เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
Scoop : ฝรั่งเศสหนี้ท่วม โรงเรียนขาดครู บทเรียนจากรัฐสวัสดิการ เมื่อรายจ่ายสูงไม่ได้แปลว่าประชาชนได้บริการที่ดี


       by วิภาดา จิณณวาโส
 
สถานการณ์ในฝรั่งเศสกำลังสะท้อนความขัดแย้งระหว่างภาระทางการคลังของรัฐบาลกับความต้องการบริการสาธารณะที่มีคุณภาพของประชาชน หลังการประท้วงของนักเรียนมัธยมที่เริ่มต้นจากปัญหาขาดแคลนครูในเมืองเครเตย (Créteil) ชานกรุงปารีส เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2026 ขยายวงกว้างไปยังโรงเรียนหลายร้อยแห่งทั่วประเทศ นักเรียนออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มจำนวนครูและบุคลากร ปรับปรุงอาคารเรียนที่ทรุดโทรม ลดความแออัดในห้องเรียน ตลอดจนแก้ปัญหาตารางเรียนที่ไม่สมบูรณ์จากการไม่มีครูมาสอน

ข้อมูลจากสหภาพครูฝรั่งเศส SNES-FSU ระบุว่า ในช่วงเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2026-2027 โรงเรียนมัธยมของรัฐอย่างน้อย 53% มีตำแหน่งครูที่ยังขาดผู้ปฏิบัติงาน สะท้อนว่าปัญหานี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงโรงเรียนใดโรงเรียนหนึ่ง แต่เป็นความกังวลที่เกิดขึ้นในวงกว้าง โดยเฉพาะโรงเรียนในพื้นที่ที่เสียเปรียบทางเศรษฐกิจ ซึ่งนักเรียนมีโอกาสเข้าถึงทรัพยากรทางการศึกษาน้อยกว่าอยู่แล้ว

การประท้วงยังขยายไปสู่ข้อเรียกร้องเกี่ยวกับระบบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย Parcoursup ที่นักเรียนบางส่วนมองว่ามีผลต่ออนาคตของตนเองมากเกินไป เมื่อปัญหาในห้องเรียนมาบรรจบกับความกังวลเรื่องโอกาสในการศึกษาต่อและความมั่นคงในอนาคต การเคลื่อนไหวจึงไม่ได้เป็นเพียงการเรียกร้องให้มีครูเพิ่มขึ้น แต่สะท้อนความไม่มั่นใจของคนรุ่นใหม่ต่อระบบที่ควรช่วยให้พวกเขามีโอกาสสร้างชีวิตที่ดีขึ้น

ขณะเดียวกัน การชุมนุมบางส่วนเกิดเหตุปะทะกับตำรวจและมีการทำลายทรัพย์สิน จนรัฐบาลต้องรับมือทั้งข้อเรียกร้องของนักเรียนและปัญหาความสงบเรียบร้อย รายงานข่าวในเดือนตุลาคมยังระบุว่า ความไม่พอใจได้ขยายไปสู่ประเด็นค่าครองชีพและบริการสาธารณะที่ประชาชนเห็นว่าไม่ได้รับการดูแลอย่างเพียงพอ ทำให้สถานการณ์มีความซับซ้อนมากกว่าปัญหาการศึกษาเพียงด้านเดียว

สิ่งที่น่าสนใจคือ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในประเทศที่มีระบบรัฐสวัสดิการขนาดใหญ่และมีรายจ่ายภาครัฐในสัดส่วนสูงเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจ ฝรั่งเศสจัดเก็บภาษีและเงินสมทบเพื่อนำมาสนับสนุนบริการสาธารณะ ตั้งแต่การศึกษาและสาธารณสุข ไปจนถึงเงินบำนาญและสวัสดิการสังคม แต่ในอีกด้านหนึ่ง ประเทศกำลังเผชิญหนี้สาธารณะที่สูงขึ้นและแรงกดดันให้รัฐบาลลดการขาดดุลงบประมาณ

ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ว่า เหตุใดประเทศที่ใช้เงินจำนวนมากเพื่อดูแลประชาชนจึงยังมีปัญหาบริการพื้นฐาน และเมื่อรัฐบาลจำเป็นต้องควบคุมรายจ่ายเพื่อรักษาเสถียรภาพทางการคลัง การตัดสินใจเหล่านั้นจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างไรต่อไป?

