
• การปล่อยคาร์บอนอาจเกี่ยวกับอันดับเครดิต (Credit Rating) หากธุรกิจมีความเข้มข้นในการปล่อยคาร์บอนสูงกว่าค่าเฉลี่ยในกลุ่ม ทำให้ธุรกิจต้องรับต้นทุนและเงินลงทุนในการปรับตัวมากกว่า ซึ่งหากกดดันกำไร กระแสเงินสด และความสามารถชำระหนี้ ก็อาจส่งผลต่ออันดับเครดิตในการกู้ยืม
• ผลการศึกษาบริษัทใน DAX และ FTSE100 พบว่ากลุ่มความเข้มข้นในการปล่อยคาร์บอนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมี Credit Rating ดีกว่า โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นและไม่จำเป็น ส่วนหนึ่งอาจมาจากความหลากหลายของสินค้าและกระบวนการผลิต ทำให้การใช้พลังงาน ความเข้มข้นในการปล่อยคาร์บอน ต้นทุนในการปรับตัว ฐานะการเงินตลอดจน Credit Rating แตกต่างกันระหว่างบริษัท
• หากไทยเริ่มใช้ ETS ธุรกิจที่วางแผนลดการปล่อยคาร์บอนควบคู่กับการบริหารต้นทุนและเงินลงทุน จะรับมือกับภาระทางการเงินได้ดีขึ้น โดยควรประเมินต้นทุนคาร์บอนที่อาจเพิ่มขึ้น เงินลงทุนที่ต้องใช้ในการลดการปล่อย และผลต่อกระแสเงินสดและความสามารถชำระหนี้ เพื่อไม่ให้การปรับตัวกดดันฐานะการเงินและเครดิตของธุรกิจ
ข่าวเด่น