ประกัน
แอกซ่าประกันภัย แนะ 5 แนวทางฟื้นฟูบ้านหลังน้ำลดอย่างปลอดภัย พร้อมเตรียมพร้อมรับมือความเสี่ยงในอนาคต


ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ของประเทศไทย หลายครอบครัวกำลังเผชิญทั้งความเสียหายต่อที่อยู่อาศัย ความกังวลด้านความปลอดภัย และภาระในการฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่หลังน้ำลด การกลับเข้าบ้านจึงไม่ใช่เพียงการซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่ยังเป็นโอกาสในการเตรียมความพร้อมและวางแผนรับมือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
 
ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ระบุว่า สถานการณ์อุทกภัยส่งผลกระทบต่อประชาชนใน 20 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวมกว่า 9 แสนครัวเรือน หรือมากกว่า 2.44 ล้านคน สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการวางแผนรับมือความเสี่ยงด้านที่อยู่อาศัยอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะเมื่อหลายพื้นที่เริ่มเข้าสู่ระยะฟื้นฟูและซ่อมแซม

ในช่วงที่หลายพื้นที่เริ่มเข้าสู่การฟื้นฟูหลังน้ำลด แอกซ่าประกันภัยขอแนะนำ 5 แนวทางสำคัญที่เจ้าของบ้านและผู้อยู่อาศัยควรคำนึงถึง ดังนี้

1. ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยก่อนกลับเข้าบ้าน
ก่อนกลับเข้าไปในบ้านหรืออาคาร ควรตรวจสอบสภาพโครงสร้าง ผนัง เสา และฐานรากอย่างละเอียด เพื่อประเมินว่ามีร่องรอยความเสียหายหรือจุดที่อาจกระทบต่อความปลอดภัยหรือไม่ หากไม่มั่นใจ ควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญก่อนเข้าใช้งานพื้นที่ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น

2. ตรวจสอบระบบไฟฟ้าอย่างรอบคอบ
น้ำท่วมอาจส่งผลกระทบต่อระบบไฟฟ้า สายไฟ เต้ารับ และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้ ไม่ควรเปิดใช้งานระบบไฟฟ้าทันทีหลังน้ำลด และควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบก่อนเพื่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย

3. จัดการความชื้นและดูแลสภาพแวดล้อมภายในบ้าน
หลังจากตรวจสอบแล้วว่าสามารถกลับเข้าดูแลที่อยู่อาศัยได้ ควรเร่งระบายอากาศ กำจัดความชื้น และเคลื่อนย้ายวัสดุหรือสิ่งของที่ได้รับความเสียหายออกจากพื้นที่ เพื่อลดความเสี่ยงจากเชื้อรา กลิ่นอับ และปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นตามมา รวมถึงช่วยลดความเสียหายในระยะยาวต่อโครงสร้างและทรัพย์สินภายในบ้าน

4. บันทึกข้อมูลความเสียหายอย่างครบถ้วน
ควรถ่ายภาพหรือวิดีโอความเสียหายในจุดต่าง ๆ พร้อมจัดทำรายการทรัพย์สินที่ได้รับผลกระทบและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง การเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบจะช่วยให้การวางแผนซ่อมแซมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และอำนวยความสะดวกในการยื่นเคลมประกันภัยหากมีความคุ้มครอง

5. ใช้ช่วงเวลาฟื้นฟูเป็นโอกาสในการวางแผนรับมือความเสี่ยงในอนาคต
หลังสถานการณ์คลี่คลาย เจ้าของบ้านสามารถใช้โอกาสนี้ในการทบทวนแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน สำรวจจุดเสี่ยงภายในที่อยู่อาศัย รวมถึงพิจารณาแนวทางลดผลกระทบจากภัยในอนาคต เช่น การย้ายอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือทรัพย์สินสำคัญไปยังพื้นที่ที่ปลอดภัยมากขึ้น การจัดเก็บเอกสารสำคัญอย่างเหมาะสม หรือการเตรียมความคุ้มครองทางการเงินที่สอดคล้องกับความเสี่ยง เพื่อเพิ่มความพร้อมหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นอีก

นอกเหนือจากการดูแลความปลอดภัยและการฟื้นฟูที่อยู่อาศัยแล้ว การเตรียมพร้อมด้านการเงินก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดเป็นไปอย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น ในวันที่หลายครอบครัวต้องเผชิญค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและฟื้นฟูบ้าน การมีความคุ้มครองที่เหมาะสมสามารถช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินและช่วยให้การกลับมาใช้ชีวิตตามปกติเกิดขึ้นได้เร็วขึ้น