เมื่อหนี้สาธารณะกลายเป็นข้อจำกัดของงบประมาณ

ข้อมูลจากสถาบันสถิติแห่งชาติฝรั่งเศส ระบุว่า ณ สิ้นปี 2025 หนี้สาธารณะของประเทศอยู่ที่ประมาณ 3.46 ล้านล้านยูโร หรือ 115.6% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เพิ่มขึ้นจาก 112.6% ในปีก่อนหน้า ขณะที่รัฐบาลยังขาดดุลงบประมาณ 152,500 ล้านยูโร หรือ 5.1% ของ GDP แม้ตัวเลขขาดดุลจะลดลงจากปี 2024 ก็ตาม

การขาดดุลงบประมาณหมายถึงการที่รัฐบาลมีรายจ่ายมากกว่ารายรับในแต่ละปี ส่วนหนี้สาธารณะคือภาระที่สะสมจากการกู้ยืมในช่วงที่ผ่านมา เมื่อรัฐบาลขาดดุลต่อเนื่อง ก็ต้องกู้เงินมาชดเชยส่วนต่าง ส่งผลให้หนี้เพิ่มขึ้นและมีภาระดอกเบี้ยตามมา

ปัญหาของฝรั่งเศสจึงไม่ได้อยู่ที่การมีหนี้สูงเพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่การต้องจัดการหนี้เดิมไปพร้อมกับการหารายได้มารองรับรายจ่ายในปัจจุบัน ยิ่งภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น เงินส่วนหนึ่งของรัฐบาลก็ยิ่งต้องถูกนำไปชำระหนี้ แทนที่จะนำไปใช้กับบริการสาธารณะหรือการลงทุนเพื่อพัฒนาประเทศ

รายงานของกระทรวงการคลังฝรั่งเศสที่เผยแพร่ในเดือนตุลาคม 2026 ประเมินว่า หนี้สาธารณะอาจเพิ่มขึ้นเป็น 119.3% ของ GDP ในปี 2026 และ 121.7% ในปี 2027 ขณะที่ภาระดอกเบี้ยของภาครัฐมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายปีข้างหน้า รัฐบาลจึงต้องเร่งควบคุมการขาดดุลเพื่อไม่ให้หนี้เพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่เศรษฐกิจจะรองรับได้

เมื่อรายรับไม่เพียงพอกับรายจ่าย รัฐบาลมีทางเลือกหลักอยู่ไม่กี่ทาง ได้แก่ เพิ่มรายได้จากภาษี ลดรายจ่ายบางส่วน ปรับโครงสร้างสวัสดิการ หรือยอมรับการกู้ยืมเพิ่มขึ้น แต่ทุกทางเลือกมีต้นทุน หากขึ้นภาษีมากขึ้น ประชาชนและธุรกิจอาจมีเงินเหลือสำหรับการบริโภคและการลงทุนน้อยลง หากลดรายจ่ายมากเกินไป บริการสาธารณะที่ประชาชนพึ่งพาก็อาจเสื่อมคุณภาพ ขณะที่การกู้เงินเพิ่มก็ทำให้ภาระหนี้ในอนาคตสูงขึ้น

