เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิเคราะห์ "มีเทนในธุรกิจน้ำมันอาเซียน: อาจสร้างมูลค่าเพิ่มได้ 87 ล้านดอลลาร์ฯ ต่อปี"


• มีเทนมีศักยภาพทำให้โลกร้อนมากกว่า CO? ราว 80 เท่า ในช่วง 20 ปี (GWP-20) และคิดเป็นประมาณ 30% ของภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่ยุคก่อนอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดอาเซียนปล่อยมีเทนประมาณ 755 MtCO?e  และภายใต้ scenario การจำกัดไม่ให้อุณหภูมิเพิ่มขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส อาเซียนต้องลดการปล่อยมีเทนลง 70% ภายในปี 2030 โดยสามารถหวังผลการลดการปล่อยก๊าซมีเทนจากภาคพลังงานเป็นหลัก โดยเฉพาะจากอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซซึ่งคิดเป็นประมาณ 10% ของทั้งหมด

• ถึงแม้ภาคเกษตรกรรมจะเป็นแหล่งปล่อยก๊าซมีเทนในสัดส่วนมากที่สุดของอาเซียน (46%) แต่ในภาค Oil & Gas (ประมาณ 76 MtCO?e) มีเทนถูกปล่อยมาจากกิจกรรมต้นน้ำใน 4 ประเทศผู้ผลิตหลัก ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม ซึ่งมีศักยภาพในการกำกับดูแลเพื่อลดการปล่อยก๊าซมีเทนได้ดีกว่าภาคส่วนอื่นๆ จาก 3 เหตุผลสำคัญได้แก่ (1) กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มธุรกิจเดียวทำให้สะดวกต่อการกำกับดูแล (2) สามารถลดการปล่อยมีเทนได้ด้วยต้นทุนต่ำสุดจากเทคโนโลยีที่มีอยู่เดิม เช่น การตรวจหาและซ่อมแซมการรั่วไหล (LDAR),  การลดการปล่อยก๊าซมีเทนทิ้งโดยตรง (venting) และการกู้ก๊าซจากเดิมต้องเผาทิ้ง (flaring) กลับมาใช้ และ (3) สามารถนำก๊าซมีเทนที่ลดได้กลับมาขาย หรือใช้ประโยชน์ได้ต่อ

• หากดำเนินการนำไปใช้ประโยชน์ได้ อาเซียนสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากก๊าซมีเทนได้ราว 87 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ประมาณ 2.9 พันล้านบาท) อย่างไรก็ดี ประเทศในอาเซียนยังคงขาดระบบที่สมบูรณ์ในการตั้งเป้า-การกำหนดกฎระเบียบ-การรายงาน-การกำหนดแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมในการลดการปล่อยมีเทน โดยสำหรับประเทศไทย มีจุดแข็งจากระบบการกำกับดูแลและระบบการรายงานข้อมูลปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ค่อนข้างพร้อม แต่ยังขาดการกำหนดให้แจกแจงรายละเอียดของก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะ ก๊าซมีเทน ซึ่งมีผลกระทบต่อภาวะโลกร้อนสูง โดยเป็นการรวมรายงานใน scope 1 ทั้งหมด

• ทั้งนี้ ประเทศไทย ปัจจุบันมีการรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซมีเทนในภาค Oil & Gas ประมาณ 7.9 MtCO?e จากปริมาณการปล่อยรวมราว 88 MtCO?e โดยเป็นข้อมูลประมาณการเบื้องต้น โดยหากจะพัฒนาให้มีการรายงานข้อมูล อาจไม่จำเป็นต้องสร้างระบบการรายงานการปล่อยก๊าซมีเทนใหม่ทั้งหมด แต่สามารถต่อยอดระบบการรายงานเดิมของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ให้แยกรายงานก๊าซมีเทนได้ในทันที หลังจากนั้นจึงอาจพัฒนาระบบกำกับดูแลและกำหนดมาตรฐานกระบวนการวัด-รายงาน-ทวนสอบ (MRV) แล้วจึงค่อยพัฒนาต่อยอดเป็นการให้แรงจูงใจ หรือเพิ่มความเข้มงวดผ่านการกำหนดกลไกทางราคาสำหรับการปล่อยก๊าซมีเทนได้ต่อไปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและไม่ให้เป็นภาระแก่ภาคธุรกิจมากเกินไป
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 20 ต.ค. 2569 เวลา : 14:09:12
20-10-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (20 ต.ค.69) ลบ 7.95 จุด ดัชนี 1,563.77 จุด

2. ทองเปิดตลาดวันนี้ (20 ต.ค.69) ร่วงแรง 550 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 66,500 บาท

3. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงผันผวนและปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยเช้านี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,120 - 4,130 เหรียญ หลังลดลงราว 0.6%

4. อุตุฯ เตือน 21-25 ต.ค. "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคอีสานตอนล่าง- ภาคใต้ตอนบน" ฝนตกหนักถึงหนักมากลมกระโชกแรง

5. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (20 ต.ค.69) ลบ 2.79 จุด ดัชนี 1,568.93 จุด

6. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (19 ต.ค.69) ลบ 21 เหรียญ เหตุดอลลาร์แข็งค่า-บอนด์ยีลด์พุ่ง ฉุดตลาด

7. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (19 ต.ค.69) ลบ 36.38 จุด สวนทาง Nasdaq พุ่ง 290.85 จุดรับแรงช้อนซื้อหุ้นชิป-AI

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.45 - 33.75 บาท/ดอลลาร์

9. พยากรณ์อากาศวันนี้ (20 ต.ค.69) ภาคใต้ มีฝนตกต่อเนื่องและฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง 70% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก 60% ภาคอีสาน 20% ภาคเหนือ 10%

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (20 ต.ค.69) ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง ที่ระดับ 33.58 บาทต่อดอลลาร์

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (19 ต.ค.69) ลบ 1.29 จุด ดัชนี 1,571.72 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (19 ต.ค.69) บวก 1.92 จุด ดัชนี 1,574.93 จุด

13. ทีทีบี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้อยู่ที่ประมาณ 33.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ และทิศทางดอกเบี้ยเฟด

14. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 33.25-33.65 มองดอลลาร์อาจเข้าโหมดปรับฐาน

15. MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกยังฟื้นตัวกลับขึ้นเหนือระดับ 4,150 เหรียญในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ภาพรวมทั้งสัปดาห์ยังปิดลบราว 25 เหรียญ

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 20, 2026, 3:41 pm