ่ในภาคกลางและภาคตะวันตกมีสัดส่วนสูงถึง 55%-70% ของประเทศ ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหนัก เพราะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ทำให้มีผลผลิตลดลง 2) ค่าขนส่งปรับสูงขึ้น จากเส้นทางคมนาคมที่ถูกตัดขาดและราคาน้ำมันดีเซลแพงกว่า 40 บาทต่อลิตร ผลักดันค่าขนส่งสินค้าเกษตรจากแหล่งปลูกไปยังตลาดค้าส่งหลักในภาคกลางให้สูงขึ้น โดยค่าขนส่งจากแหล่งปลูกในภาคกลางพุ่งขึ้นถึง 200% ภาคเหนือ/อีสานสูงขึ้น 150% และภาคใต้สูงขึ้น 50% 3) ต้นทุนของเสีย (Wastage Cost) เพิ่มขึ้น โดยมีผักสดบางส่วนเกิดการเน่าเสียจนพ่อค้าต้องคัดทิ้ง ดันราคาผักที่เหลือเพื่อขายให้สูงขึ้น 4) ต้นทุนสารเคมีและยาเพิ่มขึ้น จากการที่เกษตรกรจำเป็นต้องใช้สารเคมีเพิ่มเพื่อป้องกันเชื้อราและชดเชยการถูกฝนชะล้าง
  • ความต้องการบริโภคผักเพิ่มขึ้นในช่วงกินเจ (10-18 ต.ค. 2569) จะดันราคาผัก ในภาวะที่อุปสงค์ขยายตัวในช่วงที่อุปทานมีอยู่อย่างจำกัด

• ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ราคาผักสดมีแนวโน้มทยอยปรับตัวลดลงในช่วงปลายปีจากการฟื้นตัวของอุปทาน หลังจากผ่านพ้นช่วงน้ำท่วมและสิ้นสุดเทศกาลกินเจ โดยในช่วงครึ่งหลังของเดือนต.ค. ราคาผักสดจะทยอยปรับลดลง เนื่องจากเริ่มมีผลผลิตรอบใหม่บางรายการออกมา และราคาผักสดในกลุ่ม TOP 5 อาจปรับลดลงอย่างชัดเจนในช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค.ให้มาเฉลี่ยที่ 60 บาทต่อกก. จากเดิมที่เคยเฉลี่ยสูงถึง 135 บาทต่อกก.ในช่วงน้ำท่วมและกินเจ

• อุปทานผักที่เพิ่มขึ้นจะกดดันราคา ผลจากผักรอบใหม่และผลผลิตเสริมในภาคเหนือ โดยอุปทานผักรอบใหม่จะออกสู่ตลาดอย่างเต็มที่ในเดือนพ.ย. เนื่องจากผักใบใช้เวลาปลูกสั้นประมาณ 20-45 วัน ทำให้เกษตรกรสามารถกลับมาผลิตและส่งผลผลิตรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดได้ค่อนข้างเร็ว ประกอบกับยังมีผลผลิตเสริมมาจากพื้นที่ปลูกบนที่สูงในภาคเหนือ เช่น คะน้า ผักชี ผักบุ้งจีน กะหล่ำปลี พริกหวาน แครอท และผักกาดแก้ว เป็นต้น

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 16 ต.ค. 2569 เวลา : 20:44:45
16-10-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (15 ต.ค.69) บวก 62.20 เหรียญ รับดอลลาร์อ่อนค่า-บอนด์ยีลด์ย่อตัว จับตาถ้อยแถลงประธานเฟด

2. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (15 ต.ค.69) พุ่ง 556.21 จุด รับแรงซื้อกลุ่มเฮลธ์แคร์-สินค้าอุปโภคบริโภค

3. ทองเปิดตลาดวันนี้ (16 ต.ค.69) ปรับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 66,800 บาท

4. พยากรณ์อากาศวันนี้ (16 ต.ค.69) กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝนฟ้าคะนอง 60% ภาคเหนือ 40% ภาคอีสาน 20%

5. ประกาศ กปน.: 21 ต.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนราชพฤกษ์ตัดถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4

6. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (15 ต.ค.69) ลบ 2.87 จุด ดัชนี 1,573.01 จุด

7. พยากรณ์อากาศวันนี้ (15 ต.ค.69) กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. ฝนฟ้าคะนอง 60% ภาคเหนือ-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 40% ภาคอีสาน 30%

8. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ื (15 ต.ค.69) ลบ 8.99 จุด ดัชนี 1,566.89 จุด

9. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลงแรงหลังการประกาศตัวเลข CPI สหรัฐฯ ที่สูงกว่าคาด ส่งผลให้ราคาหลุดระดับ 4,100 เหรียญ ลงไปทดสอบบริเวณ 4,075 เหรียญ

10. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.45 - 33.75 บาท/ดอลลาร์

11. ทองเปิดตลาดวันนี้ (15 ต.ค.69) ร่วงลง 200 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 66,550 บาท

12. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (15 ต.ค.69) ลบ 15.00 จุด ดัชนี 1,560.88 จุด

13. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (14 ต.ค.69) ร่วง 69.40 ดอลลาร์ หวั่นเงินเฟ้อสูงหนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนนี้

14. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (14 ต.ค.69) ลบ 48.62 จุด Nasdaq ร่วงหนัก กังวลเงินเฟ้อสูงกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย

15. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (15 ต.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 33.62 บาทต่อดอลลาร์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 16, 2026, 10:01 pm