และความกดดันจากหนี้สาธารณะนี้ก็เชื่อมโยงกับปัญหาขาดครูผ่านข้อจำกัดในการจัดสรรงบประมาณ เมื่อรัฐบาลต้องควบคุมการขาดดุลและรับมือกับภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น การเพิ่มรายจ่ายประจำอย่างเงินเดือนครูและการจ้างบุคลากรใหม่ย่อมต้องแข่งขันกับความต้องการใช้เงินด้านอื่น ไม่ว่าจะเป็นเงินบำนาญ สาธารณสุข หรือสวัสดิการสังคม แม้หนี้สาธารณะไม่ได้ทำให้ตำแหน่งครูลดลงโดยอัตโนมัติ แต่ทำให้รัฐบาลมีพื้นที่ทางการคลังสำหรับเพิ่มรายจ่ายน้อยลง และต้องตัดสินใจให้ชัดเจนขึ้นว่าจะจัดสรรเงินไปยังบริการสาธารณะส่วนใด

ยิ่งไปกว่านั้น การแก้ปัญหาขาดครูไม่ได้จบลงที่การเปิดรับสมัครหรือเพิ่มตำแหน่งงาน เพราะรัฐยังต้องใช้งบประมาณต่อเนื่องทั้งเงินเดือน การฝึกอบรม และการสร้างสภาพการทำงานที่ช่วยดึงดูดให้คนเข้าสู่วิชาชีพและอยู่ในระบบได้นาน หากรัฐบาลเพิ่มตำแหน่งได้ไม่เพียงพอ หรือไม่สามารถแก้ปัญหาค่าตอบแทนและภาระงานที่ทำให้คนไม่อยากเป็นครู ปัญหาก็อาจยืดเยื้อ อย่างไรก็ตาม การขาดครูยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่น เช่น การกระจายครูระหว่างพื้นที่และสาขาวิชา จึงไม่ควรสรุปว่าหนี้เป็นต้นเหตุเพียงอย่างเดียว

งบประมาณการศึกษาของฝรั่งเศสในปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 199,200 ล้านยูโร หรือ 6.7% ของ GDP เพิ่มขึ้น 1.2% ในรูปตัวเงินจากปีก่อน แต่เมื่อคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาแล้ว เพิ่มขึ้นจริงเพียง 0.1% ตัวเลขนี้สะท้อนว่า แม้รัฐจะใช้งบประมาณด้านการศึกษาในระดับสูง แต่การเพิ่มงบไม่ได้หมายความว่าทรัพยากรที่โรงเรียนได้รับจะเพิ่มขึ้นอย่างเพียงพอเมื่อเทียบกับต้นทุนที่สูงขึ้นและความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่

นอกจากนี้ รัฐบาลฝรั่งเศสยังต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางประชากร ซึ่งทำให้จำนวนนักเรียนลดลงในภาพรวม ขณะที่การจัดสรรครูยังต้องคำนึงถึงความต้องการในแต่ละพื้นที่และแต่ละวิชา งบประมาณการศึกษาปี 2026 ได้รับการเพิ่มขึ้น 200 ล้านยูโร พร้อมแผนเพิ่มตำแหน่งงานเกือบ 5,900 ตำแหน่งเมื่อเทียบกับปี 2025 แต่ข้อเสนองบประมาณปี 2027 กลับมีแผนลดตำแหน่งครูประจำ 1,588 ตำแหน่ง จนเกิดข้อถกเถียงว่าการปรับจำนวนบุคลากรให้สอดคล้องกับจำนวนนักเรียนที่ลดลงจะกระทบโรงเรียนที่ขาดแคลนครูอยู่แล้วหรือไม่

ประเด็นนี้ทำให้เห็นว่า การควบคุมงบประมาณไม่ได้หมายถึงการตัดงบการศึกษาทั้งระบบเสมอไป แต่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจว่าจะจัดสรรทรัพยากรไปยังส่วนใด หากลดตำแหน่งในพื้นที่ที่มีนักเรียนลดลงและยังมีครูเพียงพอ ก็อาจช่วยประหยัดงบประมาณได้โดยไม่กระทบคุณภาพการเรียนการสอนมากนัก แต่หากลดตำแหน่งในโรงเรียนที่ขาดครูอยู่แล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจยิ่งรุนแรงขึ้น แม้จำนวนครูโดยรวมของประเทศจะดูเพียงพอก็ตาม