แผนประกันภัย “AXA Sabuydee My Home” จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการบริหารความเสี่ยงด้านที่อยู่อาศัย โดยให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งโครงสร้างอาคารและทรัพย์สินภายในบ้านหรือคอนโดมิเนียมจากภัยต่าง ๆ อาทิ ไฟไหม้ ฟ้าผ่า ระเบิด ควัน ความเสียหายจากน้ำ ลมพายุ แผ่นดินไหว ลูกเห็บ และน้ำท่วม พร้อมความคุ้มครองเพิ่มเติมสำหรับการโจรกรรม ความเสียหายต่อเครื่องใช้ไฟฟ้า กระจกติดตั้งถาวร และความรับผิดต่อบุคคลภายนอก เพื่อตอบโจทย์ทั้งเจ้าของบ้าน คอนโดมิเนียม ทาวน์เฮ้าส์ ผู้เช่า และผู้ให้เช่า โดยมีเบี้ยประกันภัยเริ่มต้น 1,100 บาทต่อปี สมัครง่าย ซื้อออนไลน์ รับกรมธรรม์ผ่านอีเมลทันที

สำหรับลูกค้าแอกซ่าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม สามารถติดต่อเพื่อขอรับคำแนะนำและแจ้งเคลมประกันภัยได้ผ่าน LINE Official Account: @AXAThailand หรือศูนย์บริการลูกค้าแอกซ่า โทร. 02-118-8111 โดยแอกซ่าพร้อมเคียงข้างลูกค้าในช่วงเวลาของการฟื้นฟู และสนับสนุนให้ทุกครอบครัวสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง

ผู้ที่สนใจศึกษารายละเอียดความคุ้มครองและเลือกซื้อแผนประกันภัย AXA Sabuydee My Home สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://u.axa.co.th/AXA-SabuydeeMyHome-TH2026 

หมายเหตุ: *เงื่อนไขการรับประกันภัยเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ผู้ซื้อโปรดศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขความคุ้มครองก่อนตัดสินใจทำประกันภัย
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 20 ต.ค. 2569 เวลา : 13:51:14
20-10-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (20 ต.ค.69) ลบ 7.95 จุด ดัชนี 1,563.77 จุด

2. ทองเปิดตลาดวันนี้ (20 ต.ค.69) ร่วงแรง 550 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 66,500 บาท

3. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงผันผวนและปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยเช้านี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,120 - 4,130 เหรียญ หลังลดลงราว 0.6%

4. อุตุฯ เตือน 21-25 ต.ค. "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคอีสานตอนล่าง- ภาคใต้ตอนบน" ฝนตกหนักถึงหนักมากลมกระโชกแรง

5. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (20 ต.ค.69) ลบ 2.79 จุด ดัชนี 1,568.93 จุด

6. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (19 ต.ค.69) ลบ 21 เหรียญ เหตุดอลลาร์แข็งค่า-บอนด์ยีลด์พุ่ง ฉุดตลาด

7. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (19 ต.ค.69) ลบ 36.38 จุด สวนทาง Nasdaq พุ่ง 290.85 จุดรับแรงช้อนซื้อหุ้นชิป-AI

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.45 - 33.75 บาท/ดอลลาร์

9. พยากรณ์อากาศวันนี้ (20 ต.ค.69) ภาคใต้ มีฝนตกต่อเนื่องและฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง 70% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก 60% ภาคอีสาน 20% ภาคเหนือ 10%

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (20 ต.ค.69) ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง ที่ระดับ 33.58 บาทต่อดอลลาร์

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (19 ต.ค.69) ลบ 1.29 จุด ดัชนี 1,571.72 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (19 ต.ค.69) บวก 1.92 จุด ดัชนี 1,574.93 จุด

13. ทีทีบี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้อยู่ที่ประมาณ 33.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ และทิศทางดอกเบี้ยเฟด

14. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 33.25-33.65 มองดอลลาร์อาจเข้าโหมดปรับฐาน

15. MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกยังฟื้นตัวกลับขึ้นเหนือระดับ 4,150 เหรียญในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ภาพรวมทั้งสัปดาห์ยังปิดลบราว 25 เหรียญ

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 20, 2026, 2:44 pm