นี่คือจุดเชื่อมโยงสำคัญระหว่างหนี้สาธารณะกับคุณภาพบริการสาธารณะ รัฐบาลต้องควบคุมรายจ่ายเพื่อรักษาความสามารถในการชำระหนี้ แต่หากการควบคุมงบประมาณไม่สอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ประชาชนก็อาจต้องเผชิญบริการที่มีคุณภาพลดลง ทั้งที่ประเทศยังมีรายจ่ายภาครัฐในระดับสูง

ลดหนี้อย่างไร โดยไม่ลดโอกาสของคนรุ่นต่อไป

การศึกษาเป็นหนึ่งในรายจ่ายที่รัฐบาลต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง เพราะไม่ได้เป็นเพียงค่าใช้จ่ายเพื่อดูแลประชาชนในปัจจุบัน แต่เป็นการลงทุนที่ส่งผลต่อความสามารถในการเติบโตของเศรษฐกิจในอนาคต เด็กที่ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพมีโอกาสพัฒนาทักษะ เข้าสู่งานที่มีผลิตภาพสูงขึ้น และสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มทั้งกำลังซื้อของครัวเรือนและรายได้ภาษีที่รัฐสามารถจัดเก็บได้ในระยะยาว

ในทางกลับกัน หากโรงเรียนขาดครู นักเรียนเรียนไม่ครบชั่วโมง หรือไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็น โอกาสในการพัฒนาทักษะก็อาจลดลงตามไปด้วย ผลกระทบอาจไม่ได้ปรากฏทันทีในตัวเลขเศรษฐกิจ แต่สามารถสะสมจนกลายเป็นปัญหาผลิตภาพแรงงานและความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต

หากรัฐบาลลดรายจ่ายการศึกษาเพื่อควบคุมการขาดดุลในระยะสั้น โดยไม่ประเมินผลกระทบต่อคุณภาพการเรียนรู้ ก็อาจต้องเผชิญต้นทุนในระยะยาวจากแรงงานที่มีทักษะไม่ตรงกับความต้องการของตลาดและความเหลื่อมล้ำทางโอกาสที่เพิ่มขึ้น เมื่อเศรษฐกิจเติบโตช้าลง ความสามารถในการสร้างรายได้ของประเทศก็อาจลดลงตามไปด้วย ทำให้การจัดการหนี้สาธารณะยิ่งยากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มงบประมาณอย่างเดียวก็ไม่ใช่คำตอบ หากปัญหาเกิดจากการกระจายครูไม่ตรงกับพื้นที่ที่ขาดแคลน ระบบสรรหาบุคลากรที่ไม่สามารถดึงดูดคนเข้าสู่วิชาชีพได้เพียงพอ หรือเงื่อนไขการทำงานที่ทำให้ครูไม่อยากอยู่ในระบบ การเพิ่มเงินโดยไม่แก้ปัญหาเหล่านี้ก็อาจไม่ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นอย่างคุ้มค่า

รัฐบาลจึงจำเป็นต้องทำสองเรื่องไปพร้อมกัน คือควบคุมการขาดดุลให้สอดคล้องกับฐานะทางการคลัง และรักษารายจ่ายที่จำเป็นต่อการพัฒนาศักยภาพของประเทศ การลดรายจ่ายควรพิจารณาจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่ดูเพียงว่าหน่วยงานใดใช้งบประมาณมาก หรือจำนวนบุคลากรควรลดลงตามจำนวนนักเรียนในภาพรวมเท่าใด

ขณะเดียวกัน การประท้วงในฝรั่งเศสยังสะท้อนว่าความสามารถในการจัดบริการสาธารณะเป็นส่วนหนึ่งของความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อรัฐ เมื่อผู้เสียภาษีรู้สึกว่าตนเองจ่ายเงินเพื่อสนับสนุนระบบสวัสดิการ แต่กลับไม่ได้รับบริการที่มีคุณภาพเพียงพอ ความไม่พอใจก็อาจสะสมและขยายไปสู่ความไม่ไว้วางใจต่อการบริหารประเทศได้ หากความวุ่นวายยืดเยื้อ ธุรกิจที่ได้รับความเสียหายและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หยุดชะงักยังอาจเพิ่มภาระให้รัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อดูแลความสงบและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอีกด้วย

ท้ายที่สุด กรณีของฝรั่งเศสไม่ได้หมายความว่ารัฐสวัสดิการเป็นต้นเหตุของปัญหาหนี้ทั้งหมด หรือว่ารัฐบาลควรลดรายจ่ายให้มากที่สุด แต่ชี้ให้เห็นว่าการใช้เงินภาครัฐต้องมาพร้อมกับการบริหารที่มีประสิทธิภาพและความสามารถในการสร้างผลลัพธ์ที่ประชาชนสัมผัสได้จริง เพราะการควบคุมหนี้โดยปล่อยให้คุณภาพการศึกษาลดลงอาจช่วยบรรเทาปัญหาในระยะสั้น แต่กลับสร้างต้นทุนให้เศรษฐกิจในอนาคต ขณะที่การเพิ่มรายจ่ายโดยไม่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างก็ไม่อาจรับประกันว่าบริการจะดีขึ้น

สำหรับประเทศอื่นรวมถึงไทย บทเรียนสำคัญจึงอยู่ที่การทำให้เงินภาษีทุกบาทสร้างประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม รัฐต้องรักษาวินัยทางการคลังเพื่อไม่ให้หนี้กลายเป็นภาระของคนรุ่นต่อไป แต่ก็ต้องไม่มองการศึกษาและการพัฒนาคนเป็นเพียงรายจ่ายที่สามารถตัดลดได้เมื่อจำเป็นต้องประหยัดเงิน เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จของการบริหารประเทศไม่ได้วัดจากการใช้เงินน้อยหรือมากเพียงอย่างเดียว แต่ต้องวัดจากความสามารถในการเปลี่ยนทรัพยากรที่มีอยู่ให้กลายเป็นคุณภาพชีวิตและโอกาสที่ดีขึ้นของประชาชน

LastUpdate 21/10/2569 21:01:59 โดย : Admin
21-10-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ประกาศ กปน.: 27 ต.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนสุขุมวิทสายเก่า

2. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (21 ต.ค.69) บวก 1.15 จุด ดัชนี 1,556.09 จุด

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า(21 ต.ค.69) ลบ 8.49 จุด ดัชนี 1,546.45 จุด

4. MTS Gold คาดราคาทองคำปิดปรับตัวลดลงเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน โดยเช้านี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,120 เหรียญ หลังเมื่อคืนรีบาวด์ขึ้นไปแตะ 4,155 เหรียญ

5. ทองเปิดตลาดวันนี้ (21 ต.ค.69) ปรับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 66,450 บาท

6. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (21 ต.ค.69) บวก 6.23 จุด ดัชนี 1,561.17 จุด

7. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (20 ต.ค.69) ลบ 17.50 เหรียญ กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.50 - 33.80 บาท/ดอลลาร์

9. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (20 ต.ค.69) บวก 529.85 จุด รับแรงซื้อหุ้นเฮลธ์แคร์-ผลประกอบการแกร่ง

10. พยากรณ์อากาศวันนี้ (21 ต.ค.69) ภาคใต้ ฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง 60% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก 30% ภาคเหนือ-ภาคอีสาน 10%

11. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (21 ต.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.63 บาทต่อดอลลาร์

12. ประกาศ กปน.: ด่วน!!! คืนวันพรุ่งนี้ 21 ต.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนกิ่งแก้ว

13. ประกาศ กปน.: 22 ต.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนกาญจนาภิเษก (ด้านตะวันออก) ตัดถนนบางนา-ตราด

14. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (20 ต.ค.69) ลบ 16.78 จุด ดัชนี 1,554.94 จุด

15. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (20 ต.ค.69) ลบ 7.95 จุด ดัชนี 1,563.77 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 21, 2026, 9:47 pm